"Leakage” แปลว่า

คำว่า “Leakage” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การรั่วไหล หรือการซึมออกมาโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งอาจเป็นของเหลว ก๊าซ ข้อมูล หรือแม้กระทั่งความลับ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Leakage” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น ท่อน้ำประปามีอาการรั่ว (water leakage) ทำให้มีน้ำซึมออกมา หรือในบริบทของข้อมูล อาจหมายถึงการที่ข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลลับของบริษัทรั่วไหลออกไปสู่ภายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาต

ความหมายและการใช้งาน

โดยทั่วไป “Leakage” หมายถึง การที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ควรจะอยู่ภายในหรือถูกเก็บกักไว้ เกิดการรั่วไหล ซึม หรือหลุดออกมาสู่ภายนอก ซึ่งมักจะก่อให้เกิดผลเสียตามมา

ตัวอย่างการใช้งาน

1. Water Leakage: “บ้านหลังนี้มีปัญหาเรื่อง water leakage ที่หลังคา ทำให้ฝ้าเพดานเป็นรอยด่าง” (บ้านหลังนี้มีปัญหาน้ำรั่วที่หลังคา ทำให้ฝ้าเพดานเป็นรอยด่าง)

2. Data Leakage: “บริษัทกำลังสืบสวนเรื่อง data leakage ที่อาจทำให้ข้อมูลลูกค้ากว่าพันรายรั่วไหล” (บริษัทกำลังสืบสวนเรื่องข้อมูลรั่วไหลที่อาจทำให้ข้อมูลลูกค้ากว่าพันรายหลุดออกไป)

3. Information Leakage: “การหลุดของข้อมูลการประชุมลับถือเป็น information leakage ครั้งร้ายแรง” (การหลุดของข้อมูลการประชุมลับถือเป็นการรั่วไหลของข้อมูลครั้งร้ายแรง)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Leakage” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับระบบโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบประปา ระบบไฟฟ้า หรือระบบทำความเย็น ที่เกิดการรั่วไหลของของเหลวหรือก๊าซ นอกจากนี้ยังใช้ในบริบทของความปลอดภัยของข้อมูล (data security) และการรักษาความลับ (confidentiality) เมื่อข้อมูลสำคัญถูกเปิดเผยโดยไม่ตั้งใจ

“Leakage” คืออะไร?

“Leakage” หมายถึง การรั่วไหล หรือการซึมออกมาโดยไม่ตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นของเหลว ก๊าซ ข้อมูล หรือความลับ

“Leakage” ใช้ในสถานการณ์ไหนได้บ้าง?

สามารถใช้ได้ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อมีน้ำรั่วจากท่อ (water leakage) หรือเมื่อข้อมูลสำคัญรั่วไหลออกไป (data leakage)

มีคำอื่นที่ความหมายใกล้เคียงกับ “Leakage” หรือไม่?

ในภาษาไทยอาจใช้คำว่า “การรั่วไหล” “การซึม” หรือ “การหลุด” ขึ้นอยู่กับบริบทของสิ่งของหรือข้อมูลที่รั่วไหล

Similar Posts

  • "Formal” แปลว่า

    คำว่า “Formal” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “เป็นทางการ” หรือ “ตามแบบแผน” ค่ะ เป็นการอธิบายถึงสิ่งที่เป็นไปตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือขนบธรรมเนียมที่ยอมรับกันโดยทั่วไป มักจะมีความสุภาพ เรียบร้อย และมีความเป็นทางการสูง ไม่ได้ใช้ภาษาพูดที่กันเอง หรือภาษาที่ไม่เป็นทางการ ในชีวิตประจำวัน เราจะพบเจอคำว่า Formal ได้ในหลายสถานการณ์ค่ะ เช่น การแต่งกายไปงานสำคัญที่ต้องใส่ชุดสูท ผูกเนคไท หรือชุดราตรี ก็เรียกว่า “Formal attire” หรือการเขียนจดหมายสมัครงาน การติดต่อธุรกิจ การประชุมสำคัญ ที่ต้องใช้ภาษาที่สุภาพ เหมาะสมกับกาลเทศะ ก็ถือเป็น “Formal communication” ค่ะ ตรงกันข้ามกับ Informal ที่แปลว่า ไม่เป็นทางการ สบายๆ กันเอง ความหมายและการใช้งาน Formal หมายถึง การกระทำ คำพูด การแต่งกาย หรือสิ่งใดๆ ที่เป็นไปตามกฎ ระเบียบ ประเพณี หรือมารยาทที่กำหนดไว้ มีความเคร่งครัด…

  • "Hide” แปลว่า

    คำว่า “Hide” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ คือ “ซ่อน” หรือ “ปกปิด” เป็นคำกริยาที่ใช้เมื่อต้องการทำให้บางสิ่งบางอย่างไม่ปรากฏให้เห็น หรือไม่สามารถถูกค้นพบได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “hide” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การเล่นซ่อนแอบ (hide-and-seek) หรือเมื่อเราต้องการเก็บของบางอย่างไว้ไม่ให้ใครเห็น เราอาจจะบอกว่า “I need to hide this gift” ซึ่งหมายถึง “ฉันต้องซ่อนของขวัญชิ้นนี้” หรือในบริบทของเทคโนโลยี เราอาจจะพูดถึงการ “hide” ไฟล์หรือโฟลเดอร์บนคอมพิวเตอร์ เพื่อไม่ให้คนอื่นเห็น หรือแม้กระทั่งการ “hide” ตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับบางสิ่งบางอย่าง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “hide” หมายถึง การทำให้บางสิ่งไม่สามารถมองเห็นได้ หรือทำให้มันถูกปกปิดไว้ เพื่อไม่ให้ถูกค้นพบ หรือเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว ตัวอย่างการใช้งาน “Please hide the cookies before the kids see them.” (กรุณาซ่อนคุกกี้ก่อนที่เด็กๆ จะเห็น)…

  • "For You” แปลว่า

    “For You” เป็นวลีภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไป มีความหมายตรงตัวว่า “สำหรับคุณ” หรือ “เพื่อคุณ” เป็นการแสดงออกถึงความตั้งใจหรือการมอบสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้กับบุคคลนั้นๆ โดยเฉพาะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นวลี “For You” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อมีคนมอบของขวัญให้ หรือเมื่อมีบริการที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษสำหรับลูกค้า หรือแม้แต่ในข้อความที่ส่งถึงกันเพื่อแสดงความห่วงใยและความใส่ใจ ความหมายและการใช้งาน “For You” หมายถึง การกระทำ การมอบ หรือการจัดเตรียมสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยมี “คุณ” เป็นผู้รับ หรือเป็นเป้าหมายหลัก อาจใช้เพื่อแสดงความเอื้อเฟื้อ การให้เกียรติ หรือการเอาใจใส่ ตัวอย่างการใช้งาน 1. เมื่อเพื่อนให้ของขวัญ: “This is for you.” (นี่สำหรับคุณนะ) 2. ในร้านค้าที่มีโปรโมชั่นพิเศษ: “Special offer for you!” (ข้อเสนอพิเศษสำหรับคุณ!) 3. ในข้อความแสดงความยินดี: “Congratulations, this song is for you.” (ยินดีด้วยนะ…

  • "Shines” แปลว่า

    คำว่า “Shines” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักว่า “ส่องแสง” หรือ “เปล่งประกาย” ครับ เป็นคำกริยาที่ใช้อธิบายถึงการปล่อยแสงออกมา หรือการมีความสว่างสดใส อาจจะหมายถึงแสงที่มาจากดวงอาทิตย์ ดวงดาว หรือวัตถุที่สะท้อนแสงได้ดี นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบถึงความโดดเด่น ความเก่งกาจ หรือความสำเร็จที่ทำให้ใครสักคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งดูดี มีคุณค่า หรือน่าประทับใจได้เช่นกัน ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Shines” บ่อยครั้งในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงสภาพอากาศที่แจ่มใส “The sun shines brightly today” (วันนี้พระอาทิตย์ส่องแสงจ้า) หรือเมื่อพูดถึงความสามารถของใครบางคน “She really shines in her new role” (เธอโดดเด่นมากในบทบาทใหม่ของเธอ) ในเชิงวัตถุ ก็อาจจะใช้กับสิ่งของที่ได้รับการขัดเงาจนเงางาม “My shoes are shining” (รองเท้าของฉันเป็นเงางาม) หรือแม้กระทั่งใช้ในสำนวนที่บอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งทำได้ดีเป็นพิเศษ “That idea shines above the rest” (ไอเดียนั้นโดดเด่นเหนือกว่าอันอื่น) ความหมายและการใช้งาน…

  • "Waits” แปลว่า

    คำว่า “Waits” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การรอคอย หรือการหยุดชะงัก เป็นการกระทำที่บ่งบอกถึงการอยู่เฉยๆ โดยคาดหวังบางสิ่งบางอย่างที่จะเกิดขึ้น หรือการรอให้สถานการณ์บางอย่างคลี่คลาย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Waits” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเรากำลังรอรถเมล์ รอคิวที่ร้านอาหาร หรือรอให้เพื่อนมาถึง คำนี้สื่อถึงช่วงเวลาที่เราต้องอดทนและไม่สามารถดำเนินการอื่นใดได้ในขณะนั้น อาจเป็นการรอคอยด้วยความหวัง หรือรอคอยอย่างไม่เต็มใจก็ได้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Waits” มาจากกริยา “wait” ซึ่งหมายถึง การรอคอย เมื่อเติม “s” เข้าไปท้ายคำ จะกลายเป็นรูปพหูพจน์ของคำนาม หรือใช้ในรูปของกริยาบุรุษที่สามเอกพจน์ในปัจจุบันกาล ในบริบททั่วไป “Waits” มักจะหมายถึง “การรอคอย” หลายครั้ง หรือ “ช่วงเวลาแห่งการรอคอย” ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ หรือต่อเนื่อง ตัวอย่างการใช้งาน ในเพลงหรือบทกวี อาจมีการใช้ “Waits” เพื่อสื่อถึงความรู้สึกของการรอคอยที่ยาวนาน หรือการรอคอยในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง เช่น “The long waits for his return” (การรอคอยอันยาวนานเพื่อการกลับมาของเขา)…

  • "Can” แปลว่า

    “Can” เป็นคำกริยา (verb) ในภาษาอังกฤษที่ใช้แสดงความสามารถ, ความเป็นไปได้, หรือการขออนุญาต มีความหมายหลักๆ คือ “สามารถ” หรือ “ทำได้” ในภาษาไทย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้ “can” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เมื่อต้องการบอกว่าตัวเองทำอะไรได้ หรือไม่สามารถทำอะไรได้ หรือเมื่อต้องการถามว่าอีกฝ่ายสามารถทำสิ่งนั้นได้หรือไม่ นอกจากนี้ยังใช้เพื่อขออนุญาตทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างสุภาพ หรือเพื่อบอกความเป็นไปได้ของเหตุการณ์ต่างๆ ความหมายและการใช้งาน “Can” ใช้เพื่อแสดงถึง: ความสามารถ (Ability): บอกว่าใครสักคนมีความสามารถในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น “I can speak Thai.” (ฉันสามารถพูดภาษาไทยได้) ความเป็นไปได้ (Possibility): บอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีโอกาสที่จะเกิดขึ้น เช่น “It can rain tomorrow.” (พรุ่งนี้ฝนอาจจะตก) การขออนุญาต (Permission): ใช้เพื่อขออนุญาตทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างสุภาพ เช่น “Can I borrow your pen?” (ฉันขอยืมปากกาของคุณได้ไหม) การขอร้อง…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *