"Mature” แปลว่า

คำว่า “Mature” (เม-ทัวร์) เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่ใช้บรรยายลักษณะหรือสภาวะที่บ่งบอกถึงความเจริญเติบโต ความเป็นผู้ใหญ่ หรือความสมบูรณ์พร้อม ทั้งในด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และประสบการณ์ โดยทั่วไปแล้วมักจะใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับคน สัตว์ สิ่งของ หรือแม้กระทั่งแนวคิดต่างๆ ที่ผ่านกระบวนการพัฒนาจนถึงจุดที่เหมาะสมหรือเป็นที่ยอมรับ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Mature” ในสถานการณ์ที่หลากหลาย เช่น เมื่อพูดถึงการเติบโตของเด็กที่เริ่มมีความคิดเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น การตัดสินใจที่รอบคอบ หรือการแสดงออกที่ดูสุขุม นอกจากนี้ยังอาจใช้กับผลไม้ที่สุกงอมพร้อมรับประทาน หรือแม้กระทั่งกับการพัฒนาของผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ผ่านการทดสอบและปรับปรุงจนได้มาตรฐานที่ดีที่สุดแล้ว

ความหมายและการใช้งาน

“Mature” หมายถึง การเป็นผู้ใหญ่ การเติบโตเต็มที่ หรือมีความสมบูรณ์พร้อมในด้านต่างๆ อาจหมายถึง:

  • ด้านร่างกาย: การเจริญเติบโตจนถึงวัยผู้ใหญ่
  • ด้านจิตใจและสติปัญญา: การมีความคิดความอ่านที่สุขุม รอบคอบ มีเหตุผล และสามารถจัดการกับอารมณ์ของตนเองได้ดี
  • ด้านประสบการณ์: การผ่านประสบการณ์ต่างๆ มามากพอจนมีความเข้าใจในชีวิตมากขึ้น
  • ด้านความสมบูรณ์: สิ่งต่างๆ ที่เจริญเติบโตเต็มที่พร้อมใช้งานหรือบริโภค

ตัวอย่างการใช้งาน

  • เด็กคนนั้นดู mature กว่าอายุจริงมาก (เด็กคนนั้นดูเป็นผู้ใหญ่กว่าอายุจริงมาก)
  • ผลไม้ชนิดนี้ต้องรอให้ mature ก่อนถึงจะอร่อย (ผลไม้ชนิดนี้ต้องรอให้สุกก่อนถึงจะอร่อย)
  • เขาเป็นนักลงทุนที่ mature และมีประสบการณ์ (เขาเป็นนักลงทุนที่สุขุมและมีประสบการณ์)
  • บริษัทกำลังมองหาผู้บริหารที่มีความเป็น mature (บริษัทกำลังมองหาผู้บริหารที่มีความเป็นผู้ใหญ่)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Mature” มักถูกใช้ในบริบทที่ต้องการเน้นย้ำถึงการพัฒนาไปสู่สภาวะที่เหมาะสมหรือเป็นที่ยอมรับ เช่น การประเมินวุฒิภาวะทางอารมณ์และสติปัญญาของบุคคล การบ่งบอกถึงความพร้อมของสิ่งมีชีวิตหรือผลผลิต หรือการกล่าวถึงลักษณะนิสัยที่แสดงถึงความรับผิดชอบและความสุขุม

🔷 FAQ SECTION

“Mature” กับ “Adult” ต่างกันอย่างไร?

“Mature” เน้นที่ความเป็นผู้ใหญ่ในด้านสติปัญญา อารมณ์ และประสบการณ์ ซึ่งอาจเกิดขึ้นก่อนวัยผู้ใหญ่ตามกฎหมาย ในขณะที่ “Adult” หมายถึงการเป็นผู้ใหญ่ตามกฎหมายหรือตามเกณฑ์อายุที่กำหนด

การใช้ “Mature” กับสิ่งของมีความหมายว่าอย่างไร?

เมื่อใช้กับสิ่งของ เช่น ผลไม้ หรือผลิตภัณฑ์ หมายถึงการเจริญเติบโตเต็มที่ หรือผ่านกระบวนการพัฒนาจนมีความสมบูรณ์พร้อม เหมาะสมกับการนำไปใช้หรือบริโภค

Similar Posts

  • "Hiking” แปลว่า

    “Hiking” เป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่หมายถึง การเดินป่า หรือการเดินเขา เป็นกิจกรรมที่ผู้คนนิยมทำเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย และสัมผัสกับธรรมชาติ โดยการเดินป่ามักจะทำในเส้นทางที่กำหนดไว้ตามภูเขา ป่า หรืออุทยานแห่งชาติ ซึ่งอาจมีความยากง่ายแตกต่างกันไปตามสภาพภูมิประเทศ ในชีวิตประจำวัน คนไทยมักจะใช้คำว่า “Hiking” หรือ “ไป Hiking” เมื่อพูดถึงการไปเดินป่าหรือเดินเขา ไม่ว่าจะเป็นการไปกับเพื่อน ครอบครัว หรือไปคนเดียว เพื่อชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม สูดอากาศบริสุทธิ์ และหลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองกรุง เช่น “สุดสัปดาห์นี้ว่าจะไป Hiking ที่เขาใหญ่” หรือ “เมื่อวานไป Hiking กับเพื่อนมา สนุกมากเลย” เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน “Hiking” แปลตรงตัวว่า การเดินป่า หรือ การเดินเขา เป็นกิจกรรมกลางแจ้งที่เน้นการเดินทางด้วยเท้าไปตามเส้นทางธรรมชาติ อาจเป็นป่าเขา ชายหาด หรือเส้นทางอื่นๆ ที่มีความท้าทายระดับหนึ่ง ไม่ใช่แค่การเดินเล่นในสวนสาธารณะทั่วไป แต่เป็นการเดินที่ใช้เวลาพอสมควรและมักจะมีการปีนป่ายหรือขึ้นเนินเขาเข้ามาเกี่ยวข้อง ตัวอย่าง “เราวางแผนจะไป Hiking ที่ดอยอินทนนท์สุดสัปดาห์หน้า” “การ Hiking ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและจิตใจสดชื่น” “เธอชอบกิจกรรม…

  • "Visit” แปลว่า

    คำว่า “Visit” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักว่า “เยี่ยมชม” หรือ “ไปเยือน” เป็นการกระทำที่แสดงถึงการเดินทางไปยังสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการไปเพื่อพักผ่อน พบปะผู้คน หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Visit” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น การไปเยี่ยมเพื่อนหรือญาติ การไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยว หรือแม้แต่การเข้าไปดูเว็บไซต์ ซึ่งในทุกกรณีก็สื่อถึงการเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์หรือรับรู้สิ่งต่าง ๆ ณ ที่นั้น ๆ ความหมายและการใช้งาน “Visit” หมายถึง การไปเยือน การเยี่ยมชม การแวะไป หรือการเข้าไปดู ในภาษาไทยเราสามารถใช้คำเหล่านี้ได้ตามความเหมาะสมของสถานการณ์ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น: “I plan to visit my grandparents this weekend.” (ฉันวางแผนจะไปเยี่ยมคุณปู่คุณย่าสุดสัปดาห์นี้) “We will visit the Grand Palace tomorrow.” (เราจะไปเที่ยวชมพระบรมมหาราชวังพรุ่งนี้) “Please visit our website…

  • "Meet” แปลว่า

    คำว่า “Meet” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “พบ” หรือ “เจอ” เป็นคำกริยาที่ใช้เมื่อคนสองคนขึ้นไปมาอยู่ร่วมกัน หรือได้รู้จักกันเป็นครั้งแรก ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Meet” ในสถานการณ์ที่หลากหลาย เช่น การนัดเจอเพื่อน การประชุมกับเพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่การได้พบกับคนใหม่ๆ ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ความหมายของ “Meet” จึงครอบคลุมตั้งแต่การพบกันโดยบังเอิญไปจนถึงการนัดหมายอย่างเป็นทางการ ความหมายและการใช้งาน “Meet” สามารถแปลได้หลายอย่างขึ้นอยู่กับบริบท เช่น พบปะ, เจอ: ใช้เมื่อกล่าวถึงการได้พบกับบุคคล หรือกลุ่มคน เช่น “I want to meet my friends.” (ฉันอยากจะไปเจอเพื่อนๆ) ประชุม, ประชุมหารือ: ใช้ในบริบทของการทำงาน หรือการนัดหมายเพื่อปรึกษาหารือ เช่น “We need to meet to discuss the project.” (เราต้องประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับโปรเจกต์) พบกันโดยบังเอิญ: ใช้เมื่อการพบเจอไม่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้า เช่น “I…

  • "ภัทรา” แปลว่า

    คำว่า “ภัทรา” เป็นคำนามในภาษาไทย มีความหมายโดยรวมว่า ดี, งาม, เจริญ, เลิศ, สวยงาม หรือเป็นมงคล มักใช้เป็นชื่อบุคคลเพื่อให้มีความหมายที่ดีและเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่ได้รับชื่อ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบคำว่า “ภัทรา” ได้บ่อยครั้งในรูปของชื่อคน โดยเฉพาะชื่อผู้หญิง เช่น “ภัทราภรณ์”, “ภัทราวดี” หรือ “ภัทรินทร์” ซึ่งล้วนมีความหมายที่ดีงามแฝงอยู่ การเลือกใช้ชื่อที่มีคำว่า “ภัทรา” จึงเป็นการสื่อถึงความปรารถนาดีของผู้ตั้งชื่อ ให้ผู้ที่ได้รับชื่อนั้นมีความเจริญรุ่งเรือง มีชีวิตที่งดงาม หรือประสบแต่สิ่งดีๆ ตลอดไป ความหมายและการใช้งาน คำว่า “ภัทรา” มาจากภาษาสันสกฤต มีความหมายถึงความเจริญ ความดี ความงาม ความเป็นมงคล เมื่อนำมาใช้เป็นชื่อคน จึงมีความหมายที่สื่อถึงความปรารถนาดีของผู้ตั้งชื่อ ให้ผู้ที่ได้รับชื่อนั้นมีชีวิตที่ดี มีความเจริญก้าวหน้า และเป็นที่รักของคนรอบข้าง บริบทการใช้งานทั่วไป โดยทั่วไปแล้ว “ภัทรา” จะถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของชื่อบุคคล โดยเฉพาะชื่อผู้หญิง เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลและความหมายที่ดีงามให้แก่ชื่อนั้นๆ นอกจากนี้ ในบางครั้งอาจพบคำนี้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับสิ่งของหรือสถานที่ที่ต้องการสื่อถึงความดีงามหรือความเป็นมงคล แต่การใช้งานที่พบบ่อยที่สุดคือการเป็นส่วนหนึ่งของชื่อคน “ภัทรา” แปลว่าอะไร? “ภัทรา” เป็นคำนามในภาษาไทย…

  • "Induction” แปลว่า

    คำว่า “Induction” ในภาษาไทยหมายถึง “การเหนี่ยวนำ” หรือ “การนำเข้าสู่” โดยมีความหมายหลักๆ ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า “Induction” ในความหมายของการนำคนเข้าสู่ตำแหน่งใหม่ หรือกระบวนการปฐมนิเทศพนักงานใหม่ให้รู้จักกับองค์กร วัฒนธรรม และหน้าที่ความรับผิดชอบ หรืออาจจะหมายถึงการนำเสนอแนวคิดหรือทฤษฎีโดยอาศัยหลักฐานหรือข้อเท็จจริงที่สังเกตได้ เพื่อนำไปสู่ข้อสรุปที่กว้างขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Induction” สามารถมีความหมายได้หลายอย่าง: การเหนี่ยวนำ (ทางวิทยาศาสตร์/เทคโนโลยี): หมายถึง กระบวนการที่ทำให้เกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้า หรือการเปลี่ยนแปลงทางไฟฟ้า โดยไม่ต้องสัมผัสโดยตรง เช่น การเหนี่ยวนำด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า การนำเข้าสู่ตำแหน่ง (การบริหาร/องค์กร): หมายถึง กระบวนการที่ทำให้บุคคลใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร หรือเข้ามาดำรงตำแหน่ง โดยมีการแนะนำ ทำความรู้จัก และฝึกอบรมเบื้องต้น การอนุมานแบบอุปนัย (ปรัชญา/ตรรกะ): หมายถึง วิธีการสรุปผลโดยการสังเกตข้อเท็จจริงหรือกรณีเฉพาะหลายๆ กรณี แล้วนำไปสู่ข้อสรุปที่เป็นหลักการทั่วไป ตัวอย่างการใช้งาน การบริหาร: “บริษัทมีการจัดโปรแกรม Induction สำหรับพนักงานใหม่ เพื่อให้พวกเขาปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรได้เร็วขึ้น” วิทยาศาสตร์: “หลักการทำงานของเตาแม่เหล็กไฟฟ้าคือการ Induction โดยใช้สนามแม่เหล็กเหนี่ยวนำให้เกิดความร้อนที่ภาชนะโดยตรง” การเรียนรู้: “ครูใช้วิธี…

  • "Assembly” แปลว่า

    คำว่า “Assembly” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “การประกอบ” หรือ “การชุมนุม” ซึ่งเป็นการรวมตัวของคนหรือสิ่งของเข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดเป็นรูปร่างหรือการทำงานที่สมบูรณ์ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Assembly” ในหลายบริบท เช่น การประกอบเฟอร์นิเจอร์ที่ซื้อมาใหม่ เราต้องนำชิ้นส่วนต่างๆ มา “assemble” ให้เป็นโต๊ะหรือตู้ หรือในการประชุมของบริษัท ก็อาจมีการจัด “assembly” เพื่อแจ้งข่าวสาร หรือระดมความคิดเห็น นอกจากนี้ ในโรงงานอุตสาหกรรม คำว่า “assembly line” หมายถึงสายการผลิตที่นำชิ้นส่วนมาประกอบกันเป็นสินค้าสำเร็จรูป ความหมายและการใช้งาน “Assembly” หมายถึง การนำส่วนประกอบต่างๆ มาต่อเข้าด้วยกันเพื่อให้เป็นชิ้นเดียว หรือการรวมตัวของกลุ่มคนเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง ตัวอย่างการใช้งาน 1. การประกอบสิ่งของ: “ฉันต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการ assembly โต๊ะตัวนี้” (I had to spend several hours assembling this table.) 2. การชุมนุม: “โรงเรียนมีการจัด assembly ทุกเช้าก่อนเข้าเรียน” (The…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *