"Fitting” แปลว่า

คำว่า “Fitting” ในภาษาไทยมักจะหมายถึง การลองเสื้อผ้าหรือเครื่องแต่งกายเพื่อตรวจสอบว่าขนาดพอดีตัวหรือไม่ หรือเพื่อปรับแก้ให้เหมาะสมกับรูปร่างของผู้สวมใส่ เป็นขั้นตอนสำคัญในการตัดเย็บเสื้อผ้าตามสั่ง หรือเมื่อซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูปแล้วต้องการปรับแก้ให้เข้ากับสรีระของตนเอง

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Fitting” เมื่อไปลองชุดแต่งงาน ชุดสูท หรือเสื้อผ้าที่สั่งตัดพิเศษ พนักงานหรือช่างตัดเสื้อจะให้เราลองชุดเพื่อดูว่าหลวมหรือคับเกินไปตรงส่วนไหนหรือไม่ และจะทำการวัดหรือมาร์กจุดเพื่อนำไปแก้ไขให้พอดีที่สุด นอกจากนี้ ในวงการแฟชั่น คำว่า “Fitting” ยังหมายถึงการลองเสื้อผ้าของนางแบบหรือนายแบบก่อนการถ่ายแบบหรือเดินแฟชั่นโชว์ เพื่อให้แน่ใจว่าชุดดูดีและเคลื่อนไหวได้สะดวกบนตัวผู้สวมใส่

ความหมายและการใช้งาน

“Fitting” มาจากคำกริยาในภาษาอังกฤษว่า “fit” ซึ่งแปลว่า “พอดี” เมื่อเติม -ing เข้าไป จะกลายเป็นคำนามที่หมายถึง “กระบวนการลองเพื่อให้แน่ใจว่าพอดี” โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเสื้อผ้า ในบริบทของการตัดเย็บเสื้อผ้า การทำ “Fitting” เป็นขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อให้ได้เสื้อผ้าที่สวยงามและใส่สบายที่สุด

ตัวอย่างการใช้งาน

เมื่อคุณไปลองชุดแต่งงาน เจ้าสาวอาจต้องมีการ “Fitting” หลายครั้งเพื่อให้ชุดออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด

ช่างตัดเสื้อนัดลูกค้ามา “Fitting” ชุดสูทที่สั่งตัด เพื่อปรับแก้ขนาดให้พอดีตัว

นางแบบกำลังเข้า “Fitting” เสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ก่อนการถ่ายทำ

บริบทและการใช้งานทั่วไป

คำว่า “Fitting” มักถูกใช้ในร้านเสื้อผ้าที่รับตัดเย็บตามสั่ง ร้านชุดแต่งงาน หรือในสตูดิโอแฟชั่น การ “Fitting” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เสื้อผ้าเท่านั้น แต่อาจรวมถึงการลองสวมเครื่องประดับบางชนิด หรือแม้แต่การลองอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องการความพอดีกับร่างกาย

🔷 FAQ SECTION

“Fitting” ต่างจาก “ลองเสื้อ” ทั่วไปอย่างไร?

“Fitting” จะเน้นที่การตรวจสอบความพอดีของเสื้อผ้ากับสรีระอย่างละเอียด และมักจะมีการปรับแก้เพื่อความสมบูรณ์แบบ ในขณะที่ “ลองเสื้อ” ทั่วไปคือการสวมใส่เพื่อดูว่าชอบหรือไม่ชอบ หรือพอดีในระดับหนึ่งแล้ว

ควรเตรียมตัวอย่างไรสำหรับการ “Fitting”?

ควรเตรียมชุดชั้นในที่คิดว่าจะใส่กับชุดที่จะลองไปด้วย และหากมีการเตรียมรองเท้าที่จะใส่กับชุดนั้นๆ มาด้วยก็จะช่วยให้การ “Fitting” สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

Similar Posts

  • "Devices” แปลว่า

    คำว่า “Devices” ในภาษาไทยหมายถึง “อุปกรณ์” หรือ “เครื่องมือ” ครับ เป็นคำที่ใช้เรียกสิ่งประดิษฐ์หรือเครื่องจักรต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้งานเฉพาะอย่าง เช่น เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงาน การสื่อสาร ความบันเทิง หรือการดำเนินชีวิตประจำวันของเราครับ ในชีวิตประจำวัน เราใช้ “Devices” กันอยู่ตลอดเวลาเลยครับ ลองนึกถึงโทรศัพท์มือถือที่เราใช้โทรออก รับสาย เล่นอินเทอร์เน็ต หรือถ่ายรูป นี่ก็เป็น “Devices” ชนิดหนึ่ง หรืออย่างคอมพิวเตอร์ที่เราใช้ทำงาน ดูหนัง ฟังเพลง ก็เป็น “Devices” ที่สำคัญมากๆ เหมือนกัน นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์อื่นๆ อีกมากมาย เช่น แท็บเล็ต สมาร์ทวอทช์ ลำโพงอัจฉริยะ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านอย่างตู้เย็น โทรทัศน์ หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์การแพทย์ต่างๆ ก็ล้วนแต่จัดอยู่ในหมวดของ “Devices” ทั้งสิ้นครับ ความหมายและการใช้งาน “Devices” หมายถึง อุปกรณ์หรือเครื่องมือต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะในการใช้งาน สามารถเป็นได้ทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือเครื่องจักรกลต่างๆ ที่ช่วยให้มนุษย์ทำสิ่งต่างๆ ได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น หรือมีประสิทธิภาพมากขึ้น…

  • "Objective” แปลว่า

    คำว่า “Objective” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “วัตถุประสงค์” หรือ “เป้าหมาย” ค่ะ เป็นการกำหนดสิ่งที่ต้องการทำให้สำเร็จ หรือผลลัพธ์ที่คาดหวังจากการกระทำหรือโครงการใดโครงการหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Objective” เพื่อบอกว่าเราตั้งใจจะทำอะไรให้สำเร็จ เช่น ในการทำงาน เราอาจมี Objective ในการเพิ่มยอดขายให้ได้ 10% ในไตรมาสนี้ หรือในการเรียน เราอาจมี Objective คือการสอบให้ได้เกรด A ในวิชาที่ยาก ความหมายและการใช้งาน Objective หมายถึงสิ่งที่มุ่งหวังให้เกิดขึ้น หรือผลลัพธ์ที่ต้องการบรรลุ เป็นการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน สามารถวัดผลได้ และมักจะสอดคล้องกับกลยุทธ์หรือแผนงานใหญ่กว่า เพื่อให้การทำงานหรือการดำเนินกิจกรรมต่างๆ มีทิศทางที่แน่นอน ไม่หลงทาง และสามารถประเมินความสำเร็จได้ ตัวอย่างการใช้งาน ในการประชุม ทีมการตลาดตั้ง Objective ว่าจะเพิ่มการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียให้ได้ 20% ภายใน 3 เดือน นักกีฬาตั้ง Objective ว่าจะวิ่งมาราธอนให้จบภายในเวลาที่กำหนด เพื่อเป็นการพัฒนาสมรรถภาพร่างกาย บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า…

  • "Varie” แปลว่า

    “Varie” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่มาจากคำว่า “various” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งมีความหมายว่า “หลากหลาย” หรือ “แตกต่างกันไป” เมื่อนำมาใช้ในภาษาไทย มักจะหมายถึง สิ่งต่างๆ ที่มีหลายประเภท หลายแบบ หรือมีลักษณะที่แตกต่างกัน ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Varie” ถูกนำไปใช้ในหลายบริบท เช่น การพูดถึงสินค้าที่มี “Varie” แบบให้เลือก หรือการพูดถึงกิจกรรมที่มี “Varie” รูปแบบให้เข้าร่วม เป็นการบ่งบอกถึงความไม่จำกัดหรือความมีตัวเลือกที่หลากหลายนั่นเอง ความหมายและการใช้งาน “Varie” หมายถึง ความหลากหลาย หรือความแตกต่างกันไป ในบริบทของสินค้า บริการ หรือข้อมูลต่างๆ ที่มีให้เลือกมากมายหลายประเภท หลายรูปแบบ หรือมีลักษณะที่แตกต่างกัน ทำให้ผู้ใช้งานมีตัวเลือกที่ตรงกับความต้องการได้มากขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน “ร้านนี้มีเสื้อผ้าให้เลือกแบบVarieมากเลย” หมายถึง ร้านนี้มีเสื้อผ้าหลายแบบ หลายสไตล์ให้เลือก “โปรโมชั่นนี้มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลVarieรูปแบบ” หมายถึง โปรโมชั่นนี้มีรางวัลหลายประเภทให้ลุ้น บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Varie” มักจะถูกใช้ในวงการธุรกิจ การตลาด หรือการนำเสนอข้อมูล เพื่อเน้นย้ำถึงความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ บริการ หรือทางเลือกที่มีอยู่…

  • "Bitter” แปลว่า

    คำว่า “Bitter” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ที่เกี่ยวข้องกับรสชาติ คือ “ขม” แต่ก็สามารถใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้หลายอย่าง ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Bitter” ในหลายสถานการณ์ เช่น การพูดถึงรสชาติของกาแฟหรือยาที่ขม หรืออาจจะใช้บรรยายความรู้สึกไม่พอใจ เสียใจ หรือเจ็บปวดจากเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้รู้สึกขมขื่น ไม่มีความสุข หรือผิดหวัง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Bitter” สามารถแปลได้หลายความหมายดังนี้: รสชาติขม: ใช้บรรยายรสชาติของอาหารหรือเครื่องดื่ม เช่น กาแฟดำ มะระ หรือยา ความรู้สึกขมขื่น: ใช้บรรยายความรู้สึกไม่พอใจ เจ็บปวด ผิดหวัง หรือแค้นใจ น้ำเสียงที่แสดงความไม่พอใจ: ใช้บรรยายน้ำเสียงที่แสดงความขุ่นเคืองหรือไม่พอใจ อากาศที่หนาวจัด: บางครั้งใช้บรรยายอากาศที่หนาวเย็นจนรู้สึกแสบผิว ตัวอย่างการใช้งาน นี่คือตัวอย่างการใช้คำว่า “Bitter” ในประโยคต่างๆ: “This coffee is too bitter for me.” (กาแฟนี้ขมเกินไปสำหรับฉัน) “She felt bitter after the…

  • "Onward” แปลว่า

    คำว่า “Onward” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง “ไปข้างหน้า” หรือ “มุ่งหน้าต่อไป” โดยมีความหมายถึงการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า การพัฒนา หรือการก้าวไปสู่เป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดนิ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Onward” ในสถานการณ์ที่ต้องการให้กำลังใจ หรือกระตุ้นให้เกิดการก้าวต่อไป เช่น เมื่อเผชิญอุปสรรค หรือเมื่อต้องการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น เป็นการบอกเป็นนัยว่าอย่าท้อถอย ให้เดินหน้าต่อไปเพื่อบรรลุสิ่งที่ตั้งใจไว้ ความหมายและการใช้งาน “Onward” ใช้เพื่อสื่อถึงการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าทั้งในเชิงกายภาพและเชิงนามธรรม ในเชิงกายภาพหมายถึงการเดินทาง การเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งที่อยู่ข้างหน้า ในเชิงนามธรรมหมายถึงการพัฒนา การก้าวหน้า การปรับปรุงให้ดีขึ้น หรือการมุ่งมั่นสู่เป้าหมาย ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อทีมประสบความสำเร็จในโปรเจกต์หนึ่ง หัวหน้าอาจกล่าวว่า “Great job everyone, let’s push onward to the next phase!” (ทุกคนทำงานได้เยี่ยมมาก มาลุยกันต่อไปในเฟสต่อไปกันเถอะ!) หรือเมื่อมีคนกำลังท้อแท้ เพื่อนอาจให้กำลังใจว่า “Don’t give up, keep moving onward!” (อย่าเพิ่งยอมแพ้ เดินหน้าต่อไปนะ!)…

  • "Offer” แปลว่า

    คำว่า “Offer” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “การเสนอ” หรือ “ข้อเสนอ” ครับ เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปในหลายสถานการณ์ ตั้งแต่การเสนอขายสินค้าและบริการ ไปจนถึงการเสนอโอกาส หรือการยื่นข้อเสนอในความสัมพันธ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “Offer” ในบริบทต่างๆ เช่น เวลาไปซื้อของแล้วพนักงานบอกว่า “Special Offer!” ก็หมายถึง “ข้อเสนอพิเศษ” นั่นเอง หรือเวลาสมัครงาน แล้วบริษัทแจ้งว่าได้รับ “Job Offer” ก็คือ “ข้อเสนอการจ้างงาน” ที่บริษัทเสนอให้เราครับ บางครั้งก็ใช้ในความหมายของการ “เสนอตัว” หรือ “เสนอความช่วยเหลือ” ด้วยเช่นกัน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Offer” โดยพื้นฐานแล้วหมายถึง การยื่นบางสิ่งบางอย่างให้กับผู้อื่น เพื่อให้เขาพิจารณาตอบรับหรือไม่รับก็ได้ สามารถเป็นได้ทั้งสิ่งของ เงินทอง โอกาส หรือแม้แต่การกระทำต่างๆ ตัวอย่างการใช้งาน Special Offer: ข้อเสนอพิเศษที่มักจะมาพร้อมกับส่วนลด หรือของแถม Job Offer: ข้อเสนอการจ้างงานจากบริษัท ซึ่งระบุตำแหน่งงาน เงินเดือน…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *