"Incidental” แปลว่า

คำว่า “Incidental” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง สิ่งที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ไม่ได้ตั้งใจให้เกิด หรือเป็นผลพลอยได้ที่ไม่ใช่ประเด็นหลัก เป็นเรื่องรองที่เกิดขึ้นควบคู่ไปกับสิ่งอื่นที่สำคัญกว่า

ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำนี้เพื่ออธิบายเหตุการณ์ สถานการณ์ หรือผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด ไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า แต่ก็เกิดขึ้นมาเอง เช่น เวลาเราไปเที่ยวแล้วเจอร้านอาหารอร่อยโดยบังเอิญ หรือเวลาทำงานบางอย่างแล้วมีผลลัพธ์อื่น ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ ตามมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

ความหมายและการใช้งาน

“Incidental” ใช้เพื่อบอกว่าบางสิ่งบางอย่างไม่ใช่เป้าหมายหลัก แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามมา หรือเป็นส่วนประกอบเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อประเด็นสำคัญ

ตัวอย่างการใช้งาน

ตัวอย่างที่ 1: “While researching the main topic, we discovered some incidental findings that were quite interesting.” (ขณะที่กำลังศึกษาหัวข้อหลัก เราก็พบข้อมูลที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญบางอย่าง ซึ่งน่าสนใจทีเดียว)

ตัวอย่างที่ 2: “The cost of the software was low, with only minor incidental expenses.” (ค่าซอฟต์แวร์นั้นไม่แพง มีเพียงค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นตามมาเท่านั้น)

บริบทที่พบบ่อย

คำนี้มักใช้ในบริบทของการวิจัย การประชุม การวางแผน หรือการอธิบายเหตุการณ์ที่ไม่ได้เป็นประเด็นหลัก แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นควบคู่ไปด้วย

🔷 FAQ SECTION

“Incidental” ต่างจาก “Accidental” อย่างไร?

คำว่า “Accidental” เน้นที่การเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจอย่างสิ้นเชิง ซึ่งอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ ในขณะที่ “Incidental” อาจหมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ไม่ดีเสมอไป และมักจะเป็นเรื่องรองหรือไม่ใช่ประเด็นหลัก

มีคำไทยคำไหนที่ใกล้เคียงกับ “Incidental” บ้าง?

คำไทยที่ใกล้เคียง ได้แก่ “โดยบังเอิญ”, “เป็นผลพลอยได้”, “เรื่องรอง”, หรือ “เล็ก ๆ น้อย ๆ” ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้

Similar Posts

  • "sense” แปลว่า

    คำว่า “sense” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ความรู้สึก” หรือ “การรับรู้” ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ได้แก่ การมองเห็น (sight), การได้ยิน (hearing), การได้กลิ่น (smell), การลิ้มรส (taste) และการสัมผัส (touch) นอกจากนี้ยังสามารถหมายถึง “สติปัญญา” หรือ “ความเข้าใจ” ในสถานการณ์ต่างๆ ได้อีกด้วย ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “sense” อยู่บ่อยครั้ง ตัวอย่างเช่น เมื่อเราพูดว่า “I have a bad feeling about this” ก็หมายถึงเรารู้สึกไม่ดีหรือไม่สบายใจกับสถานการณ์นั้นๆ หรือเมื่อเราพูดว่า “He has a good sense of humor” ก็คือเขามีอารมณ์ขันที่ดี เข้าใจมุกตลกได้ง่าย หรือเวลาที่พูดถึง “common sense” ก็หมายถึงสามัญสำนึกที่คนทั่วไปควรมีในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ความหมายและการใช้งาน “Sense”…

  • "Compound” แปลว่า

    คำว่า “Compound” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า “สารประกอบ” หรือ “ส่วนผสม” ครับ ในบริบททางเคมี หมายถึง สารที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของอะตอมของธาตุตั้งแต่สองชนิดขึ้นไปด้วยสัดส่วนที่คงที่ ซึ่งไม่สามารถแยกออกเป็นธาตุเดิมได้ด้วยวิธีทางกายภาพ แต่ต้องใช้วิธีทางเคมีในการแยก ในชีวิตประจำวัน เราอาจเจอคำว่า “Compound” ในหลากหลายบริบท เช่น ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีการผสมผสานส่วนผสมหลายอย่างเข้าด้วยกัน หรือในความหมายที่กว้างขึ้น หมายถึง สิ่งที่ประกอบขึ้นจากหลายส่วน หรือหลายองค์ประกอบรวมกัน ทำให้เกิดเป็นสิ่งใหม่ที่มีคุณสมบัติแตกต่างออกไป ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Compound” สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้: สารประกอบ (ทางเคมี): หมายถึง สารที่เกิดจากการรวมตัวของธาตุตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป เช่น น้ำ (H₂O) เป็นสารประกอบของไฮโดรเจนและออกซิเจน ส่วนผสม/การผสมผสาน: หมายถึง การรวมกันของสิ่งต่างๆ หลายอย่างเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ใหม่ เช่น ในเครื่องสำอาง อาจมีส่วนผสมที่เรียกว่า “compound ingredients” ที่พักอาศัย/พื้นที่ปิด: ในบางบริบท โดยเฉพาะในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน อาจหมายถึง อาคารหรือกลุ่มอาคารที่มีการป้องกันอย่างแน่นหนา…

  • "Yield” แปลว่า

    คำว่า “Yield” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ผลผลิต” หรือ “ผลตอบแทน” ที่ได้จากการลงทุน การเพาะปลูก หรือกระบวนการใดกระบวนการหนึ่ง โดยทั่วไปแล้วจะสื่อถึงปริมาณหรือจำนวนที่เกิดขึ้นจริงเมื่อเทียบกับสิ่งที่คาดหวังหรือลงทุนไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Yield” ในบริบทของการเงินและการลงทุน เช่น “Yield” ของหุ้น หรือ “Yield” ของพันธบัตร ซึ่งหมายถึงอัตราผลตอบแทนที่เราจะได้รับจากการถือครองสินทรัพย์นั้นๆ หรืออาจหมายถึงผลผลิตจากการเกษตร เช่น “Yield” ของข้าวโพดต่อไร่ หรือ “Yield” ของมะม่วงจากต้นหนึ่งๆ ก็ได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Yield” สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ ผลผลิต (Production): ปริมาณของสิ่งที่ผลิตได้ เช่น ผลผลิตทางการเกษตร, ผลผลิตจากโรงงาน ผลตอบแทน (Return): ผลกำไรหรือรายได้ที่ได้รับจากการลงทุน เช่น อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน, ดอกเบี้ย การยอมให้ (Giving way): ในบางกรณี “Yield” อาจหมายถึงการยอมให้หรือยอมสละ เช่น การยอมให้รถคันอื่นไปก่อนที่สี่แยก…

  • "Measurement” แปลว่า

    คำว่า “Measurement” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “การวัด” หรือ “การประเมินค่า” โดยทั่วไปแล้วหมายถึง กระบวนการในการกำหนดปริมาณ หรือขนาดของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยเปรียบเทียบกับหน่วยมาตรฐานที่ยอมรับกันโดยทั่วไป ในการใช้งานในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเจอคำว่า “Measurement” หรือ “การวัด” อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการวัดส่วนสูง น้ำหนัก อุณหภูมิ ระยะทาง หรือแม้แต่การวัดประสิทธิภาพของสิ่งต่างๆ เช่น การวัดผลการเรียน การวัดความพึงพอใจของลูกค้า หรือการวัดความเร็วอินเทอร์เน็ต การวัดช่วยให้เราเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้ชัดเจนขึ้น และสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการตัดสินใจ หรือวางแผนต่อไปได้ ความหมายและการใช้งาน Measurement คือ การกระทำหรือผลลัพธ์ของการวัด ซึ่งเป็นการกำหนดปริมาณของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยใช้เครื่องมือวัดและหน่วยวัดที่กำหนดไว้ ตัวอย่างเช่น การวัดความยาวของโต๊ะโดยใช้ไม้บรรทัด หน่วยเป็นเซนติเมตร หรือการวัดอุณหภูมิร่างกายโดยใช้ปรอทวัดไข้ หน่วยเป็นองศาเซลเซียส นอกจากนี้ Measurement ยังสามารถหมายถึงการประเมินค่าหรือการวิเคราะห์ผลในเชิงปริมาณได้อีกด้วย ตัวอย่าง ตัวอย่างการใช้ Measurement ในประโยค: “The measurement of the room was taken before…

  • "ฮาวอายู” แปลว่า

    คำว่า “ฮาวอายู” (How are you) เป็นคำทักทายภาษาอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก มีความหมายตรงตัวว่า “คุณเป็นอย่างไรบ้าง” หรือ “สบายดีไหม” เป็นการสอบถามสารทุกข์สุกดิบของอีกฝ่าย เพื่อแสดงความห่วงใยและเปิดบทสนทนา ในชีวิตประจำวัน คนไทยมักจะใช้คำว่า “ฮาวอายู” ในสถานการณ์ที่ไม่เป็นทางการนัก เช่น เมื่อพูดคุยกับเพื่อนชาวต่างชาติ คนที่คุ้นเคย หรือเมื่อต้องการฝึกภาษาอังกฤษ การใช้คำนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ ซึ่งมักจะได้รับคำตอบกลับมาเป็น “I’m fine, thank you. And you?” หรือการตอบสั้นๆ อย่าง “Fine” หรือ “Good” เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “ฮาวอายู” (How are you) เป็นประโยคคำถามที่ใช้เพื่อสอบถามสารทุกข์สุกดิบ หรือสภาวะความเป็นไปของบุคคลนั้นๆ โดยทั่วไปแล้วผู้คนจะใช้คำถามนี้เพื่อเริ่มต้นบทสนทนา แสดงความใส่ใจ หรือเพื่อทักทายอย่างเป็นกันเอง ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อเจอเพื่อนชาวต่างชาติ: “Hi John! How are you today?” เมื่อพูดคุยทางโทรศัพท์กับเพื่อน: “Hello…

  • "Ties” แปลว่า

    คำว่า “Ties” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วหมายถึง “เนคไท” ซึ่งเป็นเครื่องประดับที่ผู้ชายมักสวมใส่กับเสื้อเชิ้ต โดยเฉพาะในโอกาสที่เป็นทางการ หรือเพื่อเสริมบุคลิกภาพให้ดูดีและสุภาพเรียบร้อย นอกจากนี้ “Ties” ยังสามารถหมายถึง “ความสัมพันธ์” หรือ “ความผูกพัน” ได้อีกด้วย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Ties” บ่อยครั้งในบริบทของการแต่งกาย เช่น “He wore a blue tie to the wedding.” (เขาใส่เนคไทสีน้ำเงินไปงานแต่งงาน) หรือในบริบทของความสัมพันธ์ เช่น “They have strong family ties.” (พวกเขามีความสัมพันธ์ในครอบครัวที่แน่นแฟ้น) การเข้าใจความหมายของ “Ties” จึงขึ้นอยู่กับการพิจารณาจากสถานการณ์ที่ใช้เป็นสำคัญ ความหมายและการใช้งาน “Ties” มีความหมายหลักๆ อยู่สองอย่าง คือ เนคไท (Necktie): เป็นผ้าผูกคอที่สวมใส่กับเสื้อเชิ้ต โดยเฉพาะในผู้ชาย เพื่อความสุภาพและเสริมภาพลักษณ์ ความสัมพันธ์/ความผูกพัน (Relationships/Bonds): ใช้กล่าวถึงการเชื่อมโยง ความผูกพัน…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *