"Filled” แปลว่า

คำว่า “Filled” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “เต็ม” หรือ “ที่ถูกเติมให้เต็ม” ค่ะ สามารถใช้ได้ทั้งในความหมายตรงตัว เช่น แก้วที่เต็มไปด้วยน้ำ หรือในความหมายเปรียบเปรย เช่น หัวใจที่เต็มไปด้วยความสุข

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Filled” บ่อยครั้งในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อเราสั่งเครื่องดื่ม พนักงานอาจจะถามว่า “Filled to the top?” ซึ่งหมายถึง “เติมให้เต็มแก้วเลยไหม?” หรือเวลาพูดถึงแบบฟอร์มต่างๆ ที่ต้องกรอกข้อมูล เราอาจจะเห็นคำว่า “Form is filled” หมายถึง “แบบฟอร์มกรอกครบถ้วนแล้ว” นอกจากนี้ ยังอาจใช้ในเชิงอารมณ์ได้อีกด้วย เช่น “My heart is filled with joy” แปลว่า “หัวใจของฉันเต็มไปด้วยความสุข”

ความหมายและการใช้งาน

“Filled” เป็นคำกริยาช่องที่ 3 (Past Participle) ของกริยา “fill” ซึ่งแปลว่า “เติม” เมื่อใช้เป็นคำคุณศัพท์ (Adjective) จะมีความหมายว่า “ที่เต็ม” หรือ “ซึ่งถูกเติม” สามารถใช้อธิบายถึงสิ่งของ สถานที่ หรือแม้กระทั่งความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยบางสิ่งบางอย่าง

ตัวอย่างการใช้งาน

  • The bottle is filled with water. (ขวดถูกเติมด้วยน้ำจนเต็ม)
  • The room was filled with laughter. (ห้องนั้นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ)
  • Please ensure the application form is filled completely. (โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่ากรอกใบสมัครครบถ้วนแล้ว)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Filled” มักพบเห็นได้บ่อยในสถานการณ์ที่เกี่ยวกับการบรรจุ การเติมเต็ม หรือการกรอกข้อมูลให้สมบูรณ์ นอกจากนี้ยังใช้เพื่ออธิบายสภาวะของความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมอีกด้วย

🔷 FAQ SECTION

“Filled” กับ “Full” ต่างกันอย่างไร?

“Full” เป็นคำคุณศัพท์ที่แปลว่า “เต็ม” โดยตรง มักใช้อธิบายสภาพของสิ่งของที่ไม่มีที่ว่างอีกแล้ว เช่น a full glass (แก้วที่เต็ม) ส่วน “Filled” มาจากกริยา “fill” และมักจะบอกถึงการกระทำที่ทำให้สิ่งนั้นเต็ม หรือสภาพที่ถูกเติมจนเต็ม เช่น a glass filled with water (แก้วที่ถูกเติมด้วยน้ำ)

“Filled” ใช้กับอารมณ์ได้หรือไม่?

ได้ค่ะ “Filled” สามารถใช้เพื่ออธิบายความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมได้ เช่น “filled with hope” (เต็มไปด้วยความหวัง) หรือ “filled with sadness” (เต็มไปด้วยความเศร้า)

Similar Posts

  • "Equally” แปลว่า

    คำว่า “Equally” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “อย่างเท่าเทียมกัน” หรือ “อย่างเสมอภาค” เป็นคำวิเศษณ์ที่ใช้เพื่อบ่งบอกถึงการปฏิบัติ การแบ่งปัน หรือการปฏิบัติต่อสิ่งต่างๆ ในลักษณะที่ไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบเสียเปรียบ หรือมีความสำคัญเท่ากัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Equally” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น การแบ่งปันสิ่งของ การให้โอกาส หรือการตัดสินใจที่คำนึงถึงความยุติธรรม ตัวอย่างเช่น เมื่อพ่อแม่แบ่งขนมให้ลูกๆ อย่างเท่าเทียมกัน หรือเมื่อเพื่อนร่วมงานได้รับมอบหมายงานที่ต้องทำอย่างเสมอภาคกัน หรือแม้กระทั่งในการแสดงความคิดเห็นที่ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะพูดอย่างเท่าเทียมกัน ความหมายและการใช้งาน Equally แปลว่า “อย่างเท่าเทียมกัน” ใช้เพื่อเน้นย้ำว่าสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นในลักษณะที่เสมอภาค ไม่มีความแตกต่าง หรือมีความสำคัญเท่ากัน ตัวอย่าง “The inheritance was divided equally among the siblings.” (มรดกถูกแบ่งอย่างเท่าเทียมกันระหว่างพี่น้อง) “All students are treated equally, regardless of their background.” (นักเรียนทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่คำนึงถึงภูมิหลัง) “We…

  • "Gemini” แปลว่า

    Gemini (เจมินี) เป็นชื่อของแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model) ที่พัฒนาโดย Google มีความสามารถในการทำความเข้าใจและสร้างข้อความที่ซับซ้อน สามารถทำงานได้หลากหลาย เช่น การตอบคำถาม การสรุปข้อมูล การเขียนเชิงสร้างสรรค์ และการแปลภาษา เปรียบเสมือนผู้ช่วยอัจฉริยะที่สามารถสื่อสารกับเราได้ด้วยภาษาธรรมชาติ ในชีวิตประจำวัน เราสามารถใช้ Gemini ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เวลาที่เราสงสัยอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องทั่วไป หรือเรื่องที่เฉพาะเจาะจง เราก็สามารถถาม Gemini ได้ทันที มันสามารถช่วยเราสรุปบทความยาวๆ ให้เข้าใจง่ายขึ้น หรือแม้กระทั่งช่วยระดมไอเดียในการเขียนอีเมล หรือโพสต์โซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ หากเราต้องการเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ Gemini ก็สามารถอธิบายเนื้อหาที่ซับซ้อนให้เราเข้าใจได้ง่ายขึ้น หรือช่วยแปลข้อความจากภาษาหนึ่งไปอีกภาษาหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว ความหมายและการใช้งาน Gemini หมายถึง “คนคู่” หรือ “ฝาแฝด” ในภาษาละติน ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการทำงานที่หลากหลายและมีความยืดหยุ่นของแบบจำลองนี้ ในบริบทของเทคโนโลยี Gemini คือชื่อของ AI ที่มีความสามารถในการประมวลผลและสร้างสรรค์เนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้คนนิยมใช้ Gemini เพื่อช่วยในการทำงานต่างๆ เช่น การค้นหาข้อมูล การเขียนโค้ด…

  • "You’re” แปลว่า

    คำว่า “You’re” เป็นรูปย่อของ “you are” ในภาษาอังกฤษ ใช้เพื่อบ่งบอกถึงบุคคลที่กำลังสนทนาด้วย หรือกล่าวถึงบุคคลที่สอง โดยมีความหมายตรงตัวว่า “คุณคือ” หรือ “คุณเป็น” เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารกับผู้อื่น ในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน “You’re” มักจะถูกใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการพูดคุยหรืออธิบายลักษณะ นิสัย หรือสถานการณ์ที่เป็นอยู่ของผู้ฟัง เช่น เมื่อชมเชย ชี้แจง หรือถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ เป็นคำที่ช่วยให้การสนทนาเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติและกระชับมากขึ้น เนื่องจากเป็นการรวมสองคำเข้าด้วยกัน ทำให้การสื่อสารดูไม่เป็นทางการจนเกินไป เหมาะสำหรับการพูดคุยทั่วไปกับเพื่อน ครอบครัว หรือคนรู้จัก ความหมายและการใช้งาน “You’re” เป็นการรวมคำว่า “you” (คุณ) และ “are” (เป็น, อยู่, คือ) เข้าด้วยกัน โดยใช้เครื่องหมายอะพอสทรอฟี (‘) แทนตัวอักษร ‘a’ ที่ถูกละไว้ในคำว่า “are” ใช้เพื่อบอกว่าผู้ฟังเป็นใคร มีคุณสมบัติอย่างไร หรือกำลังทำอะไรอยู่ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น: “You’re doing a great job!”…

  • "Working Out” แปลว่า

    คำว่า “Working Out” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่คนไทยนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย หมายถึง การออกกำลังกาย หรือการฝึกฝนร่างกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี หรือเพื่อเป้าหมายบางอย่าง เช่น การลดน้ำหนัก การสร้างกล้ามเนื้อ หรือการเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันกีฬา ในชีวิตประจำวัน คนไทยมักจะใช้คำว่า “Working Out” แทนการบอกว่า “ไปออกกำลังกาย” หรือ “ไปฟิตเนส” โดยอาจจะพูดว่า “วันนี้ไป Working Out มา” หรือ “สุดสัปดาห์นี้มีแพลนจะไป Working Out” เป็นต้น การใช้คำนี้แสดงถึงความคุ้นเคยกับวัฒนธรรมการออกกำลังกายที่ได้รับอิทธิพลมาจากต่างประเทศ และสื่อสารได้รวดเร็ว เข้าใจง่ายในกลุ่มคนที่สนใจเรื่องสุขภาพและการออกกำลังกาย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Working Out” มาจากภาษาอังกฤษ โดย “Work” แปลว่า ทำงาน และ “Out” ในบริบทนี้หมายถึง ออกไป หรือ ทำให้เสร็จสิ้น เมื่อรวมกันจึงหมายถึง การออกกำลังกาย หรือ การฝึกฝนร่างกาย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางด้านร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความแข็งแรง…

  • "Favorite” แปลว่า

    คำว่า “Favorite” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้แสดงความรู้สึกชอบเป็นพิเศษ หรือเป็นที่ชื่นชอบที่สุดในบรรดาสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่ เมื่อเราพูดถึง “Favorite” ของเรา หมายถึงสิ่งที่เราโปรดปรานมากที่สุดเหนือสิ่งอื่นใด ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Favorite” เพื่อบ่งบอกถึงสิ่งที่เราชอบมากเป็นพิเศษในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การเลือกเพลงโปรด เสื้อผ้าตัวโปรด ร้านอาหารที่ชอบ หรือแม้กระทั่งวันในสัปดาห์ที่ถูกใจที่สุด เป็นคำที่ช่วยให้เราสื่อสารความชอบส่วนตัวได้อย่างชัดเจนและกระชับ ความหมายและการใช้งาน “Favorite” แปลตรงตัวว่า “ที่ชื่นชอบ” หรือ “โปรดปราน” ใช้เพื่ออธิบายถึงบุคคล สิ่งของ สถานที่ หรือสิ่งใดๆ ที่เป็นที่รักหรือเป็นที่นิยมมากที่สุดสำหรับใครคนหนึ่ง เป็นการบอกว่าสิ่งนั้นมีความพิเศษและโดดเด่นกว่าสิ่งอื่นในสายตาของเขา ตัวอย่างการใช้งาน My favorite color is blue. (สีโปรดของฉันคือสีฟ้า) What’s your favorite food? (อาหารโปรดของคุณคืออะไร?) This is my favorite song. (นี่คือเพลงโปรดของฉัน) บริบทและการใช้ทั่วไป คำว่า “Favorite” มักถูกใช้ในบทสนทนาทั่วไป เมื่อต้องการสอบถามหรือบอกเล่าเกี่ยวกับความชอบส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของแฟชั่น…

  • "Vamos” แปลว่า

    คำว่า “Vamos” เป็นภาษาโปรตุเกสและสเปน มีความหมายตรงตัวว่า “ไปกันเถอะ” หรือ “มาไปกัน” เป็นคำที่ใช้แสดงออกถึงการชักชวน การกระตุ้น หรือการเริ่มต้นทำกิจกรรมบางอย่างร่วมกัน เป็นคำที่แสดงถึงความกระตือรือร้นและพลัง ในชีวิตประจำวัน ผู้คนมักใช้คำว่า “Vamos” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อต้องการชวนเพื่อนไปเที่ยว กินข้าว หรือทำกิจกรรมสนุกๆ ด้วยกัน หรือใช้ในการแข่งขันกีฬาเพื่อปลุกเร้ากำลังใจนักกีฬาก็ได้ เป็นคำที่สื่อถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและการร่วมมือกัน ความหมายและการใช้งาน “Vamos” มาจากกริยา “ir” (ไป) ในภาษาสเปนและโปรตุเกส เป็นรูปปัจจุบันกาลของบุรพบทสรรพนามบุรุษที่ 1 พหูพจน์ (nosotros/nós) หรือบุรพบทสรรพนามบุรุษที่ 3 พหูพจน์ (ellos/elas) ในรูปคำสั่ง (imperative) ที่ใช้ในเชิงชักชวน จึงมีความหมายว่า “เราไปกันเถอะ” หรือ “ไปกัน!” ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อเพื่อนชวนไปดูหนัง: “Vamos al cine?” (ไปดูหนังกันไหม?) เมื่อต้องการปลุกใจทีมฟุตบอล: “¡Vamos, equipo!” (สู้ๆ นะทีม!) เมื่อจะออกจากบ้าน:…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *