"Fulfilled” แปลว่า

“Fulfilled” แปลว่า “สมบูรณ์”, “เติมเต็ม” หรือ “พึงพอใจ” เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อเราประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจไว้ บรรลุเป้าหมาย หรือรู้สึกว่าชีวิตมีความหมายและครบถ้วน

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “fulfilled” เพื่ออธิบายถึงความรู้สึกหลังจากทำสิ่งสำคัญสำเร็จ เช่น การเรียนจบ การได้งานที่ใฝ่ฝัน การสร้างครอบครัว หรือแม้แต่การได้ช่วยเหลือผู้อื่นจนรู้สึกดี เป็นความรู้สึกอิ่มเอมใจที่บอกเราว่าเราได้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าและมีความสุขอย่างแท้จริง

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “fulfilled” สื่อถึงสภาวะของความรู้สึกที่ได้รับความพึงพอใจอย่างลึกซึ้ง อาจเกิดจากการบรรลุเป้าหมายสำคัญในชีวิต การทำสิ่งที่ตนเองรักและมีความหมาย หรือการรู้สึกว่าชีวิตได้เติมเต็มในด้านต่างๆ แล้ว

ตัวอย่างการใช้งาน

1. “After years of hard work, she finally felt fulfilled when her business became a success.” (หลังจากทำงานหนักมาหลายปี เธอก็รู้สึก fulfilled เมื่อธุรกิจของเธอประสบความสำเร็จ)

2. “Volunteering at the animal shelter made him feel truly fulfilled.” (การเป็นอาสาสมัครที่ศูนย์พักพิงสัตว์ทำให้เขารู้สึก fulfilled อย่างแท้จริง)

3. “He was looking for a career that would make him feel fulfilled.” (เขากำลังมองหางานที่จะทำให้เขารู้สึก fulfilled)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “fulfilled” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับความสำเร็จส่วนบุคคล ความก้าวหน้าในอาชีพ การบรรลุเป้าหมายชีวิต หรือความรู้สึกพึงพอใจในภาพรวมของชีวิต

🔷 FAQ SECTION

“Fulfilled” ต่างจาก “Happy” อย่างไร?

“Happy” เป็นความรู้สึกดีใจ รื่นเริงในระยะสั้นๆ แต่ “fulfilled” เป็นความรู้สึกพึงพอใจและสมบูรณ์ในระยะยาวที่เกิดจากการบรรลุเป้าหมายหรือการใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย

การทำงานที่เรารักถือเป็น “Fulfilled” หรือไม่?

ใช่ การได้ทำงานที่เรารักและรู้สึกว่ามีคุณค่า มักจะนำมาซึ่งความรู้สึก “fulfilled” เพราะเป็นการเติมเต็มในด้านหนึ่งของชีวิตที่สำคัญ

Similar Posts

  • "dismiss” แปลว่า

    คำว่า “dismiss” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ การปลดออก การไล่ออก หรือการปฏิเสธที่จะพิจารณา โดยทั่วไปแล้วจะใช้ในบริบทของการสิ้นสุดความสัมพันธ์บางอย่าง หรือการไม่ให้ความสำคัญกับบางสิ่งบางอย่าง ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “dismiss” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อนายจ้างปลดพนักงานออกจากตำแหน่ง หรือเมื่อครูสั่งให้นักเรียนออกจากห้องเรียน นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงการปัดตกความคิดหรือข้อเสนอที่ไม่เห็นด้วย หรือการบอกให้ใครบางคนออกไป ความหมายและการใช้งาน “Dismiss” สามารถแปลได้หลายอย่างขึ้นอยู่กับบริบท แต่ความหมายที่พบบ่อยคือ: ปลดออก/ไล่ออก (จากงาน): ใช้ในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างพนักงาน ให้ออกไป/ปล่อยตัวไป: ใช้เมื่อต้องการให้ใครบางคนออกจากสถานที่ หรือยุติการสนทนา ปฏิเสธ/ปัดตก: ใช้เมื่อไม่ยอมรับความคิด ข้อเสนอ หรือคำร้องขอ ไม่ให้ความสำคัญ/มองข้าม: ใช้เมื่อไม่ถือสา หรือไม่สนใจบางสิ่งบางอย่าง ตัวอย่างการใช้งาน The manager had to dismiss the employee due to poor performance. (ผู้จัดการต้องปลดพนักงานออกเนื่องจากผลการปฏิบัติงานไม่ดี) The teacher dismissed the class early. (คุณครูปล่อยนักเรียนกลับก่อนเวลา)…

  • "Crasher” แปลว่า

    คำว่า “Crasher” ในภาษาไทยมีความหมายถึง บุคคลหรือสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสียหาย ล้มเหลว หรือหยุดชะงัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของเทคโนโลยีหรือเหตุการณ์ที่ควรจะดำเนินไปอย่างราบรื่น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Crasher” เมื่อพูดถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่หยุดทำงานกะทันหัน หรือรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุชนอย่างแรง นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงคนที่เข้ามาขัดจังหวะหรือทำให้แผนการต่างๆ พังทลายลงได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Crasher” มาจากกริยา “crash” ซึ่งแปลว่า การชน การล้มเหลว หรือการหยุดทำงานอย่างกะทันหัน ดังนั้น “Crasher” จึงหมายถึงสิ่งที่ทำให้เกิดการ crash นั้นๆ ตัวอย่างการใช้งาน Software Crasher: โปรแกรมที่หยุดทำงานไปเองอย่างไม่คาดคิด Car Crasher: รถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุชน Party Crasher: คนที่มางานปาร์ตี้โดยไม่ได้รับเชิญ บริบทการใช้งานทั่วไป “Crasher” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับความผิดพลาดทางเทคนิค เช่น “The app keeps crashing” (แอปพลิเคชันหยุดทำงานบ่อยครั้ง) หรือในสถานการณ์ที่เกิดอุบัติเหตุ เช่น “He was involved in a serious…

  • "Appearance” แปลว่า

    คำว่า “Appearance” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “รูปลักษณ์ภายนอก” หรือ “ลักษณะภายนอก” ซึ่งหมายถึงสิ่งที่เรามองเห็นได้จากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตา ท่าทางการแต่งกาย หรือลักษณะอื่นๆ ที่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Appearance” เมื่อพูดถึงการประเมินใครสักคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากสิ่งที่เห็นภายนอก เช่น เวลาเราจะไปสมัครงาน เราอาจจะให้ความสำคัญกับ “Appearance” ของตัวเอง เพื่อให้ดูดีและเป็นมืออาชีพ หรือเวลาเราเลือกซื้อเสื้อผ้า เราก็จะดู “Appearance” ของเสื้อผ้าก่อนว่าสวยงามถูกใจหรือไม่ หรือแม้แต่การตัดสินใจเลือกร้านอาหาร เราก็อาจจะพิจารณาจาก “Appearance” ของร้านก่อนว่าดูน่าเข้าหรือไม่ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Appearance” หมายถึงภาพลักษณ์ภายนอกที่ปรากฏให้เห็น โดยทั่วไปจะใช้กับคน สัตว์ สิ่งของ หรือสถานที่ เพื่ออธิบายลักษณะที่มองเห็นได้ ซึ่งอาจรวมถึงสีสัน รูปทรง ขนาด หรือแม้แต่การจัดวาง ตัวอย่างการใช้งาน “Her beautiful appearance impressed everyone at the party.” (รูปลักษณ์ที่สวยงามของเธอสร้างความประทับใจให้กับทุกคนในงานปาร์ตี้) “The restaurant’s…

  • "จ่อย” แปลว่า

    คำว่า “จ่อย” เป็นคำกริยาในภาษาไทยที่หมายถึง การทำให้บางสิ่งบางอย่างสั้นลง หรือการตัดให้สั้นลง มักใช้กับการตัดผม ตัดเล็บ หรือตัดสิ่งของอื่นๆ ที่มีความยาวให้สั้นลงตามต้องการ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “จ่อย” บ่อยครั้ง เช่น เมื่อคุณไปร้านตัดผม ช่างตัดผมอาจจะถามว่า “ต้องการจ่อยผมออกแค่ไหนครับ?” หรือเมื่อคุณซื้อเสื้อผ้าแล้วรู้สึกว่ายาวเกินไป ก็อาจจะบอกว่า “ต้องเอาไปจ่อยชายกางเกงหน่อย” นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้ เช่น “เขาจ่อยความคิดเห็นของฉันไปเยอะเลย” ซึ่งหมายถึงการตัดทอนหรือย่อความคิดเห็นนั้นให้สั้นลง ความหมายและการใช้งาน “จ่อย” หมายถึง การตัดให้สั้นลง หรือทำให้สั้นลงกว่าเดิม อาจเป็นการกระทำทางกายภาพ เช่น การตัดด้วยกรรไกร มีด หรือเครื่องมืออื่นๆ หรืออาจเป็นการตัดทอนในเชิงนามธรรม เช่น การย่อความ การตัดเนื้อหาบางส่วนออก ตัวอย่าง “ช่วยจ่อยปลายผมที่แตกให้หน่อยครับ” “เขาจ่อยเรื่องที่ยาวเหยียดให้เหลือแต่ประเด็นสำคัญ” “แม่จ่อยชายกระโปรงที่ยาวเกินไปให้พอดี” บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “จ่อย” มักถูกใช้ในบริบทของการปรับปรุงแก้ไขให้มีความเหมาะสม หรือทำให้ง่ายต่อการจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสิ่งนั้นมีความยาวหรือซับซ้อนเกินไป เป็นคำที่เข้าใจง่ายและสื่อความหมายได้ตรงไปตรงมาในการสนทนาประจำวัน “จ่อย” กับ “ตัด” ต่างกันอย่างไร? โดยทั่วไปแล้ว…

  • "Structures” แปลว่า

    คำว่า “Structures” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “โครงสร้าง” ในภาษาไทย หมายถึง รูปแบบ การจัดเรียง หรือการประกอบกันของสิ่งต่างๆ ที่มีลักษณะเป็นระบบ มีระเบียบ และมีความสัมพันธ์กัน เพื่อให้เกิดเป็นรูปทรง หรือการทำงานบางอย่างที่เฉพาะเจาะจง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเจอ “Structures” อยู่รอบตัวเสมอ ตั้งแต่สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ เช่น บ้าน อาคาร สะพาน ไปจนถึงสิ่งเล็กๆ อย่างการจัดเรียงข้อมูลในคอมพิวเตอร์ หรือแม้กระทั่งโครงสร้างของครอบครัว หรือสังคม การเข้าใจความหมายของ “Structures” จะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวม และความสัมพันธ์ขององค์ประกอบต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Structures” ใช้เพื่ออธิบายถึงการจัดระเบียบหรือการประกอบกันของส่วนต่างๆ ที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความแข็งแรง ความมั่นคง หรือเพื่อรองรับการใช้งานบางอย่าง ตัวอย่างการใช้งาน ในการก่อสร้าง คำว่า “Structures” หมายถึง โครงสร้างอาคาร เช่น เสา คาน พื้น ที่ประกอบกันเพื่อรับน้ำหนักและทำให้ตึกมั่นคง ในทางชีววิทยา “Structures” อาจหมายถึง…

  • "ยูนีค” แปลว่า

    คำว่า “ยูนีค” (Unique) เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง ความเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่น ไม่เหมือนใคร หรือมีความพิเศษเฉพาะตัว เมื่อนำมาใช้ในภาษาไทย เรามักจะใช้เพื่ออธิบายสิ่งของ บุคคล หรือสถานการณ์ที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากสิ่งอื่น ๆ อย่างชัดเจน ทำให้เป็นที่น่าจดจำหรือน่าสนใจ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “ยูนีค” บ่อยครั้ง เช่น การชมว่าสไตล์การแต่งตัวของใครบางคนดู “ยูนีค” หมายถึง มีสไตล์เฉพาะตัว ไม่ซ้ำใคร หรือการพูดถึงงานศิลปะที่ “ยูนีค” ก็คือมีความคิดสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่ ไม่เหมือนงานอื่น ๆ นอกจากนี้ ยังอาจใช้กับการอธิบายโอกาส หรือประสบการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวและมีความพิเศษ เช่น “เป็นประสบการณ์ที่ยูนีคมาก” ซึ่งสื่อถึงความประทับใจและความทรงจำที่หาไม่ได้จากที่ไหน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “ยูนีค” (Unique) สื่อถึงความเป็นหนึ่งเดียว ไม่มีอะไรเทียบเทียม หรือมีความโดดเด่นเป็นพิเศษ การใช้งานในภาษาไทยมักจะเน้นไปที่การยกย่องหรืออธิบายลักษณะที่แตกต่างอย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นในด้านรูปลักษณ์ ความคิด การกระทำ หรือแม้กระทั่งอารมณ์ความรู้สึก ตัวอย่างการใช้งาน 1. “กระเป๋าใบนี้มีดีไซน์ที่ยูนีคมากเลย ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน” (หมายถึง กระเป๋ามีดีไซน์ที่แปลกใหม่…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *