"Disgust” แปลว่า

คำว่า “Disgust” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ความรู้สึกรังเกียจ หรือขยะแขยง เป็นความรู้สึกไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เรารู้สึกว่าไม่น่าพิสมัย สกปรก น่าขยะแขยง หรือผิดศีลธรรม

ในชีวิตประจำวัน เราอาจใช้คำว่า Disgust เมื่อเจอสิ่งที่เราไม่ชอบอย่างมาก เช่น การได้กลิ่นเหม็นรุนแรง เห็นอาหารที่เน่าเสีย หรือได้ยินเรื่องราวที่โหดร้าย ทำให้เรารู้สึกไม่อยากเข้าใกล้ ไม่อยากแตะต้อง หรืออยากจะหนีไปให้พ้นจากสิ่งนั้นๆ เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้กับประสาทสัมผัสต่างๆ ทั้งรูป รส กลิ่น เสียง หรือแม้กระทั่งจากความคิดและจินตนาการ

ความหมายและการใช้งาน

Disgust คือ ความรู้สึกรังเกียจ ขยะแขยง ไม่ชอบอย่างรุนแรง

ตัวอย่างการใช้งาน

เมื่อเห็นแมลงสาบไต่ไปมาบนพื้น ทำให้ฉันรู้สึก Disgust มาก

ข่าวอาชญากรรมที่โหดร้ายทำให้หลายคนเกิดความรู้สึก Disgust

อาหารที่เสียแล้วมีกลิ่นเหม็นจนรู้สึก Disgust

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า Disgust มักใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับสิ่งสกปรก อาหารที่ไม่น่ากิน สัตว์ที่น่ารังเกียจ การกระทำที่ผิดศีลธรรม หรือเรื่องราวที่ชวนสะอิดสะเอียน

🔷 FAQ SECTION

Disgust แตกต่างจากคำว่า Hate อย่างไร?

Disgust เป็นความรู้สึกรังเกียจต่อสิ่งที่น่าขยะแขยงหรือไม่น่าพิสมัย ส่วน Hate เป็นความรู้สึกเกลียดชังอย่างลึกซึ้งต่อบุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

มีคำไทยคำไหนที่ใกล้เคียงกับ Disgust บ้าง?

คำไทยที่ใกล้เคียงกับ Disgust ได้แก่ รังเกียจ ขยะแขยง สะอิดสะเอียน หรือไม่ชอบอย่างมาก

Similar Posts

  • "Terminate” แปลว่า

    คำว่า “Terminate” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ การทำให้สิ้นสุดลง การยุติ หรือการเลิกไป โดยทั่วไปแล้วมักใช้ในบริบทที่ต้องการบอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้จบลงแล้วอย่างเป็นทางการ หรือถูกทำให้หยุดลงอย่างสมบูรณ์ ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Terminate” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อพูดถึงการยกเลิกสัญญา การเลิกจ้างงาน หรือแม้แต่ในเชิงเทคนิคที่หมายถึงการทำให้กระบวนการใดกระบวนการหนึ่งสิ้นสุดลง การใช้คำนี้มักสื่อถึงการตัดสินใจที่เด็ดขาดว่าสิ่งนั้นๆ จะไม่ดำเนินต่อไปอีกแล้ว ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Terminate” หมายถึง การทำให้สิ้นสุดลง, การยุติ, การเลิก, การปัดให้หมดไป หรือการทำให้จบลง อาจใช้ได้กับหลายสิ่งหลายอย่าง ตั้งแต่โครงการ สัญญา การดำเนินงาน ไปจนถึงการยุติความสัมพันธ์ หรือแม้กระทั่งการทำให้บางสิ่งบางอย่างหายไป ตัวอย่างการใช้งาน 1. การยกเลิกสัญญา: “The company decided to terminate the contract with the supplier.” (บริษัทตัดสินใจที่จะยุติสัญญา กับผู้จัดจำหน่าย) 2. การเลิกจ้าง: “Due to poor performance,…

  • "Dry” แปลว่า

    คำว่า “Dry” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “แห้ง” หรือ “ไม่เปียก” ซึ่งเป็นสภาวะที่ไม่มีความชื้นหรือน้ำอยู่เลย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Dry” เพื่ออธิบายถึงสิ่งต่างๆ ที่ไม่มีความชื้น เช่น เสื้อผ้าที่ซักแล้วตากจนแห้งสนิท หรือพื้นผิวที่เช็ดจนไม่มีน้ำเกาะอยู่ นอกจากนี้ “Dry” ยังสามารถใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้อีกด้วย เช่น อากาศแห้ง หรืออารมณ์ขันแบบแห้งๆ ที่อาจจะฟังดูเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความตลก ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Dry” มีความหมายได้หลายนัย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้: ไม่มีน้ำหรือความชื้น: ใช้กับสิ่งของ สภาพอากาศ หรือพื้นผิว เช่น “The clothes are dry.” (เสื้อผ้าแห้งแล้ว) หรือ “It’s a dry day.” (วันนี้อากาศแห้ง) ไม่หวาน (สำหรับเครื่องดื่ม): โดยเฉพาะกับไวน์ หมายถึงไวน์ที่มีรสไม่หวาน มีรสฝาดหรือเปรี้ยวเด่น เช่น “This white wine is…

  • "Expansion” แปลว่า

    คำว่า “Expansion” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การขยายตัว การขยายออก หรือการเพิ่มขนาดให้ใหญ่ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเชิงปริมาณ คุณภาพ หรือพื้นที่ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Expansion” ในหลายบริบท เช่น เมื่อบริษัทมีการขยายสาขาเพิ่มขึ้น หรือเมื่อเศรษฐกิจของประเทศมีการเติบโต ก็สามารถใช้คำว่า economic expansion ได้ นอกจากนี้ ยังสามารถหมายถึงการขยายขอบเขตความรู้ หรือการขยายเครือข่ายความสัมพันธ์ก็ได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน Expansion หมายถึง กระบวนการที่ทำให้บางสิ่งบางอย่างมีขนาดใหญ่ขึ้น กว้างขึ้น หรือครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น สามารถนำไปใช้ได้กับหลายสถานการณ์ เช่น: การขยายตัวทางธุรกิจ (Business Expansion): เช่น การเปิดสาขาใหม่ การเพิ่มสายการผลิต หรือการเข้าสู่ตลาดใหม่ การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (Economic Expansion): หมายถึง การเติบโตของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เช่น การเพิ่มขึ้นของ GDP การจ้างงานที่สูงขึ้น การขยายตัวทางกายภาพ (Physical Expansion): เช่น การขยายถนน การขยายอาคาร หรือการขยายตัวของเมือง…

  • "Incentives” แปลว่า

    คำว่า “Incentives” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “สิ่งจูงใจ” หรือ “แรงจูงใจ” เป็นสิ่งที่เสนอให้เพื่อกระตุ้นหรือส่งเสริมให้คนทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จตามที่ต้องการ อาจเป็นในรูปแบบของรางวัล ผลประโยชน์ หรือสิทธิพิเศษต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เราจะพบเห็น “Incentives” ได้บ่อยครั้ง เช่น ในที่ทำงาน บริษัทอาจมีโบนัสพิเศษ หรือการขึ้นเงินเดือนเป็น “incentive” เพื่อกระตุ้นให้พนักงานทำงานได้ดียิ่งขึ้น หรือในร้านค้า อาจมีโปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1 หรือส่วนลดพิเศษ เพื่อเป็น “incentive” ให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้า หรือแม้แต่ในการเรียน การให้คะแนนพิเศษสำหรับนักเรียนที่ทำกิจกรรมบางอย่าง ก็ถือเป็น “incentive” อย่างหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Incentives” หมายถึง สิ่งที่ทำให้เกิดแรงผลักดัน หรือกระตุ้นให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลแสดงพฤติกรรมที่ต้องการ หรือบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยทั่วไปแล้ว “incentives” จะถูกนำเสนอในรูปแบบที่น่าดึงดูดใจ เพื่อให้เกิดการตอบสนองตามที่คาดหวัง สามารถเป็นได้ทั้งสิ่งที่เป็นรูปธรรม เช่น เงิน รางวัล หรือสิ่งของ และสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น การยอมรับ คำชมเชย…

  • "Provisioning” แปลว่า

    “Provisioning” (โปรวิชั่นนิ่ง) ในภาษาไทยหมายถึง กระบวนการจัดเตรียม จัดหา หรือจัดสรรทรัพยากรต่างๆ ให้พร้อมสำหรับการใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) หรือระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจรวมถึงการติดตั้ง การตั้งค่า การกำหนดสิทธิ์ และการทำให้ทรัพยากรเหล่านั้นพร้อมใช้งานตามความต้องการ ในชีวิตประจำวัน เราอาจไม่ค่อยได้ยินคำว่า “Provisioning” ตรงๆ แต่เราสัมผัสกับกระบวนการนี้อยู่เสมอ เช่น เมื่อคุณสมัครใช้บริการ Cloud Computing อย่าง Google Cloud หรือ Amazon Web Services (AWS) ระบบจะทำการ Provisioning ทรัพยากร เช่น เซิร์ฟเวอร์ พื้นที่จัดเก็บข้อมูล หรือเครือข่าย ให้กับคุณตามแพ็กเกจที่คุณเลือก หรือเมื่อคุณได้รับโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่จากบริษัท พนักงานฝ่าย IT ของบริษัทจะต้องทำการ Provisioning เครื่องนั้นก่อน โดยการติดตั้งแอปพลิเคชันที่จำเป็น ตั้งค่าอีเมลบริษัท และกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลต่างๆ เพื่อให้คุณสามารถนำไปใช้งานได้อย่างราบรื่น ความหมายและการใช้งาน “Provisioning” คือ การเตรียมพร้อมทรัพยากรให้พร้อมสำหรับการใช้งาน มักใช้ในบริบทของ IT…

  • "sogood” แปลว่า

    คำว่า “sogood” เป็นคำสแลงภาษาอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน มีความหมายโดยรวมว่า “ดีมาก” หรือ “ยอดเยี่ยม” เป็นการเน้นย้ำถึงคุณภาพที่ดีเยี่ยมในระดับที่น่าประทับใจ โดยปกติแล้วจะใช้เพื่อแสดงความชื่นชมหรือพอใจกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เหนือความคาดหมายหรือเป็นที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ ในชีวิตประจำวัน คนไทยมักจะใช้คำว่า “sogood” ในการสนทนาที่ไม่เป็นทางการ ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกับเพื่อน หรือการแสดงความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดีย เมื่อเจออะไรที่ถูกใจมากๆ เช่น อาหารอร่อย เพลงเพราะ หนังสนุก หรือสินค้าคุณภาพดี ก็มักจะอุทานออกมาว่า “sogood!” หรือเขียนลงในคอมเมนต์เพื่อบอกให้รู้ว่าสิ่งนั้นดีจริงๆ เป็นวิธีที่รวดเร็วและเข้าใจง่ายในการสื่อสารความรู้สึกชื่นชม ความหมายและการใช้งาน “sogood” มาจากการรวมคำว่า “so” ที่แปลว่า “มาก” และ “good” ที่แปลว่า “ดี” เข้าด้วยกัน จึงมีความหมายตรงตัวว่า “ดีมาก” ใช้เพื่อเน้นย้ำระดับความดีที่สูงกว่าปกติ เป็นการแสดงออกถึงความรู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่งยวด ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อได้ทานอาหารที่อร่อยถูกปาก: “โอ้โห ข้าวผัดจานนี้ sogood จริงๆ!” เมื่อดูหนังที่สนุกจนหยุดดูไม่ได้: “หนังเรื่องนี้ภาพสวย เนื้อเรื่องดี Sogood มาก!” เมื่อลองใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่แล้วประทับใจ: “เพิ่งลองใช้ครีมตัวนี้เอง รู้สึกว่าผิวชุ่มชื้นขึ้นเยอะเลย sogood!”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *