"Enormous” แปลว่า

คำว่า “Enormous” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษ แปลว่า ใหญ่มาก, มหึมา, โตมโหฬาร ใช้เพื่ออธิบายถึงขนาด, ปริมาณ, หรือความสำคัญที่ใหญ่กว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด หรือใหญ่จนน่าทึ่ง

ในชีวิตประจำวัน เราอาจใช้คำว่า “Enormous” เพื่อบอกเล่าถึงสิ่งต่างๆ ที่มีขนาดใหญ่เกินคาด เช่น เมื่อเจอภูเขาที่ใหญ่มาก หรือเมื่อได้รับมอบหมายงานที่ยากและมีปริมาณมหาศาล หรือแม้แต่เมื่อพูดถึงความรู้สึกดีใจอย่างท่วมท้น เป็นการเน้นย้ำถึงความใหญ่โตของสิ่งนั้นๆ เพื่อให้ผู้ฟังเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ความหมายและการใช้งาน

Enormous หมายถึง ใหญ่โตมโหฬาร หรือมีขนาดใหญ่มากเป็นพิเศษ ซึ่งสามารถใช้ได้กับทั้งรูปธรรมและนามธรรม เช่น ขนาดของสิ่งของ, ปริมาณของบางสิ่ง, หรือแม้กระทั่งความรู้สึก

ตัวอย่าง

ตัวอย่างการใช้งาน เช่น:

  • “The elephant was enormous.” (ช้างตัวนั้นใหญ่โตมโหฬารมาก)
  • “She felt an enormous sense of relief.” (เธอรู้สึกโล่งใจอย่างท่วมท้น)
  • “The company faced enormous challenges.” (บริษัทเผชิญกับความท้าทายอันใหญ่หลวง)

บริบทการใช้งานทั่วไป

คำว่า “Enormous” มักใช้เพื่อเน้นย้ำถึงขนาดที่ใหญ่จนน่าประหลาดใจ หรือปริมาณที่มากมายจนเกินกว่าปกติทั่วไป

Enormous แปลว่าอะไร?

“Enormous” แปลว่า ใหญ่มาก, มหึมา, โตมโหฬาร ใช้เพื่ออธิบายสิ่งที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด

Enormous ใช้กับอะไรได้บ้าง?

สามารถใช้ได้กับสิ่งของที่มีขนาดใหญ่, ปริมาณที่มากมาย, ความรู้สึกที่ท่วมท้น, หรือปัญหาและความท้าทายที่มีขนาดใหญ่

Similar Posts

  • "Flower” แปลว่า

    คำว่า “Flower” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ดอกไม้” ครับ เป็นคำนามที่ใช้เรียกส่วนประกอบของพืชที่มีสีสันสวยงาม มักมีกลิ่นหอม และเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นสัญลักษณ์ของความงาม ความรัก หรือการเฉลิมฉลอง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเห็นและใช้คำว่า “ดอกไม้” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น การมอบให้เป็นของขวัญในโอกาสพิเศษ เช่น วันเกิด วันวาเลนไทน์ หรือวันครบรอบ การนำมาตกแต่งบ้านเพื่อความสวยงาม หรือแม้กระทั่งการใช้ในพิธีกรรมต่างๆ เช่น งานแต่งงาน หรืองานศพ นอกจากนี้ ดอกไม้ยังเป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหารบางชนิด หรือใช้ในการสกัดน้ำหอมอีกด้วย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Flower” หมายถึง ดอกไม้ ซึ่งเป็นอวัยวะสืบพันธุ์ของพืชดอก มีลักษณะหลากหลายตามชนิดของพืช ตั้งแต่กลีบดอก สีสัน กลิ่น ไปจนถึงรูปทรง โดยทั่วไปแล้ว ดอกไม้มีความสำคัญในเชิงสัญลักษณ์และประโยชน์ใช้สอยที่หลากหลาย ตัวอย่างการใช้งาน “เธอได้รับflowerสวยๆ เป็นของขวัญวันเกิด” “สวนหลังบ้านเต็มไปด้วยflowerนานาชนิด” “ฉันชอบกลิ่นหอมอ่อนๆ ของflowerมะลิ” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Flower” หรือ “ดอกไม้” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับความงาม ธรรมชาติ ความรัก…

  • "Pairing” แปลว่า

    คำว่า “Pairing” โดยทั่วไปแล้วหมายถึง การจับคู่ การเข้าคู่ หรือการเชื่อมต่อสิ่งของสองสิ่งเข้าด้วยกัน เพื่อให้ทำงานร่วมกันหรือเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง โดยมักจะใช้ในบริบทที่ต้องการให้สองสิ่งนั้นมีความสัมพันธ์หรือทำงานสอดคล้องกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Pairing” ในหลายสถานการณ์ เช่น การจับคู่อุปกรณ์บลูทูธ (Bluetooth pairing) เพื่อให้โทรศัพท์ของเราเชื่อมต่อกับหูฟังหรือลำโพงได้ หรือการจับคู่เสื้อผ้า (outfit pairing) เพื่อให้การแต่งกายดูเข้ากัน นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงการจับคู่วัตถุดิบในการทำอาหาร (food pairing) เพื่อให้รสชาติเข้ากันได้ดี หรือการจับคู่ไวน์กับอาหาร (wine pairing) เพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับประทาน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Pairing” มาจากภาษาอังกฤษ แปลตรงตัวว่า “การจับคู่” หรือ “การเข้าคู่” การใช้งานมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ โดยหลักๆ แล้วคือการทำให้สองสิ่งมารวมกันหรือทำงานร่วมกันได้อย่างเหมาะสม ตัวอย่าง Bluetooth Pairing: การจับคู่อุปกรณ์บลูทูธ เช่น การนำโทรศัพท์มือถือไปจับคู่กับหูฟังไร้สาย เพื่อให้สามารถฟังเพลงหรือคุยโทรศัพท์ผ่านหูฟังได้ Outfit Pairing: การจับคู่เสื้อผ้า เช่น การเลือกเสื้อสีขาวกับกางเกงยีนส์สีน้ำเงิน เพื่อให้ดูเข้ากันและเหมาะสม Food…

  • "Resistance” แปลว่า

    คำว่า “Resistance” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การต่อต้าน การขัดขืน หรือการไม่ยอมรับ ซึ่งอาจเป็นการต่อต้านทางกายภาพ เช่น การต้านแรงโน้มถ่วง หรือการต่อต้านทางความคิด สังคม หรือการเมืองก็ได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Resistance” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เมื่อพูดถึงการต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ ร่างกายอาจเกิด “resistance” ต่อเชื้อโรค หรือเมื่อพูดถึงการเปลี่ยนแปลงในสังคม ก็อาจมีการ “resistance” จากกลุ่มคนที่เห็นต่าง หรือแม้แต่ในการออกกำลังกาย การยกน้ำหนักก็คือการสร้าง “resistance” ให้กับกล้ามเนื้อ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Resistance” ครอบคลุมความหมายได้หลายอย่าง ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้: การต่อต้าน: การแสดงออกถึงการไม่เห็นด้วย หรือการขัดขวางการกระทำบางอย่าง การขัดขืน: การไม่ยอมทำตามคำสั่ง หรือการต่อสู้กับอำนาจ ความทนทาน/ความต้านทาน: ความสามารถของสิ่งใดสิ่งหนึ่งในการทนต่อสภาวะ หรือแรงกระทำภายนอก ตัวอย่างการใช้งาน “There was strong resistance to the new policy.” (มีการต่อต้านนโยบายใหม่ที่รุนแรง) “The…

  • "Leading” แปลว่า

    คำว่า “Leading” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ คือ การนำ การเป็นผู้นำ หรือการนำหน้า ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ในหลายบริบท ทั้งในแง่ของการบริหารจัดการ การแข่งขัน หรือการเป็นผู้ริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นคำว่า “Leading” ถูกนำมาใช้ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงทีมฟุตบอลที่กำลัง “leading” ในการแข่งขัน หมายถึงทีมนั้นกำลังทำคะแนนนำอยู่ หรือเมื่อพูดถึงบริษัทที่ “leading” ในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง ก็หมายถึงบริษัทนั้นเป็นผู้นำ มีนวัตกรรม หรือมีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด เป็นต้น นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงการนำทาง หรือการชี้แนะแนวทางไปสู่เป้าหมายอีกด้วย ความหมายและการใช้งาน “Leading” แปลว่า การนำ, การเป็นผู้นำ, การนำหน้า, การนำทาง หรือการชี้แนะ ตัวอย่างการใช้งาน The company is leading the market in innovation. (บริษัทกำลังนำหน้าในด้านนวัตกรรมของตลาด) She is leading the team towards success….

  • "Decorate” แปลว่า

    คำว่า “Decorate” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ หมายถึง การตกแต่ง การประดับประดา หรือการทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งดูสวยงาม น่ามองยิ่งขึ้น โดยการเพิ่มสิ่งของ หรือปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูดี มีสไตล์ หรือเข้ากับเทศกาล โอกาสต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Decorate” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น การตกแต่งบ้านให้สวยงามน่าอยู่ การประดับประดาห้องเพื่อเฉลิมฉลองวันเกิด หรือการตกแต่งสถานที่สำหรับงานแต่งงาน หรือแม้กระทั่งการตกแต่งต้นคริสต์มาสในช่วงเทศกาลปีใหม่ การตกแต่งเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อให้เกิดความสวยงาม สร้างบรรยากาศที่น่าประทับใจ หรือสื่อถึงความรู้สึกบางอย่าง ความหมายและการใช้งาน Decorate หมายถึง การทำให้สวยงามขึ้นด้วยการเพิ่มสิ่งต่างๆ เข้าไป เช่น การติดรูปภาพบนผนัง การวางแจกันดอกไม้บนโต๊ะ หรือการประดับไฟระยิบระยับ การกระทำนี้มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มคุณค่าทางสุนทรียะให้กับพื้นที่หรือวัตถุนั้นๆ ตัวอย่างการใช้งาน เรามักจะได้ยินคำว่า “Decorate” ในประโยคเช่น “Let’s decorate the Christmas tree.” (เรามาตกแต่งต้นคริสต์มาสกันเถอะ) หรือ “She likes to decorate her room with flowers.” (เธอชอบตกแต่งห้องของเธอด้วยดอกไม้)…

  • "Throws” แปลว่า

    คำว่า “Throws” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ ว่า “การขว้าง” หรือ “การเหวี่ยง” สิ่งของต่างๆ ออกไปด้วยแรงมือ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Throws” ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของแขนและมือเพื่อส่งบางสิ่งบางอย่างไปข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬา การทิ้งของ หรือแม้แต่การแสดงท่าทางต่างๆ เช่น เวลาเราบอกเพื่อนว่า “Can you throws me the ball?” ก็หมายถึง “เธอขว้างบอลมาให้ฉันหน่อยได้ไหม” หรือเวลาพูดถึงการขว้างหินลงน้ำ ก็อาจจะใช้คำว่า “He likes to throws stones into the river.” Meaning & Usage “Throws” มาจากกริยา “throw” ซึ่งหมายถึง การขว้าง, การเหวี่ยง, การปา, การโยน ในรูปของคำนาม (plural) จะหมายถึง การขว้างหลายๆ ครั้ง หรือการขว้างสิ่งของหลายชิ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในความหมายอื่น…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *