"Looking” แปลว่า

คำว่า “Looking” เป็นคำกริยาภาษาอังกฤษที่มาจากคำว่า “look” ซึ่งมีความหมายหลักๆ คือ การมอง การดู หรือการสังเกตการณ์ ในบริบทที่กว้างขึ้น “Looking” ยังสามารถหมายถึง การคาดหวัง การแสวงหา หรือการแสดงท่าทีบางอย่างได้อีกด้วย

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Looking” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เมื่อเรากำลังมองหาสิ่งของที่หายไป หรือเมื่อเรากำลังรอคอยบางสิ่งบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังใช้ในการอธิบายลักษณะภายนอกของคนหรือสิ่งของ หรือแม้กระทั่งใช้ในการแสดงความรู้สึกหรือความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ด้วย

ความหมายและการใช้งาน

“Looking” สามารถแบ่งความหมายและการใช้งานออกได้หลายแบบ ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้:

1. การมองหรือการดู

เป็นความหมายพื้นฐานที่สุด หมายถึง การใช้สายตาเพื่อรับภาพหรือสังเกตสิ่งต่างๆ เช่น “I am looking at the painting.” (ฉันกำลังมองภาพวาดอยู่)

2. การคาดหวังหรือการรอคอย

ใช้ในความหมายของการหวังว่าจะได้รับ หรือรอคอยบางสิ่งบางอย่างที่จะเกิดขึ้น เช่น “We are looking forward to the holiday.” (พวกเรากำลังตั้งตารอวันหยุด)

3. การค้นหาหรือการแสวงหา

หมายถึง การพยายามหา หรือตามหาบางสิ่งบางอย่าง เช่น “She is looking for her lost keys.” (เธอกำลังหากุญแจที่หายไป)

4. การแสดงท่าทีหรือลักษณะ

ใช้ในการอธิบายรูปลักษณ์ภายนอก หรือท่าทีที่แสดงออก เช่น “The house is looking old.” (บ้านหลังนั้นดูเก่า)

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “What are you looking for?” (คุณกำลังมองหาอะไรอยู่?)
  • “He is looking happy today.” (วันนี้เขาดูมีความสุข)
  • “They are looking for a new apartment.” (พวกเขากำลังหาอพาร์ตเมนต์ใหม่)
  • “Don’t forget to be looking after your health.” (อย่าลืมดูแลสุขภาพของคุณด้วยนะ)

บริบทที่ใช้บ่อย

“Looking” มักถูกใช้ในรูปของ Continuous Tense (กำลังทำ) เพื่อบ่งบอกว่าการกระทำนั้นกำลังดำเนินอยู่ หรือใช้ในสำนวนต่างๆ ที่มีความหมายเฉพาะ เช่น “looking for” (กำลังหา), “looking forward to” (ตั้งตารอ), “looking after” (ดูแล)

🔷 FAQ SECTION

“Looking” ต่างจาก “See” อย่างไร?

“See” หมายถึง การรับรู้ภาพด้วยสายตาโดยอัตโนมัติหรือโดยบังเอิญ ในขณะที่ “look” (และ “looking”) หมายถึง การจงใจใช้สายตามองไปยังสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

“Looking” ในประโยค “Looking good!” หมายถึงอะไร?

“Looking good!” เป็นคำทักทายหรือคำชมที่ใช้บอกว่าอีกฝ่ายดูดี มีเสน่ห์ หรือประสบความสำเร็จในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

Similar Posts

  • "Complementary” แปลว่า

    คำว่า “Complementary” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การเสริมซึ่งกันและกัน การเติมเต็มให้สมบูรณ์ หรือการเข้ากันได้ดีจนทำให้สิ่งหนึ่งหรือทั้งสองสิ่งนั้นดีขึ้น มีความสมบูรณ์มากขึ้น หรือมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Complementary” ในสถานการณ์ที่สิ่งสองสิ่งทำงานร่วมกันได้ดี หรือส่งเสริมกันและกัน เช่น การจับคู่อาหารกับเครื่องดื่มที่เข้ากัน หรือการเลือกเสื้อผ้าที่เข้าชุดกัน ทำให้ดูดีขึ้น หรือในแง่ของธุรกิจ อาจหมายถึงผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ช่วยเสริมซึ่งกันและกัน ทำให้ลูกค้าได้รับประโยชน์ที่มากขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Complementary” มาจากคำกริยา “complement” ซึ่งแปลว่า เติมเต็ม หรือทำให้สมบูรณ์ เมื่อใช้เป็นคำคุณศัพท์ (adjective) จะอธิบายถึงสิ่งที่มีคุณสมบัติในการเติมเต็มหรือเสริมให้สิ่งอื่นสมบูรณ์ขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน Complementary colors: สีที่อยู่ตรงข้ามกันบนวงจรสี ซึ่งเมื่อนำมาใช้ร่วมกันจะช่วยขับเน้นความสดใสของกันและกัน เช่น สีแดงกับสีเขียว Complementary goods: สินค้าที่มักถูกซื้อและใช้งานร่วมกัน เช่น รถยนต์กับน้ำมัน หรือเครื่องพิมพ์กับหมึกพิมพ์ Complementary skills: ทักษะที่แตกต่างกันแต่เมื่อนำมารวมกันแล้วจะทำให้ทีมหรือโปรเจกต์สมบูรณ์ขึ้น เช่น คนที่มีทักษะด้านการตลาดรวมกับคนที่มีทักษะด้านการเขียนโปรแกรม บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “Complementary” มักถูกใช้ในบริบทที่ต้องการอธิบายความสัมพันธ์ของการเสริมกัน หรือความเข้ากันได้ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้น…

  • "Immersive” แปลว่า

    คำว่า “Immersive” (อิมเมอร์ซีฟ) หมายถึง การสร้างประสบการณ์ที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกดื่มด่ำ โอบล้อม และเข้าไปมีส่วนร่วมกับสิ่งนั้นๆ อย่างเต็มที่ จนอาจลืมสภาพแวดล้อมจริงรอบตัวไปชั่วขณะ เป็นความรู้สึกที่เหมือนได้เข้าไปอยู่ในโลกของสิ่งที่เรากำลังสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นภาพ เสียง หรือเนื้อหาต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Immersive” บ่อยครั้งเมื่อพูดถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น การเล่นเกมที่ใช้เทคโนโลยี VR (Virtual Reality) หรือ AR (Augmented Reality) ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในเกมจริงๆ หรือการดูภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ IMAX ที่มีจอขนาดใหญ่และระบบเสียงรอบทิศทาง ก็ให้ประสบการณ์ที่ “Immersive” มากกว่าการดูทีวีทั่วไป นอกจากนี้ ในวงการการศึกษา หรือการนำเสนอข้อมูลต่างๆ ก็มีการนำแนวคิด “Immersive” มาใช้ เพื่อให้ผู้เรียนหรือผู้ฟังเข้าใจและจดจำเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น เช่น การจำลองสถานการณ์เสมือนจริง หรือการใช้สื่อที่โต้ตอบได้ ความหมายและการใช้งาน “Immersive” มาจากคำกริยา “immerse” ที่แปลว่า จุ่ม, แช่, ทำให้หมกมุ่น เมื่อนำมาใช้เป็นคำคุณศัพท์ (adjective) จึงหมายถึง สภาพที่ทำให้รู้สึกดื่มด่ำ…

  • "Record” แปลว่า

    คำว่า “Record” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ คือ “บันทึก” หรือ “สถิติ” ค่ะ ถ้าจะให้เข้าใจง่ายๆ มันคือการจดจำหรือเก็บข้อมูลบางอย่างไว้ เพื่อใช้อ้างอิงในภายหลัง หรือเพื่อแสดงถึงความสำเร็จสูงสุดในด้านใดด้านหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะคุ้นเคยกับการใช้คำว่า “Record” ในหลายๆ บริบท เช่น การทำสถิติส่วนตัวในการเล่นกีฬา การบันทึกข้อมูลการประชุม หรือแม้แต่การบันทึกเสียงเพลงที่เราชอบ เวลาเราพูดถึง “ทำลายสถิติ” (break a record) ก็คือการทำได้ดีกว่าสถิติเดิมที่มีอยู่ หรือถ้าพูดถึง “บันทึกการเดินทาง” (travel record) ก็คือการจดรายละเอียดการเดินทางของเราไว้ค่ะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Record” สามารถใช้ได้ทั้งเป็นคำนาม (noun) และคำกริยา (verb) ค่ะ ในฐานะคำนาม (Noun): หมายถึง สิ่งที่ถูกบันทึกไว้ เช่น สถิติ (เช่น world record – สถิติโลก), บันทึก (เช่น a…

  • "Prompt” แปลว่า

    Prompt” หรือ “พรอมต์” ในภาษาไทย หมายถึง คำสั่ง ข้อความ หรือชุดคำสั่งที่ป้อนให้กับระบบคอมพิวเตอร์ หรือปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อให้ระบบนั้นทำงานตามที่เราต้องการ เป็นเหมือนการบอก AI ว่าเราอยากได้อะไร หรือให้มันทำอะไรให้ พูดง่ายๆ คือเป็น “คำสั่ง” หรือ “ตัวกระตุ้น” ที่เราส่งไปเพื่อให้ AI สร้างสรรค์ผลงาน ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ หรือโค้ด ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะคุ้นเคยกับการใช้ “Prompt” ในการสั่งงาน AI ที่กำลังเป็นที่นิยม เช่น การถามคำถาม การขอให้เขียนเรื่องราว หรือแม้แต่การให้ AI ช่วยแต่งเพลง เมื่อเราพิมพ์ข้อความเข้าไปในแอปพลิเคชัน AI เหล่านั้น นั่นแหละคือการสร้าง “Prompt” เพื่อสื่อสารกับ AI ให้มันเข้าใจและตอบสนองตามที่เราคาดหวัง มันช่วยให้เราสามารถดึงศักยภาพของ AI ออกมาใช้ได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Prompt” มาจากภาษาอังกฤษ แปลตรงตัวว่า “กระตุ้น” หรือ…

  • "Stay” แปลว่า

    คำว่า “Stay” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “อยู่” หรือ “พักอยู่” ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง เป็นการบอกให้รู้ว่าบุคคลนั้นๆ ไม่ได้กำลังจะจากไปไหน ยังคงอยู่ที่เดิม หรือจะคงสภาพเดิมไว้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Stay” บ่อยครั้งในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเพื่อนชวนไปเที่ยวต่อ แต่เราอยากกลับบ้าน เราอาจจะบอกว่า “I will stay here” แปลว่า “ฉันจะอยู่ที่นี่นะ” หรือเวลาสั่งอาหารที่ร้านแล้วอยากนั่งทานที่ร้าน ก็จะบอกว่า “Dine in” ซึ่งก็มีความหมายโดยนัยว่า “Stay” ที่ร้าน หรือเวลาเราไปพักโรงแรม เราก็ “stay” ที่โรงแรมหลายคืน หรือเวลาเราบอกให้ใครสักคนใจเย็นๆ หรืออย่าเพิ่งโกรธ เราก็อาจจะพูดว่า “Stay calm” ซึ่งหมายถึง “ใจเย็นๆ ไว้” หรือ “อย่าเพิ่งหัวเสีย” ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Stay” สามารถใช้ได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบท: การอยู่ ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่ง:…

  • "Annually” แปลว่า

    คำว่า “Annually” เป็นคำคุณศัพท์ (adverb) ในภาษาอังกฤษที่ใช้บ่งบอกถึงความถี่ของการเกิดเหตุการณ์ โดยมีความหมายว่า “เป็นประจำทุกปี” หรือ “ปีละครั้ง” นั่นเองค่ะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Annually” ในบริบทที่เกี่ยวกับกิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี เช่น การประชุมประจำปี การจ่ายเงินปันผลประจำปี หรือการรายงานผลประจำปี เป็นต้น เป็นคำที่ช่วยให้เราเข้าใจได้ทันทีว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นเป็นวงรอบหนึ่งปีค่ะ ความหมายและการใช้งาน Annually หมายถึง การเกิดขึ้นหรือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นประจำทุกปี หรือปีละหนึ่งครั้ง ใช้เพื่อระบุความถี่ของการกระทำหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามรอบปฏิทินประจำปี ตัวอย่างการใช้งาน The company holds its Annually General Meeting in March. (บริษัทมีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีในเดือนมีนาคม) We receive our insurance premium bill Annually. (เราได้รับใบแจ้งหนี้ค่าเบี้ยประกันภัยเป็นประจำทุกปี) The festival is celebrated Annually during the summer. (เทศกาลนี้เฉลิมฉลองกันเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูร้อน) บริบทและการใช้งานทั่วไป…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *