"Library” แปลว่า

คำว่า “Library” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ห้องสมุด” ครับ โดยทั่วไปแล้ว ห้องสมุดคือสถานที่ที่รวบรวมหนังสือ วารสาร สิ่งพิมพ์ และสื่อความรู้อื่นๆ ไว้เป็นจำนวนมาก เพื่อให้ผู้คนสามารถเข้ามาอ่าน ค้นคว้า หรือยืมไปใช้ได้

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Library” หรือ “ห้องสมุด” เมื่อเราต้องการหาหนังสือเพื่ออ่านเล่น หาข้อมูลสำหรับทำการบ้าน หรือค้นคว้าเรื่องที่สนใจ บางครั้งเราอาจจะเห็นป้ายบอกทางไป Library ในมหาวิทยาลัย หรืออาจจะนัดเพื่อนไปนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ ที่ Library ก็ได้ครับ นอกจากนี้ ในยุคดิจิทัล คำว่า “Library” ยังอาจหมายถึงคลังเก็บข้อมูลดิจิทัล หรือชุดคำสั่งสำเร็จรูปที่นักพัฒนาโปรแกรมใช้ในการสร้างซอฟต์แวร์ด้วย

ความหมายและการใช้งาน

Library หมายถึง สถานที่หรือแหล่งรวบรวมทรัพยากรความรู้ต่างๆ โดยเฉพาะหนังสือ เพื่อการศึกษา ค้นคว้า และพักผ่อนหย่อนใจ นอกจากนี้ยังสามารถหมายถึงคลังเก็บข้อมูลหรือโปรแกรมสำเร็จรูปสำหรับงานด้านเทคโนโลยี

ตัวอย่างการใช้งาน

ฉันชอบไปนั่งอ่านหนังสือที่ Library ของมหาวิทยาลัยเป็นประจำ

นักพัฒนาโปรแกรมกำลังพัฒนา Library ใหม่สำหรับภาษา Python

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Library” มักใช้ในบริบทของการศึกษา การค้นคว้าหาความรู้ การพักผ่อน และในแวดวงเทคโนโลยีสารสนเทศ


“Library” คืออะไร?

Library คือสถานที่ที่รวบรวมหนังสือและสื่อความรู้อื่นๆ เพื่อการศึกษาและค้นคว้า หรืออาจหมายถึงคลังเก็บข้อมูลดิจิทัลในทางเทคโนโลยี

เราสามารถทำอะไรได้บ้างที่ Library?

ที่ Library เราสามารถยืม-คืนหนังสือ อ่านหนังสือ ค้นคว้าข้อมูล หรือใช้เป็นสถานที่ในการอ่านหนังสือเงียบๆ ได้

Similar Posts

  • "เป่าเปา” แปลว่า

    คำว่า “เป่าเปา” เป็นคำเรียกที่นิยมใช้เรียกเด็กทารกหรือเด็กเล็กในภาษาไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเพื่อนสนิท ครอบครัว หรือผู้ที่เอ็นดูเด็กคนนั้นๆ มักใช้ด้วยความรัก ความเอ็นดู และความรู้สึกสนิทสนม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินผู้ใหญ่เรียกเด็กๆ ด้วยคำว่า “เป่าเปา” ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เช่น “เป่าเปาของแม่ มานี่มา” หรือ “ไปเล่นกับเพื่อนๆ กันนะ เป่าเปา” บางครั้งก็ใช้เป็นชื่อเล่นที่พ่อแม่ตั้งให้ลูกน้อยเลยก็มี ทำให้คำนี้มีความหมายถึงความน่ารัก ความไร้เดียงสา และความสุขที่เด็กๆ มอบให้กับคนรอบข้าง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “เป่าเปา” โดยทั่วไปไม่มีความหมายตามพจนานุกรมตายตัว แต่เป็นคำที่เกิดจากการเรียกขานด้วยความรักและความเอ็นดูต่อเด็กเล็ก มีลักษณะคล้ายกับคำว่า “ลูก” “หนู” “จอมซน” หรือชื่อเล่นอื่นๆ ที่ใช้เรียกเด็กๆ เพื่อแสดงความสนิทสนมและอ่อนโยน บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “เป่าเปา” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่ผู้พูดต้องการแสดงความรัก ความเอ็นดู หรือความห่วงใยต่อเด็กเล็ก เช่น การเรียกเด็กทารกหรือเด็กหัดเดิน การใช้เป็นชื่อเล่นที่ตั้งให้ลูกหลาน การเรียกเด็กๆ ที่เป็นที่รักของผู้ใหญ่ คำถามที่พบบ่อย “เป่าเปา” หมายถึงอะไร? โดยทั่วไป “เป่าเปา” เป็นคำเรียกที่ใช้เรียกเด็กทารกหรือเด็กเล็กด้วยความรักและความเอ็นดู…

  • "Intuition” แปลว่า

    คำว่า “Intuition” หมายถึง สัญชาตญาณ หรือ ความรู้สึกหยั่งรู้ เป็นความเข้าใจหรือการตัดสินใจที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน โดยไม่ได้อาศัยการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลอย่างละเอียดถี่ถ้วน เป็นเหมือนเสียงกระซิบจากภายในที่บอกเราว่าสิ่งใดถูกหรือผิด ควรหรือไม่ควรทำ ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้ “Intuition” ในสถานการณ์ต่างๆ โดยไม่รู้ตัว เช่น เมื่อรู้สึกไม่สบายใจกับคนแปลกหน้า หรือเมื่อตัดสินใจเลือกทางเลือกใดทางเลือกหนึ่งอย่างรวดเร็วโดยไม่สามารถอธิบายเหตุผลได้ชัดเจน บางครั้งสัญชาตญาณนี้ก็ช่วยให้เราหลีกเลี่ยงอันตราย หรือนำไปสู่โอกาสที่ดีได้ มันเป็นส่วนหนึ่งของกลไกการเอาตัวรอดและการตัดสินใจของมนุษย์ที่ช่วยให้เราตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ความหมายและการใช้งาน “Intuition” คือความสามารถในการรับรู้หรือเข้าใจบางสิ่งบางอย่างได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ที่สั่งสมมา หรือจากจิตใต้สำนึกที่เราอาจไม่ทันรู้ตัว เราอาจใช้คำนี้เมื่อพูดถึงการตัดสินใจที่มาจากความรู้สึก หรือการคาดเดาที่แม่นยำโดยไม่มีหลักฐานชัดเจน ตัวอย่างการใช้งาน “ฉันมี Intuition ว่าการลงทุนครั้งนี้จะไม่ประสบความสำเร็จ” (หมายถึง รู้สึกหรือไม่สบายใจกับการลงทุนนี้ โดยไม่สามารถอธิบายเหตุผลได้ชัดเจน) “เธอเลือกเส้นทางนั้นด้วย Intuition ของเธอเอง” (หมายถึง ตัดสินใจเลือกเส้นทางนั้นจากความรู้สึก หรือสัญชาตญาณ ไม่ได้วางแผนหรือคิดมาอย่างดี) “นักสืบอาศัย Intuition ของเขาในการไขคดี” (หมายถึง ใช้ความรู้สึกหยั่งรู้ หรือการคาดเดาจากประสบการณ์มาช่วยในการสืบสวน) บริบทและการใช้งานทั่วไป คำว่า “Intuition” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจที่รวดเร็ว การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน…

  • "Indicate” แปลว่า

    คำว่า “Indicate” เป็นคำกริยาภาษาอังกฤษที่แปลเป็นภาษาไทยได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทการใช้งาน แต่โดยรวมแล้วมีความหมายหลักๆ คือ การชี้ให้เห็น การแสดงให้เห็น หรือการบ่งบอกถึงบางสิ่งบางอย่าง เป็นการสื่อสารเพื่อให้ผู้อื่นรับรู้ถึงข้อมูล สัญญาณ หรือทิศทางบางอย่าง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอการใช้งานคำว่า “Indicate” บ่อยครั้งในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เวลาขับรถ เราจะใช้ไฟเลี้ยวเพื่อ “indicate” ว่าเราจะเลี้ยวซ้ายหรือขวา หรือเมื่อมีอาการป่วย เราอาจจะไปหาหมอเพื่อตรวจดูว่าอาการเหล่านั้น “indicate” ถึงโรคอะไร หรือแม้แต่ในแผนภาพหรือกราฟ ก็อาจจะมีสัญลักษณ์ที่ “indicate” ถึงข้อมูลสำคัญต่างๆ ที่เราควรรู้ ความหมายและการใช้งาน “Indicate” หมายถึง การแสดงออก การชี้ให้เห็น การบ่งชี้ หรือการบอกเป็นนัย เพื่อให้ผู้อื่นทราบถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น สภาพการณ์ แนวโน้ม หรือเจตนา ตัวอย่างการใช้งาน ไฟเลี้ยวของรถยนต์ indicate ทิศทางการเลี้ยว ผลการสำรวจ indicate ว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่พอใจในสินค้า สีหน้าของเขา indicate ว่าเขากำลังไม่พอใจ บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Indicate”…

  • "Dam” แปลว่า

    คำว่า “Dam” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง เขื่อน ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นเพื่อกั้นแม่น้ำ ลำธาร หรือแหล่งน้ำ เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ เช่น การผลิตไฟฟ้า การชลประทาน การประปา หรือเพื่อป้องกันน้ำท่วม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “เขื่อน” หรือ “Dam” เมื่อมีการพูดถึงโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำ หรือเมื่อมีการกล่าวถึงแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นจากเขื่อน เช่น เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ หรือเขื่อนปากมูล คนไทยคุ้นเคยกับคำนี้ดี โดยเฉพาะในบริบทของการพัฒนาประเทศและการจัดการทรัพยากรน้ำ ความหมายและการใช้งาน Dam (แดม) เป็นคำนาม หมายถึง เขื่อน ซึ่งเป็นโครงสร้างที่สร้างขึ้นเพื่อกั้นทางน้ำ มีวัตถุประสงค์หลักคือการกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร การผลิตพลังงานไฟฟ้า หรือการควบคุมอุทกภัย นอกจากนี้ยังอาจใช้เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้อีกด้วย ตัวอย่างการใช้งาน โครงการก่อสร้าง **Dam** แห่งใหม่นี้จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำสำรองสำหรับภาคเกษตรกรรม เราไปเที่ยวชมความสวยงามของ **Dam** และชมวิวทิวทัศน์รอบๆ กัน บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Dam” มักถูกใช้ในข่าวสาร รายงาน หรือบทสนทนาที่เกี่ยวกับวิศวกรรมโยธา การจัดการทรัพยากรน้ำ การผลิตพลังงานไฟฟ้า หรือการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ…

  • "as” แปลว่า

    คำว่า “as” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลากหลาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ โดยทั่วไปแล้วสามารถแปลเป็นภาษาไทยได้หลายแบบ เช่น “เป็น”, “ในฐานะ”, “เหมือนกับ”, “เมื่อ”, “ขณะที่”, “เพราะว่า” หรือ “เนื่องจาก” เป็นต้น การเลือกใช้คำแปลที่เหมาะสมจึงต้องพิจารณาจากความหมายโดยรวมของประโยค ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอการใช้คำว่า “as” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น การแนะนำตัวหรือแนะนำตำแหน่งหน้าที่ “As a doctor, I see many patients every day.” (ในฐานะแพทย์ ฉันเห็นผู้ป่วยมากมายทุกวัน) หรือการเปรียบเทียบสิ่งของ “This is not as good as I expected.” (นี่ไม่ดีเท่าที่ฉันคาดหวังไว้) นอกจากนี้ยังใช้เพื่อบอกเหตุผล “As it was raining, we stayed home.” (เนื่องจากฝนตก เราจึงอยู่บ้าน) หรือใช้เพื่อเชื่อมประโยคที่เกิดพร้อมกัน…

  • "Peoples” แปลว่า

    คำว่า “Peoples” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “ผู้คน” หรือ “ประชาชน” ในภาษาไทยค่ะ เป็นคำนามพหูพจน์ของคำว่า “person” (คน) ซึ่งเมื่อใช้ในรูปพหูพจน์ “people” จะหมายถึงกลุ่มคนตั้งแต่สองคนขึ้นไป หรือหมายถึงประชากรโดยรวมของประเทศหรือชุมชนใดชุมชนหนึ่งก็ได้ค่ะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Peoples” ในบริบทที่พูดถึงกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เชื้อชาติ หรือชนเผ่า เช่น “the indigenous peoples of the Amazon” หรือ “various peoples of Southeast Asia” ในกรณีนี้ “Peoples” จะเน้นย้ำถึงความแตกต่างและความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละกลุ่มคนนั้นๆ ค่ะ นอกจากนี้ ยังอาจใช้ในความหมายทั่วไปเพื่อกล่าวถึงคนจำนวนมากในสถานที่หรือสถานการณ์ต่างๆ เช่น “The concert attracted peoples from all walks of life.” ซึ่งแปลว่า “คอนเสิร์ตนี้ดึงดูดผู้คนจากหลากหลายวงการ” ค่ะ ความหมายและการใช้งาน “Peoples”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *