"Infants” แปลว่า

คำว่า “Infants” หมายถึง ทารก ซึ่งหมายถึงเด็กที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึงประมาณ 1 ปี หรือจนกว่าจะสามารถเดินได้เอง คำนี้ใช้เรียกเด็กเล็กในระยะแรกของชีวิต โดยเน้นช่วงวัยที่ยังต้องพึ่งพาผู้ดูแลเป็นหลัก

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Infants” หรือ “ทารก” ในบริบทที่เกี่ยวกับสุขภาพ การดูแลเด็ก หรือการพัฒนาการของเด็กเล็ก เช่น เมื่อไปพบแพทย์กุมารเวช ก็จะมีการแบ่งกลุ่มผู้ป่วยตามช่วงวัย ซึ่งรวมถึงกลุ่ม infants ด้วย นอกจากนี้ยังอาจเห็นคำนี้ในผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก เช่น นมผงสำหรับ infants หรือของเล่นสำหรับ infants เป็นต้น

ความหมายและการใช้งาน

Infants คือ ทารก เป็นคำที่ใช้เรียกเด็กในระยะแรกของชีวิต โดยทั่วไปจะหมายถึงเด็กตั้งแต่อายุ 0-12 เดือน หรือจนกว่าจะเริ่มเดินได้ คำนี้มีความหมายเฉพาะเจาะจงกว่าคำว่า “baby” เล็กน้อย โดยมักเน้นไปที่พัฒนาการทางร่างกายและสรีระในช่วงต้น

ตัวอย่างการใช้งาน

คุณหมอกล่าวว่า “เราต้องดูแลสุขภาพของ infants เป็นพิเศษในช่วงฤดูหนาว” หรือ “บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับกลุ่ม infants โดยเฉพาะ”

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Infants” มักถูกใช้ในวงการแพทย์ การศึกษาด้านพัฒนาการเด็ก และการตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก เพื่อระบุกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน

Infants คือเด็กอายุเท่าไหร่?

โดยทั่วไป “Infants” หมายถึงทารกที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึงประมาณ 1 ปี หรือจนกว่าจะสามารถเดินได้

คำว่า Infants แตกต่างจาก Baby อย่างไร?

แม้จะใช้แทนกันได้บ่อย แต่ “Infants” มักจะเน้นช่วงวัยที่เฉพาะเจาะจงกว่า คือช่วงแรกเกิดถึงประมาณ 1 ปี ในขณะที่ “Baby” อาจใช้เรียกเด็กเล็กได้กว้างกว่า

Similar Posts

  • "Completeness” แปลว่า

    คำว่า “Completeness” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ความสมบูรณ์ ความครบถ้วน หรือการที่ไม่มีสิ่งใดขาดหายไป เป็นการบ่งบอกถึงสภาวะที่ทุกองค์ประกอบมารวมกันอย่างครบถ้วน ไม่บกพร่อง หรือไม่มีข้อจำกัดใดๆ ในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Completeness” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น การพูดถึงความสมบูรณ์ของข้อมูล การทำงานที่เสร็จสิ้นอย่างครบถ้วน หรือแม้กระทั่งความรู้สึกที่สมบูรณ์ในชีวิต การที่เราพูดว่า “This task requires completeness” หมายถึง งานนั้นต้องทำให้เสร็จสิ้นทุกอย่าง ไม่เหลืออะไรค้างคา หรือเมื่อพูดถึง “a sense of completeness” ก็คือความรู้สึกที่เติมเต็ม ไม่รู้สึกขาดอะไรไป ความหมายและการใช้งาน Completeness แปลว่า ความสมบูรณ์ ความครบถ้วน หรือการที่ทุกอย่างมีอยู่ครบ ไม่ขาดตกบกพร่อง ใช้เพื่ออธิบายสภาวะที่ไม่มีสิ่งใดสูญหายหรือถูกละเลย ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น ในการทำงาน หากหัวหน้าแจ้งว่า “We need to ensure the completeness of the report.” หมายความว่า…

  • "Patience” แปลว่า

    คำว่า “Patience” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “ความอดทน” หรือ “ความอดกลั้น” เป็นคุณสมบัติที่แสดงถึงความสามารถในการรอคอย หรือทนต่อสถานการณ์ที่ยากลำบาก ความล่าช้า หรือความไม่สะดวกสบาย โดยไม่แสดงอาการหงุดหงิด ฉุนเฉียว หรือยอมแพ้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า Patience หรือ ความอดทน ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อต้องรอคอยบริการที่นานกว่าปกติ รอคอยผลลัพธ์บางอย่าง หรือเมื่อต้องรับมือกับผู้คนที่อาจจะทำให้เราไม่พอใจ การมีความอดทนจะช่วยให้เราจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้ดีขึ้น และสามารถผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ไปได้ด้วยดี โดยไม่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง ความหมายและการใช้งาน Patience หมายถึง ความสามารถในการควบคุมอารมณ์และความรู้สึกของตนเอง เมื่อเผชิญกับความล่าช้า ความผิดหวัง หรือความยากลำบาก เป็นการรอคอยอย่างสงบ ไม่เร่งรีบ และยังคงมีความหวังหรือความมุ่งมั่นต่อไป ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่าง 1: “ในการทำงานบางโปรเจกต์ ต้องใช้ Patience มาก เพราะต้องรอผลลัพธ์ที่ต้องใช้เวลา” (In some projects, a lot of patience is needed…

  • "Parts” แปลว่า

    คำว่า “Parts” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “ส่วนประกอบ” หรือ “ชิ้นส่วน” ค่ะ เป็นคำนามที่ใช้เรียกส่วนต่างๆ ที่รวมกันเป็นสิ่งของหรือระบบหนึ่งๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของเล็กๆ อย่างนาฬิกา หรือสิ่งของขนาดใหญ่ เช่น รถยนต์ หรือแม้แต่ระบบที่ซับซ้อนอย่างคอมพิวเตอร์ ก็ล้วนมี “parts” ที่ประกอบกันขึ้นมาทั้งสิ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “parts” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเราพูดถึงการซ่อมแซมหรือการซื้อของใหม่ เช่น เวลาเราเอารถไปเข้าอู่ช่างอาจจะบอกว่าต้องเปลี่ยน “parts” บางชิ้น หรือเวลาเราซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ บางทีก็มี “parts” ที่ต้องประกอบเอง หรืออาจจะหมายถึงอะไหล่ที่ต้องซื้อแยกต่างหาก นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในบริบทที่กว้างขึ้น เช่น “parts of speech” ในวิชาภาษาอังกฤษ หมายถึง ประเภทของคำต่างๆ ค่ะ ความหมายและการใช้งาน “Parts” หมายถึง ส่วนประกอบต่างๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งของ เครื่องจักร หรือระบบที่ใหญ่กว่า โดยทั่วไปแล้วมักจะหมายถึงชิ้นส่วนที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ หรือส่วนที่ประกอบกันขึ้นเป็นรูปร่างหรือการทำงานที่สมบูรณ์ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น “We need…

  • "Smile” แปลว่า

    คำว่า “Smile” ในภาษาอังกฤษมีความหมายตรงตัวว่า “การยิ้ม” หรือ “รอยยิ้ม” เป็นการแสดงออกทางสีหน้าที่แสดงถึงความสุข ความพอใจ ความเป็นมิตร หรือการทักทาย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Smile” หรือ “ยิ้ม” เพื่อสื่อสารกันในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเจอหน้าเพื่อนก็อาจจะยิ้มให้ หรือเมื่อได้รับคำชมก็ยิ้มตอบ หรือแม้แต่ในสถานการณ์ที่รู้สึกดีๆ ก็จะเกิดรอยยิ้มขึ้นมาเองโดยธรรมชาติ ความหมายและการใช้งาน “Smile” หมายถึง การคลี่ริมฝีปากออกน้อยๆ หรือกว้างๆ พร้อมกับเผยให้เห็นฟัน ซึ่งเป็นการแสดงออกทางอารมณ์ที่หลากหลาย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความสุขเท่านั้น แต่อาจหมายถึงการยิ้มแหยๆ ยิ้มประชดประชัน หรือยิ้มอย่างสุภาพก็ได้ การใช้งานจึงขึ้นอยู่กับบริบทและน้ำเสียงที่ใช้ประกอบ ตัวอย่างการใช้งาน เราอาจจะพูดว่า “She gave me a warm smile” (เธอส่งยิ้มอันอบอุ่นให้ฉัน) หรือ “His smile could light up a room” (รอยยิ้มของเขาสามารถทำให้ห้องสว่างไสวได้) ในภาษาไทย เราก็อาจจะใช้คำว่า “Smile” ทับศัพท์ไปเลยในบางครั้ง…

  • "Confess” แปลว่า

    “Confess” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ หมายถึง การยอมรับสารภาพ หรือการเปิดเผยความจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เคยปกปิด ซ่อนเร้น หรือเป็นความผิด ซึ่งอาจจะเป็นความผิดต่อกฎหมาย ความผิดต่อศีลธรรม หรือแม้กระทั่งความรู้สึกภายในใจที่เก็บไว้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “confess” ในสถานการณ์ที่ต้องการบอกความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่ทำลงไป เช่น การสารภาพผิดกับพ่อแม่เมื่อทำผิด หรือการยอมรับความรู้สึกรักที่มีต่อใครบางคน โดยปกติแล้ว การ “confess” มักจะมาพร้อมกับความรู้สึกโล่งใจ หรือบางครั้งก็อาจจะมีความกังวลใจตามมาด้วย ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของการสารภาพนั้นๆ ความหมายและการใช้งาน “Confess” หมายถึง การยอมรับอย่างเปิดเผยว่าได้ทำสิ่งผิด หรือได้กระทำในสิ่งที่เคยปกปิดไว้ การสารภาพนี้อาจจะเป็นการยอมรับความผิดต่อบุคคลที่ถูกกระทำ ต่อเจ้าหน้าที่ หรือแม้กระทั่งต่อตนเอง นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับการยอมรับความรู้สึกที่แท้จริง เช่น การสารภาพรัก ตัวอย่างการใช้งาน He decided to confess to his parents that he had broken the vase. (เขาตัดสินใจสารภาพกับพ่อแม่ว่าเขาเป็นคนทำแจกันแตก) She finally confessed her feelings…

  • "Roses” แปลว่า

    “Roses” เป็นคำในภาษาอังกฤษ หมายถึง “ดอกกุหลาบ” ซึ่งเป็นดอกไม้ที่มีความสวยงามและเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก เป็นสัญลักษณ์ของความรัก ความโรแมนติก และความงาม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “Roses” ในหลากหลายบริบท เช่น การมอบดอกกุหลาบให้คนรักในวันวาเลนไทน์ หรือโอกาสพิเศษต่างๆ การตกแต่งบ้านด้วยดอกกุหลาบเพื่อเพิ่มความสวยงาม หรือแม้กระทั่งการพูดถึงกลิ่นหอมของกุหลาบในผลิตภัณฑ์ต่างๆ นอกจากนี้ คำว่า “Roses” ยังถูกนำไปใช้ในบทเพลง งานศิลปะ และวรรณกรรม เพื่อสื่อถึงอารมณ์และความรู้สึกที่หลากหลาย ความหมายและการใช้งาน “Roses” หมายถึง ดอกกุหลาบ ซึ่งเป็นดอกไม้ที่มีกลีบซ้อนกันหลายชั้น มีหลากหลายสีสัน เช่น แดง ชมพู ขาว เหลือง และส้ม แต่ละสีมีความหมายที่แตกต่างกันไป ดอกกุหลาบมักถูกใช้เป็นของขวัญเพื่อแสดงความรัก ความชื่นชม หรือความปรารถนาดี ตัวอย่างการใช้งาน “She received a bouquet of red Roses for her birthday.” (เธอได้รับช่อดอกกุหลาบสีแดงในวันเกิดของเธอ) “The perfume has…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *