"Gaslighting” แปลว่า

คำว่า “Gaslighting” เป็นศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้อธิบายพฤติกรรมบิดเบือนความจริงหรือจิตใจของผู้อื่น ทำให้เหยื่อเกิดความสับสน สงสัยในตัวเอง และตั้งคำถามกับความเป็นจริงที่ตนเองรับรู้ ซึ่งมักทำไปเพื่อควบคุมหรือเอาเปรียบเหยื่อ

ในชีวิตประจำวัน เราอาจพบเจอการ Gaslighting ได้หลายรูปแบบ เช่น คนรักที่คอยบอกให้คุณเชื่อว่าคุณคิดไปเอง ทั้งที่คุณเห็นเหตุการณ์จริง หรือเพื่อนร่วมงานที่บิดเบือนคำพูดของคุณให้ดูแย่ลงต่อหน้าคนอื่น จนคุณเริ่มไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นจริงหรือไม่ การ Gaslighting มักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้เหยื่อไม่ทันรู้ตัว และค่อยๆ สูญเสียความมั่นใจในตัวเองไป

ความหมายและการใช้งาน

Gaslighting คือ การใช้จิตวิทยาบิดเบือนความจริง ทำให้เหยื่อรู้สึกสับสน ไม่มั่นคง และตั้งคำถามกับสติสัมปชัญญะของตนเอง ผู้ที่ Gaslight จะพยายามทำให้เหยื่อเชื่อว่าสิ่งที่ตนเองรับรู้หรือจำได้นั้นผิด ทั้งที่ความจริงแล้วอาจไม่ใช่เช่นนั้น

ตัวอย่าง

สมมติว่าคุณเห็นแฟนของคุณคุยกับคนอื่นอย่างสนิทสนม แต่เมื่อคุณถาม เขากลับบอกว่า “เธอคิดมากไปเองนะ เราแค่คุยกันปกติ ไม่มีอะไร แค่เธอขี้หึงมากเกินไป” คำพูดนี้อาจเป็นการ Gaslighting ที่ทำให้คุณเริ่มสงสัยว่าตนเองคิดไปเองจริงหรือเปล่า

บริบทที่พบบ่อย

การ Gaslighting มักเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ที่อาจมีความไม่เท่าเทียมทางอำนาจ เช่น ความสัมพันธ์แบบคู่รัก ครอบครัว หรือที่ทำงาน พฤติกรรมนี้มีเป้าหมายเพื่อควบคุม บงการ หรือลดทอนคุณค่าของอีกฝ่าย


Gaslighting แตกต่างจากคำโกหกอย่างไร?

Gaslighting ไม่ใช่แค่การโกหก แต่เป็นการบิดเบือนความจริงอย่างเป็นระบบและมีเจตนา เพื่อให้เหื่อมสงสัยในความเป็นจริงของตนเอง และทำให้ผู้กระทำดูเป็นฝ่ายถูกเสมอ

เราจะรับมือกับการ Gaslighting ได้อย่างไร?

การรับมือกับการ Gaslighting คือการพยายามตั้งสติ จดบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง หรือปรึกษาเพื่อนที่ไว้ใจเพื่อยืนยันความเป็นจริง การตระหนักรู้ถึงพฤติกรรมนี้เป็นก้าวแรกที่สำคัญในการป้องกันตนเอง

Similar Posts

  • "Blocks” แปลว่า

    คำว่า “Blocks” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “ก้อน” หรือ “แท่ง” ซึ่งเป็นวัตถุที่มีรูปทรงแน่นอน มักใช้เรียกสิ่งของที่มีลักษณะเป็นชิ้นเป็นอัน มีขอบเขตชัดเจน หรือใช้เรียกส่วนประกอบที่ถูกแบ่งแยกออกจากกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Blocks” ในหลายบริบท เช่น การก่อสร้างที่ใช้ “อิฐบล็อก” (concrete blocks) หรือ “ท่อนไม้” (wooden blocks) ที่ใช้เป็นของเล่นเด็ก นอกจากนี้ ในโลกดิจิทัล คำว่า “Blocks” ยังหมายถึง “ส่วนประกอบ” หรือ “ส่วนย่อย” ที่นำมาเรียงต่อกันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ เช่น ในการออกแบบเว็บไซต์ หรือการเขียนโปรแกรม ก็จะมีการแบ่งโค้ดหรือองค์ประกอบต่างๆ ออกเป็น “บล็อก” เพื่อให้จัดการได้ง่ายขึ้น ความหมายและการใช้งาน โดยทั่วไป “Blocks” หมายถึง วัตถุที่มีรูปทรงเป็นก้อน หรือเป็นแท่ง ซึ่งอาจทำจากวัสดุต่างๆ เช่น หิน คอนกรีต ไม้ หรือแม้แต่ข้อมูลในระบบดิจิทัล สามารถนำมาวางต่อกัน ประกอบกัน…

  • "there” แปลว่า

    คำว่า “there” ในภาษาอังกฤษ เป็นคำที่ใช้บ่งบอกถึงสถานที่ หรือตำแหน่งที่อยู่นอกเหนือจากที่ผู้พูดและผู้ฟังอยู่ หรือที่ที่เคยกล่าวถึงมาก่อน โดยทั่วไปแล้ว “there” จะทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ (adverb) เพื่อบอกว่าสิ่งนั้นอยู่ที่ไหน หรือเป็นคำสรรพนาม (pronoun) เพื่อขึ้นต้นประโยคในโครงสร้าง “there is/are” เพื่อบอกว่ามีสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่หรือไม่ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้ “there” เพื่อชี้ไปยังสิ่งของ หรือบุคคลที่อยู่ห่างออกไป เช่น เมื่อเราชี้ให้เพื่อนดูบางอย่างที่อยู่ไกลออกไป เราอาจจะพูดว่า “Look over there!” (ดูตรงนั้นสิ!) หรือเมื่อเราต้องการบอกว่ามีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นในสถานที่หนึ่งๆ เช่น “There is a party tonight.” (คืนนี้มีงานปาร์ตี้) นอกจากนี้ “there” ยังใช้ในบริบทของการพูดถึงสิ่งที่มีอยู่แล้ว หรือการตอบคำถามเกี่ยวกับสถานที่ เช่น “Is anyone there?” (มีใครอยู่ตรงนั้นไหม?) หรือ “Yes, he is there.” (ใช่ เขาอยู่ที่นั่น) ความหมายและการใช้งาน “There”…

  • "dont” แปลว่า

    คำว่า “don’t” เป็นรูปย่อของคำว่า “do not” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายว่า “ไม่” หรือ “อย่า” ใช้เพื่อปฏิเสธหรือห้ามการกระทำบางอย่าง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “don’t” บ่อยครั้งในการสนทนาทั่วไป เช่น เมื่อเพื่อนบอกให้เราทำอะไรบางอย่างแต่เราไม่ต้องการทำ เราก็อาจจะตอบว่า “I don’t want to” ซึ่งแปลว่า “ฉันไม่ต้องการทำ” หรือเมื่อมีป้ายห้ามต่างๆ ก็มักจะมีคำว่า “don’t” ปรากฏอยู่ เช่น “Don’t walk on the grass” ที่แปลว่า “อย่าเดินบนสนามหญ้า” เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน “Don’t” ใช้เพื่อแสดงการปฏิเสธหรือการห้าม โดยวางไว้หน้าคำกริยาหลักในรูปช่องที่หนึ่ง (infinitive) เช่น Don’t go (อย่าไป), Don’t eat (อย่ากิน), Don’t touch (อย่าแตะต้อง) นอกจากนี้ยังใช้ในรูปประโยคคำถามเชิงปฏิเสธ เช่น Don’t…

  • "Attend” แปลว่า

    คำว่า “Attend” เป็นคำกริยาภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อย มีความหมายหลักๆ คือ การเข้าร่วม การไปปรากฏตัว หรือการเข้าฟังในสถานที่หรือกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง โดยทั่วไปแล้วจะหมายถึงการไปร่วมงาน การไปประชุม การไปเรียน หรือการไปร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่มีการนัดหมายหรือกำหนดเวลาไว้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Attend” เพื่อบอกว่าเราได้ไปร่วมในเหตุการณ์ต่างๆ เช่น การไปร่วมงานแต่งงาน การไปเข้าชั้นเรียนในมหาวิทยาลัย หรือการไปร่วมการประชุมสำคัญของบริษัท เป็นต้น การใช้คำนี้แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมอย่างตั้งใจในกิจกรรมนั้นๆ ไม่ใช่แค่การอยู่ใกล้ๆ แต่เป็นการเข้าไปร่วมอย่างเป็นทางการ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Attend” หมายถึง การเข้าร่วม การไปร่วม การเข้าฟัง การปรากฏตัวในกิจกรรมหรือสถานที่ต่างๆ เช่น การเข้าฟังการบรรยาย (attend a lecture), การเข้าประชุม (attend a meeting), การเข้าชั้นเรียน (attend class), การเข้าร่วมงานแต่งงาน (attend a wedding) หรือการเข้าร่วมงานอีเวนต์ต่างๆ ตัวอย่างการใช้งาน “I will attend the…

  • "Always” แปลว่า

    คำว่า “Always” เป็นภาษาอังกฤษ มีความหมายว่า “เสมอ” หรือ “ตลอดไป” เป็นคำที่ใช้บ่งบอกถึงความคงที่ ความสม่ำเสมอ หรือการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Always” เพื่อเน้นย้ำถึงสิ่งที่เราทำเป็นประจำ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เช่น การบอกว่าเราชอบอะไรมากๆ เราก็อาจจะบอกว่า “I always love this song” หรือเมื่อเราสัญญาว่าจะทำอะไรให้ใคร เราก็อาจจะบอกว่า “I will always be there for you” เพื่อแสดงถึงความตั้งใจที่จะอยู่เคียงข้างเสมอ ความหมายและการใช้งาน “Always” ใช้เพื่อสื่อถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ทำอย่างสม่ำเสมอ หรือคงอยู่ตลอดไป ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตัวอย่างการใช้งาน ประโยคตัวอย่าง: “She always wakes up early.” (เธอตื่นนอนแต่เช้าเสมอ) “This restaurant is always crowded.” (ร้านอาหารนี้คนเยอะเสมอ) “I will…

  • "Current” แปลว่า

    คำว่า “Current” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง “ปัจจุบัน” หรือ “ขณะนี้” เป็นคำที่ใช้บอกถึงช่วงเวลาที่กำลังเกิดขึ้น หรือสิ่งที่กำลังเป็นอยู่ในขณะนั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “current” บ่อยครั้งในบริบทต่างๆ เช่น การพูดถึงข่าวสารล่าสุดที่กำลังเกิดขึ้น (current news), สถานการณ์ปัจจุบัน (current situation), หรือแม้กระทั่งกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่าน (electric current) เป็นคำที่ช่วยให้เราเข้าใจและสื่อสารเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังเป็นไปอยู่ในตอนนี้ได้อย่างชัดเจน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “current” สามารถแปลได้หลากหลายตามบริบท แต่หลักๆ แล้วจะหมายถึง “ปัจจุบัน” หรือ “ขณะนี้” โดยเน้นถึงสิ่งที่เป็นอยู่ ณ เวลานั้นๆ ตัวอย่างการใช้งาน Current affairs: เหตุการณ์ปัจจุบัน หรือข่าวสารที่กำลังเกิดขึ้น Current situation: สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ Current mood: อารมณ์ในปัจจุบัน Current job: งานที่ทำอยู่ในปัจจุบัน Electric current: กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่าน (ในบริบทนี้ “current”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *