"ing” แปลว่า

“ing” เป็นคำที่ใช้เติมท้ายคำกริยาในภาษาอังกฤษ เพื่อเปลี่ยนรูปคำกริยาไปเป็นรูปแบบต่างๆ ขึ้นอยู่กับบริบทการใช้งาน โดยหลักๆ แล้ว “ing” จะปรากฏใน 2 รูปแบบหลัก คือ การสร้างคำกริยาเติม -ing (Present Participle) และการสร้างคำนามที่มาจากกริยา (Gerund)

ในชีวิตประจำวัน เราจะเจอกับคำที่ลงท้ายด้วย “ing” บ่อยครั้งมาก ไม่ว่าจะเป็นในประโยคที่กำลังอธิบายการกระทำที่กำลังเกิดขึ้น หรือใช้เป็นชื่อกิจกรรมต่างๆ เช่น การวิ่ง (running) การอ่านหนังสือ (reading) หรือแม้แต่ในชื่อแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ การเข้าใจความหมายและการใช้งานของ “ing” จะช่วยให้เราเข้าใจภาษาอังกฤษได้ดียิ่งขึ้น

ความหมายและการใช้งาน

“ing” ใช้เพื่อ:

  • บ่งบอกการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ (Present Participle): ใช้ร่วมกับกริยาช่วย “to be” เพื่อสร้าง Tense ปัจจุบันกาลต่อเนื่อง (Present Continuous Tense) หรืออดีตกาลต่อเนื่อง (Past Continuous Tense) เช่น I am studying. (ฉันกำลังเรียนอยู่) She was talking on the phone. (เธอกำลังคุยโทรศัพท์อยู่)
  • เปลี่ยนคำกริยาให้เป็นคำนาม (Gerund): ใช้เป็นประธานของประโยค กรรมของประโยค หรือส่วนเติมเต็มของประโยค เช่น Swimming is good for health. (การว่ายน้ำดีต่อสุขภาพ) He enjoys reading. (เขาชอบการอ่าน)
  • ใช้เป็นส่วนหนึ่งของคำคุณศัพท์ (Adjective): คำกริยาที่เติม “ing” บางคำสามารถทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์เพื่ออธิบายลักษณะของคำนามได้ เช่น an interesting book (หนังสือที่น่าสนใจ) a boring movie (ภาพยนตร์ที่น่าเบื่อ)

ตัวอย่างการใช้งาน

  • Running is my favorite exercise. (การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่ฉันชอบที่สุด) – Gerund
  • They are playing football in the park. (พวกเขากำลังเล่นฟุตบอลอยู่ในสวนสาธารณะ) – Present Participle
  • The exciting news made everyone happy. (ข่าวที่น่าตื่นเต้นทำให้ทุกคนมีความสุข) – Adjective

บริบทที่พบบ่อย

คำที่ลงท้ายด้วย “ing” มักพบในสถานการณ์ที่อธิบายถึงกิจกรรม การกระทำที่กำลังเกิดขึ้น หรือใช้เป็นชื่อเรียกกิจกรรมต่างๆ เช่น ‘hiking’ (การเดินป่า), ‘shopping’ (การซื้อของ), ‘meeting’ (การประชุม) นอกจากนี้ยังอาจพบในชื่อผลิตภัณฑ์ หรือบริการที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวหรือกิจกรรม เช่น ‘running shoes’ (รองเท้าวิ่ง)


คำถามที่พบบ่อย

“ing” คืออะไร?

“ing” เป็นส่วนที่เติมท้ายคำกริยาในภาษาอังกฤษ เพื่อเปลี่ยนรูปคำกริยาให้เป็นได้ทั้งรูปแบบที่แสดงถึงการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ (Present Participle) หรือใช้เป็นคำนาม (Gerund)

เราจะรู้ได้อย่างไรว่า “ing” ใช้ในความหมายไหน?

เราจะดูจากบริบทของประโยคเป็นหลัก หากใช้ร่วมกับกริยา “to be” เพื่อบอกว่ากำลังทำอะไรอยู่ มักจะเป็น Present Participle แต่หากใช้เป็นประธานหรือกรรมของประโยค หรือตามหลังกริยาบางตัวที่ต้องการกรรมเป็นกริยา มักจะเป็น Gerund

Similar Posts

  • "Cost” แปลว่า

    คำว่า “Cost” ในภาษาอังกฤษ โดยพื้นฐานแล้วมีความหมายว่า “ต้นทุน” หรือ “ค่าใช้จ่าย” ครับ เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงจำนวนเงินที่ต้องจ่ายออกไปเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งของ บริการ หรือเพื่อดำเนินกิจกรรมบางอย่าง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Cost” อยู่บ่อยครั้งครับ เช่น เวลาไปซื้อของ ก็อาจจะถามพนักงานว่า “What’s the cost of this?” (ราคานี้เท่าไหร่?) หรือเวลาวางแผนการเดินทาง ก็อาจจะคำนวณ “travel cost” (ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง) หรือเวลาทำธุรกิจ ก็ต้องคำนึงถึง “production cost” (ต้นทุนการผลิต) เป็นต้น มันคือตัวเลขที่บอกเราว่าเราต้องเสียเงินไปเท่าไหร่เพื่ออะไรสักอย่าง ความหมายและการใช้งาน “Cost” หมายถึง ราคาหรือมูลค่าที่ต้องจ่ายออกไปเพื่อซื้อหรือได้มาซึ่งสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือเพื่อดำเนินการบางอย่าง อาจเป็นต้นทุนในการผลิตสินค้า ค่าบริการ ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน ตัวอย่างการใช้งาน The cost of this book is 300…

  • "Nap” แปลว่า

    คำว่า “Nap” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การงีบหลับ หรือการนอนหลับพักผ่อนในช่วงระยะเวลาสั้นๆ โดยทั่วไปมักจะเกิดขึ้นในช่วงกลางวัน เพื่อคลายความเหนื่อยล้าหรือเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Nap” เพื่ออธิบายถึงการนอนพักผ่อนสั้นๆ เช่น หลังรับประทานอาหารกลางวัน หรือเมื่อรู้สึกง่วงนอนระหว่างวัน การงีบหลับช่วยให้สมองได้พักผ่อนและฟื้นฟู ทำให้เรากลับมามีสมาธิและประสิทธิภาพในการทำงานหรือกิจกรรมต่างๆ ได้ดีขึ้น ความหมายและการใช้งาน Nap หมายถึง การนอนหลับระยะสั้นๆ การงีบหลับนี้ไม่เหมือนกับการนอนหลับเต็มอิ่มในตอนกลางคืน แต่เป็นการพักผ่อนที่ช่วยให้ร่างกายและจิตใจรู้สึกดีขึ้น ตัวอย่างเช่น เด็กเล็กมักจะมีการงีบหลับในช่วงกลางวัน หรือผู้ใหญ่ที่ทำงานหนักอาจจะงีบหลับสักครู่เพื่อลดความเหนื่อยล้า ตัวอย่างการใช้งาน “I need to take a quick nap before the meeting.” (ฉันต้องงีบหลับสักครู่ก่อนการประชุม) “My baby usually takes a nap around noon.” (ลูกน้อยของฉันมักจะงีบหลับช่วงเที่ยง) “A short nap can improve your alertness.”…

  • "No Manner” แปลว่า

    คำว่า “No Manner” เป็นวลีภาษาอังกฤษที่ใช้พูดเมื่อต้องการบอกว่าการกระทำหรือไม่แสดงออกของใครบางคนนั้น “ไม่มีมารยาท” หรือ “ไม่สุภาพ” โดยทั่วไปแล้วใช้เพื่อวิจารณ์พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือไม่น่าพอใจในสถานการณ์ทางสังคม ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินหรือเห็นคนใช้คำว่า “No Manner” ในหลายบริบท เช่น เมื่อมีคนพูดจาหยาบคายโดยไม่คิดถึงความรู้สึกของผู้อื่น การแซงคิว การไม่กล่าวคำขอบคุณ หรือการทำอะไรบางอย่างที่ขัดต่อธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไป การใช้คำนี้เป็นการบอกเป็นนัยว่าการกระทำนั้นๆ บ่งบอกถึงการขาดการอบรมที่ดีหรือไม่ใส่ใจต่อความรู้สึกของคนรอบข้าง ความหมายและการใช้งาน “No Manner” หมายถึง การขาดมารยาท ความสุภาพ หรือการประพฤติตนที่ไม่เหมาะสมในสังคม เป็นการแสดงออกถึงการไม่เคารพต่อผู้อื่นหรือไม่ใส่ใจต่อกฎเกณฑ์ทางสังคมที่ควรปฏิบัติ ตัวอย่างการใช้งาน หากมีคนผลักคุณเพื่อให้ได้ที่นั่งที่ดีกว่าในรถสาธารณะ คุณอาจคิดในใจว่า “That’s no manner!” หรือหากเพื่อนของคุณพูดจาดูถูกคนอื่นอย่างเปิดเผย คุณอาจบอกกับเขาว่า “You have no manner.” บริบท / การใช้ทั่วไป วลีนี้มักใช้ในการสนทนาที่ไม่เป็นทางการ เพื่อแสดงความไม่พอใจหรือตำหนิพฤติกรรมที่ขาดความสุภาพ การใช้ “No Manner” เป็นวิธีที่ตรงไปตรงมาในการชี้ให้เห็นว่าการกระทำของบุคคลนั้นไม่เป็นที่ยอมรับในสายตาของคนทั่วไป คำถามที่พบบ่อย “No Manner” ใช้ในสถานการณ์แบบไหนได้บ้าง? “No Manner”…

  • "Visiting” แปลว่า

    คำว่า “Visiting” ในภาษาอังกฤษ แปลตรงตัวว่า “การเยี่ยมเยือน” หรือ “การไปเยี่ยม” ครับ เป็นคำกริยาที่ใช้เมื่อเราต้องการจะบอกว่าเรากำลังจะเดินทางไปหาใครสักคน หรือไปสถานที่ใดสถานที่หนึ่งเป็นระยะเวลาสั้นๆ เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง เช่น ไปเยี่ยมญาติ ไปเที่ยว หรือไปติดต่อธุระ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Visiting” ในบริบทต่างๆ ครับ เช่น เมื่อเพื่อนชวนไปบ้าน เขาก็อาจจะบอกว่า “Are you free for visiting this weekend?” (สุดสัปดาห์นี้ว่างไปเยี่ยมไหม?) หรือถ้าเราวางแผนจะไปเที่ยวต่างประเทศ เราก็อาจจะบอกว่า “I’m planning a visiting trip to Japan next month.” (ฉันกำลังวางแผนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นเดือนหน้านี้) มันเป็นคำที่แสดงถึงการเดินทางไปหาหรือไปพบเจอในสถานที่อื่นที่ไม่ใช่ที่ที่เราอยู่อาศัยเป็นประจำ ความหมายและการใช้งาน “Visiting” หมายถึง การเดินทางไปหรือการไปปรากฏตัวที่สถานที่แห่งหนึ่ง หรือไปพบปะบุคคลอื่น ซึ่งมักจะเป็นการไปชั่วคราว ไม่ได้เป็นการย้ายถิ่นฐานไปอยู่ถาวร การใช้งานหลักๆ คือการไปเยี่ยมเยียนบุคคล เช่น ไปเยี่ยมเพื่อน…

  • "Impression” แปลว่า

    คำว่า “Impression” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การสร้างความรู้สึก การประทับใจ หรือภาพลักษณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นในใจของผู้อื่น ซึ่งอาจเกิดจากการกระทำ คำพูด หรือลักษณะภายนอกของเรา เรามักใช้คำว่า Impression ในชีวิตประจำวันเพื่ออธิบายถึงความรู้สึกแรกที่เรามีต่อใครสักคน หรือต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น การพบปะผู้คนใหม่ๆ การไปสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย หรือแม้กระทั่งการชมโฆษณา การสร้าง Impression ที่ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี หรือทำให้ผู้อื่นจดจำเราในแง่บวก ความหมายและการใช้งาน Impression โดยทั่วไปหมายถึง “ความประทับใจ” หรือ “การสร้างภาพลักษณ์” เป็นการบ่งบอกถึงผลลัพธ์ของการปฏิสัมพันธ์หรือการรับรู้ที่เกิดขึ้นในจิตใจของบุคคลอื่น อาจเป็นความรู้สึกที่ดีหรือไม่ดีก็ได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ที่มากระทบ ตัวอย่างการใช้งาน ในการสัมภาษณ์งาน ผู้สมัครมักพยายามสร้าง “good impression” หรือความประทับใจที่ดีต่อผู้สัมภาษณ์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับคัดเลือก การตกแต่งร้านค้าให้สวยงามน่าดึงดูด ก็เพื่อสร้าง “positive impression” หรือความประทับใจเชิงบวกให้กับลูกค้าที่เข้ามาเยี่ยมชม เมื่อเราได้ยินเพลงที่ไพเราะ เราอาจจะบอกว่าเพลงนั้นสร้าง “strong impression” หรือความประทับใจที่แข็งแกร่งให้กับเรา บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า Impression มักถูกใช้ในบริบทของการสื่อสารระหว่างบุคคล การตลาด การสร้างแบรนด์…

  • "Held” แปลว่า

    คำว่า “Held” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ ซึ่งมีความหมายหลักๆ คือ “ถูกถือ” หรือ “ถูกจับ” ในบริบทที่สิ่งของถูกยึดไว้ในมือ หรือถูกควบคุมไว้ ไม่ให้หลุดไป นอกจากนี้ยังสามารถหมายถึง “จัดขึ้น” ในกรณีของงานอีเวนต์ต่างๆ หรือการประชุม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Held” ในสถานการณ์ที่หลากหลาย เช่น เมื่อพูดถึงการถือของ เช่น “The bag was held tightly” (กระเป๋าถูกถือไว้อย่างแน่นหนา) หรือเมื่อพูดถึงการถูกควบคุม เช่น “The suspect was held by the police” (ผู้ต้องสงสัยถูกตำรวจควบคุมตัวไว้) นอกจากนี้ยังใช้กับการประชุมหรือกิจกรรมต่างๆ เช่น “The meeting will be held tomorrow” (การประชุมจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้) หรือ “The concert was held last night” (คอนเสิร์ตถูกจัดขึ้นเมื่อคืนนี้)…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *