"Lasts” แปลว่า

คำว่า “Lasts” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า “คงอยู่” หรือ “อยู่ได้นาน” ซึ่งเป็นการบอกถึงระยะเวลาที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งยังคงสภาพเดิมหรือยังคงใช้งานได้อยู่

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “lasts” เพื่ออธิบายถึงความทนทานหรืออายุการใช้งานของสิ่งของต่างๆ เช่น แบตเตอรี่ของโทรศัพท์มือถือที่ “lasts” ได้นาน หรือเสื้อผ้าที่ “lasts” ได้หลายปี นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับเหตุการณ์หรือความรู้สึกที่ “lasts” เป็นเวลานานได้เช่นกัน

ความหมายและการใช้งาน

“Lasts” มาจากคำกริยา “last” ในรูปเอกพจน์บุรุษที่สาม ซึ่งหมายถึง การคงอยู่ การมีชีวิตอยู่ การดำเนินต่อไป หรือการมีอายุยาวนาน

ตัวอย่างการใช้งาน

เช่น “This battery lasts for 10 hours.” (แบตเตอรี่นี้ใช้งานได้นาน 10 ชั่วโมง) หรือ “His anger lasted for days.” (ความโกรธของเขายังคงอยู่หลายวัน)

บริบท / การใช้งานทั่วไป

คำว่า “lasts” มักถูกใช้ในบริบทที่ต้องการเน้นย้ำถึงความทนทาน ความคงทน หรือระยะเวลาที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งยังคงอยู่หรือทำงานได้

🔷 FAQ SECTION

“Lasts” ใช้กับอะไรได้บ้าง?

“Lasts” สามารถใช้ได้กับสิ่งของที่จับต้องได้ เช่น แบตเตอรี่, เสื้อผ้า, รถยนต์ หรือแม้กระทั่งกับสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น ความสุข, ความทรงจำ, หรือความโกรธ

ความแตกต่างระหว่าง “last” และ “lasts” คืออะไร?

“Last” เป็นรูปกริยาพื้นฐาน ใช้กับประธานที่เป็นพหูพจน์ หรือบุรุษที่หนึ่ง/สอง (I, you, we, they) ส่วน “lasts” เป็นรูปกริยาที่เติม s ใช้กับประธานที่เป็นเอกพจน์บุรุษที่สาม (he, she, it) หรือคำนามเอกพจน์ เช่น The phone lasts. The phones last.

Similar Posts

  • "Cheaper” แปลว่า

    คำว่า “Cheaper” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่ใช้เปรียบเทียบเพื่อบอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีราคาถูกกว่าอีกสิ่งหนึ่ง หรือมีราคาถูกกว่าปกติทั่วไป เป็นการแสดงให้เห็นถึงการประหยัดค่าใช้จ่ายหรือมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Cheaper” ในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อแสดงการเปรียบเทียบราคา เช่น เมื่อเรากำลังเลือกซื้อสินค้า เราอาจจะพูดว่า “อันนี้ถูกกว่านะ” หรือเมื่อเปรียบเทียบการเดินทาง เราอาจจะบอกว่า “นั่งรถทัวร์จะ Cheaper กว่า” เพื่อบอกว่าการเดินทางด้วยรถทัวร์มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า หรือเมื่อมีโปรโมชั่นลดราคา เราก็มักจะบอกว่า “ช่วงนี้ของลดราคา ทำให้ Cheaper ลงเยอะเลย” เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Cheaper” มาจากคำว่า “cheap” ซึ่งแปลว่า ถูก เมื่อเติม “-er” เข้าไป จะกลายเป็นรูปขั้นกว่า (comparative form) เพื่อใช้เปรียบเทียบว่าสิ่งใดมีราคาถูกกว่าอีกสิ่งหนึ่ง หรือถูกกว่าที่ควรจะเป็น ตัวอย่างการใช้งาน “I found a cheaper hotel for our vacation.” (ฉันเจอโรงแรมที่ Cheaper กว่าสำหรับการไปพักผ่อนของเรา) “Buying…

  • "Perfection” แปลว่า

    คำว่า “Perfection” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ความสมบูรณ์แบบ หรือ ความไร้ที่ติ เป็นสภาวะที่ไม่มีข้อบกพร่องใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นในด้านรูปลักษณ์ คุณภาพ หรือการกระทำ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Perfection” เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่น่าประทับใจอย่างยิ่งยวด จนแทบจะหาข้อตำหนิไม่ได้เลย เช่น การแสดงที่ยอดเยี่ยมของนักร้อง การทำอาหารที่รสชาติกลมกล่อมลงตัว หรือการออกแบบที่สวยงามไร้ที่ติ บางครั้งก็ใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อแสดงความชื่นชมในสิ่งที่ทำได้ดีมากๆ แม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว อาจจะยังมีข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ อยู่บ้างก็ตาม ความหมายและการใช้งาน Perfection คือ สภาวะที่สมบูรณ์แบบที่สุด ไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ สามารถนำไปใช้ได้กับหลายสิ่งหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ การกระทำ หรือแม้แต่ความคิด ตัวอย่างการใช้งาน “เธอแต่งหน้าได้ Perfection มากเลย” (หมายถึง แต่งหน้าได้สวยสมบูรณ์แบบมาก) “การแสดงครั้งนี้ถือว่าใกล้เคียงกับ Perfection แล้ว” (หมายถึง การแสดงดีมาก เกือบจะสมบูรณ์แบบแล้ว) “เขาทำงานด้วยมาตรฐานของ Perfection เสมอ” (หมายถึง เขาทำงานอย่างละเอียดรอบคอบ ไม่ยอมให้มีข้อผิดพลาด) บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า…

  • "Months” แปลว่า

    คำว่า “Months” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “เดือน” ซึ่งเป็นหน่วยเวลาที่ใช้ในการนับปี โดยทั่วไปหนึ่งปีมี 12 เดือน ซึ่งแต่ละเดือนก็จะมีจำนวนวันแตกต่างกันไปตามปฏิทินที่เราใช้กัน ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Months” หรือ “เดือน” ในการนัดหมาย วางแผนกิจกรรมต่างๆ หรือแม้แต่พูดถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา เช่น “I’ll see you in a few months” ซึ่งแปลว่า “แล้วเจอกันในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านะ” หรือ “We’ve been working on this project for several months” หมายถึง “เราทำงานในโปรเจกต์นี้มาหลายเดือนแล้ว” การเข้าใจความหมายของ “Months” จึงช่วยให้เราสื่อสารเรื่องเวลาได้อย่างชัดเจนและถูกต้อง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Months” คือ รูปพหูพจน์ของคำว่า “Month” ซึ่งหมายถึง “เดือน” โดยทั่วไปแล้วหมายถึงช่วงเวลาประมาณ 30 วันที่ประกอบกันเป็นส่วนหนึ่งของปี ในปฏิทินสากลมี…

  • "Equivalent” แปลว่า

    คำว่า “Equivalent” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อสื่อถึงความเท่าเทียมกัน มีค่าเท่ากัน หรือเทียบเท่ากันในแง่ใดแง่หนึ่ง สามารถนำไปใช้ได้หลากหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบปริมาณ คุณภาพ หรือมูลค่า ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Equivalent” บ่อยครั้งในบริบทต่างๆ เช่น การเปรียบเทียบสกุลเงิน การประเมินมูลค่าของสิ่งของ หรือแม้แต่การบอกปริมาณของสารอาหารที่เทียบเท่ากัน การเข้าใจความหมายและการนำไปใช้จะช่วยให้เราสื่อสารและเข้าใจข้อมูลต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Equivalent” หมายถึง สิ่งที่มีคุณสมบัติ ปริมาณ หรือค่าเท่าเทียมกันกับอีกสิ่งหนึ่ง เราใช้คำนี้เพื่อแสดงการเปรียบเทียบว่าสิ่งหนึ่งสามารถทดแทน หรือมีผลลัพธ์เหมือนกับอีกสิ่งหนึ่งได้ ตัวอย่างการใช้งาน หากคุณกำลังวางแผนเดินทางไปต่างประเทศและต้องการแลกเงินบาทไทยเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ คุณอาจจะถามว่า “1000 บาทไทย คิดเป็นกี่ดอลลาร์สหรัฐ?” พนักงานแลกเงินก็จะบอกคุณถึงจำนวนเงินดอลลาร์สหรัฐที่ “equivalent” หรือมีค่าเท่ากับ 1000 บาทไทย อีกตัวอย่างหนึ่งคือ การเปรียบเทียบปริมาณสารอาหาร เช่น “การกินแอปเปิ้ล 1 ผล ให้พลังงานเท่ากับข้าว 1 ทัพพี” ในที่นี้ พลังงานที่ได้จากแอปเปิ้ล 1 ผล ถือเป็น “equivalent” กับพลังงานจากข้าว…

  • "Routine” แปลว่า

    คำว่า “Routine” (รูทีน) ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “กิจวัตรประจำวัน” หรือ “สิ่งที่ทำเป็นประจำ” ครับ มันหมายถึงกิจกรรมหรือการกระทำที่เราทำซ้ำๆ อย่างสม่ำเสมอ อาจจะเป็นทุกวัน ทุกสัปดาห์ หรือตามช่วงเวลาที่กำหนดไว้ เพื่อให้ชีวิตดำเนินไปอย่างมีระเบียบและราบรื่น ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Routine” บ่อยครั้งเพื่ออธิบายถึงสิ่งที่เราทำเป็นปกติ เช่น “My morning routine is to wake up, drink coffee, and read the news.” (กิจวัตรตอนเช้าของฉันคือการตื่นนอน ดื่มกาแฟ และอ่านข่าว) หรือ “Exercise is part of my daily routine.” (การออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันของฉัน) มันช่วยให้เราเห็นภาพว่าแต่ละคนมีแบบแผนการใช้ชีวิตอย่างไร และมักจะเชื่อมโยงกับความรู้สึกของความคุ้นเคย ความสะดวกสบาย หรือแม้กระทั่งความเบื่อหน่ายหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงบ้าง ความหมายและการใช้งาน Routine หมายถึง ลำดับขั้นตอนหรือการปฏิบัติที่ทำเป็นประจำจนเป็นนิสัย ช่วยจัดระเบียบชีวิต ทำให้ไม่ต้องคิดมากในแต่ละวัน…

  • "Store” แปลว่า

    คำว่า “Store” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “ร้านค้า” หรือ “แหล่งรวบรวม” โดยทั่วไปแล้วจะหมายถึงสถานที่ที่ผู้คนเข้าไปเลือกซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ รวมถึงอาจหมายถึงพื้นที่ที่ใช้เก็บรักษาสิ่งของด้วย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเห็นคำว่า “Store” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เวลาเราไปเดินห้างสรรพสินค้า เราก็จะได้ยินคำว่า “Shopping Store” หรือ “Department Store” ซึ่งหมายถึงร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้า หรือเวลาที่เราดาวน์โหลดแอปพลิเคชันลงบนมือถือ เราก็จะเข้าไปที่ “App Store” หรือ “Play Store” ซึ่งเป็นแหล่งรวมแอปพลิเคชันต่างๆ นั่นเอง นอกจากนี้ คำว่า “Store” ยังสามารถใช้ในความหมายของการเก็บรักษาได้ เช่น “Data Store” ที่หมายถึงแหล่งเก็บข้อมูล ความหมายและการใช้งาน “Store” หมายถึง สถานที่ขายสินค้า บริการ หรือแหล่งรวบรวมสิ่งต่างๆ สามารถใช้ได้ทั้งในความหมายที่เป็นรูปธรรม เช่น ร้านค้าทั่วไป ร้านอาหาร หรือในความหมายที่เป็นนามธรรม เช่น แหล่งเก็บข้อมูล แหล่งดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *