"Discriminatory” แปลว่า

คำว่า “Discriminatory” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การเลือกปฏิบัติ การแบ่งแยก หรือการปฏิบัติต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลอย่างไม่เป็นธรรม โดยอาศัยลักษณะบางอย่าง เช่น เชื้อชาติ เพศ ศาสนา อายุ ความพิการ หรือสถานะทางสังคม

ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำนี้เมื่อมีการพูดถึงสถานการณ์ที่คนถูกปฏิบัติแตกต่างกันไปในทางที่ไม่ถูกต้อง เช่น การเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน การให้โอกาส หรือแม้แต่การปฏิสัมพันธ์ทางสังคมทั่วไป การใช้คำว่า “Discriminatory” จะช่วยบ่งชี้ถึงการกระทำที่ขาดความเท่าเทียมและก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ที่ถูกเลือกปฏิบัติ

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Discriminatory” มาจากคำกริยา “discriminate” ซึ่งแปลว่า การแยกแยะ การแบ่งแยก หรือการเลือกปฏิบัติ เมื่อเติมคำว่า “-ory” เข้าไป จะกลายเป็นคำคุณศัพท์ (adjective) ที่ใช้อธิบายลักษณะของการกระทำหรือนโยบายที่ก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติ

ตัวอย่าง

ตัวอย่างการใช้ในประโยค เช่น “The company has policies that are considered discriminatory against older workers.” (บริษัทมีนโยบายที่ถูกมองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติกับพนักงานสูงอายุ) หรือ “It is illegal to engage in discriminatory practices in housing.” (การมีส่วนร่วมในการเลือกปฏิบัติในการจัดหาที่อยู่อาศัยเป็นสิ่งผิดกฎหมาย)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำนี้มักถูกใช้ในบริบททางกฎหมาย สังคม และการเมือง เมื่อมีการพูดถึงประเด็นความเท่าเทียม สิทธิมนุษยชน และการต่อต้านการเลือกปฏิบัติในรูปแบบต่างๆ

“Discriminatory” หมายถึงอะไร?

หมายถึง การเลือกปฏิบัติ หรือการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไม่เป็นธรรม โดยอาศัยลักษณะส่วนบุคคลบางอย่าง

การเลือกปฏิบัติ “Discriminatory” ส่งผลเสียอย่างไร?

การเลือกปฏิบัติสามารถนำไปสู่ความไม่เท่าเทียม การกีดกัน การเสียโอกาส และส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและคุณภาพชีวิตของผู้ที่ถูกเลือกปฏิบัติ

Similar Posts

  • "Bell” แปลว่า

    คำว่า “Bell” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ระฆัง” หรือ “กระดิ่ง” ซึ่งเป็นวัตถุที่มีเสียงดังเมื่อถูกตีหรือเขย่า เพื่อใช้เป็นสัญญาณ เตือน หรือเพื่อความสวยงาม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Bell” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น ระฆังที่โบสถ์ (church bell) กระดิ่งประตูบ้าน (doorbell) หรือแม้กระทั่งการใช้เป็นคำเปรียบเทียบถึงเสียงเตือนต่างๆ เช่น เสียงโทรศัพท์ดัง (phone bell) หรือเสียงเตือนในเกม (game bell) นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงนักร้องหรือนักแสดงที่มีเสียงไพเราะอีกด้วย ความหมายและการใช้งาน “Bell” หมายถึง ระฆัง หรือ กระดิ่ง โดยทั่วไปแล้วจะทำจากโลหะ มีลักษณะเป็นรูปถ้วยคว่ำหรือคล้ายระฆัง เมื่อมีวัตถุมากระทบภายในหรือภายนอก จะเกิดเสียงกังวานขึ้น การใช้งานมีตั้งแต่การบอกเวลา การเตือนภัย การเรียก หรือแม้กระทั่งเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงดนตรี ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น “The school bell rang.” หมายถึง “เสียงระฆังโรงเรียนดังขึ้น” หรือ “Please ring…

  • "Gains” แปลว่า

    คำว่า “Gains” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ เกี่ยวกับ “กำไร” หรือ “ผลประโยชน์” ที่ได้รับจากการลงทุน การทำธุรกิจ หรือกิจกรรมใดๆ ที่คาดหวังผลตอบแทน อาจหมายถึงผลกำไรที่เป็นตัวเงิน หรือผลประโยชน์ในรูปแบบอื่น ๆ ที่จับต้องได้ เช่น ความรู้ ทักษะ หรือความสำเร็จ ในชีวิตประจำวัน คนไทยอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า “Gains” ในบริบทของการลงทุนในตลาดหุ้น หรือการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี โดยมักจะพูดถึง “กำไรที่ได้” หรือ “ผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น” เช่น “วันนี้หุ้นขึ้น ได้ Gains เยอะเลย” หรือ “ลงทุนไปแล้ว ต้องรอดู Gains” นอกจากนี้ ยังอาจใช้ในความหมายที่กว้างขึ้น เช่น การพัฒนาตนเองที่ทำให้มีทักษะเพิ่มขึ้น ก็ถือเป็น Gains อย่างหนึ่งเช่นกัน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Gains” เป็นคำนามในภาษาอังกฤษ หมายถึง ผลกำไร ผลประโยชน์ หรือการเพิ่มขึ้นของมูลค่า โดยทั่วไปมักใช้ในบริบทของการเงิน การลงทุน หรือการพัฒนาตนเอง…

  • "Finishing” แปลว่า

    “Finishing” เป็นคำภาษาอังกฤษที่แปลว่า “การทำให้เสร็จสิ้น” หรือ “การจบ” ค่ะ เป็นการกระทำที่บ่งบอกถึงการทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งสมบูรณ์หรือสิ้นสุดลง ไม่ว่าจะเป็นงาน โครงการ หรือกิจกรรมใดๆ ก็ตาม ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Finishing” บ่อยครั้งในบริบทที่หลากหลาย เช่น เมื่อเราพูดถึงการทำงานให้เสร็จ การเตรียมอาหารให้พร้อมเสิร์ฟ หรือแม้แต่การตกแต่งบ้านให้สวยงาม การ “Finishing” คือขั้นตอนสุดท้ายที่ทำให้ทุกอย่างดูสมบูรณ์และพร้อมใช้งาน ความหมายและการใช้งาน “Finishing” หมายถึง การทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเสร็จสมบูรณ์ หรือถึงจุดสิ้นสุด เป็นการทำให้กระบวนการต่างๆ จบลงอย่างเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบขั้นสุดท้าย การตกแต่ง การปรับปรุง หรือการจัดเตรียมให้พร้อมสำหรับการนำไปใช้หรือส่งมอบ ตัวอย่างการใช้งาน The finishing touches on the painting made it look amazing. (การเก็บรายละเอียดขั้นสุดท้ายของภาพวาดทำให้มันดูน่าทึ่ง) We are just finishing the report and will send it…

  • "For You” แปลว่า

    “For You” เป็นวลีภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไป มีความหมายตรงตัวว่า “สำหรับคุณ” หรือ “เพื่อคุณ” เป็นการแสดงออกถึงความตั้งใจหรือการมอบสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้กับบุคคลนั้นๆ โดยเฉพาะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นวลี “For You” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อมีคนมอบของขวัญให้ หรือเมื่อมีบริการที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษสำหรับลูกค้า หรือแม้แต่ในข้อความที่ส่งถึงกันเพื่อแสดงความห่วงใยและความใส่ใจ ความหมายและการใช้งาน “For You” หมายถึง การกระทำ การมอบ หรือการจัดเตรียมสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยมี “คุณ” เป็นผู้รับ หรือเป็นเป้าหมายหลัก อาจใช้เพื่อแสดงความเอื้อเฟื้อ การให้เกียรติ หรือการเอาใจใส่ ตัวอย่างการใช้งาน 1. เมื่อเพื่อนให้ของขวัญ: “This is for you.” (นี่สำหรับคุณนะ) 2. ในร้านค้าที่มีโปรโมชั่นพิเศษ: “Special offer for you!” (ข้อเสนอพิเศษสำหรับคุณ!) 3. ในข้อความแสดงความยินดี: “Congratulations, this song is for you.” (ยินดีด้วยนะ…

  • "Staff” แปลว่า

    คำว่า “Staff” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “เจ้าหน้าที่” หรือ “บุคลากร” หมายถึง กลุ่มบุคคลที่ทำงานให้กับองค์กร บริษัท หรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง โดยอาจจะรวมถึงพนักงานประจำ พนักงานชั่วคราว หรือแม้แต่ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานในองค์กรนั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Staff” บ่อยครั้งในบริบทของการทำงาน เช่น เมื่อเราเข้าไปติดต่อสอบถามที่เคาน์เตอร์บริการต่างๆ พนักงานที่ให้บริการเราก็คือ Staff ของสถานที่นั้น หรือในบริษัทใหญ่ๆ ก็อาจจะมีการแบ่ง Staff ออกเป็นแผนกต่างๆ ตามความรับผิดชอบ เช่น Sales Staff (เจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย), Service Staff (เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการ) เป็นต้น คำนี้จึงเป็นคำที่ใช้เรียกผู้ปฏิบัติงานในภาพรวมได้อย่างครอบคลุม ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Staff” หมายถึง กลุ่มบุคคลที่ทำงานให้กับองค์กรหรือหน่วยงาน โดยอาจจะหมายถึงพนักงานทั้งหมด หรือเฉพาะบางกลุ่มที่ได้รับมอบหมายหน้าที่เฉพาะเจาะจง การใช้งานในภาษาไทยมักจะใช้ทับศัพท์ว่า “สตาฟฟ์” หรือแปลเป็น “เจ้าหน้าที่” หรือ “บุคลากร” ก็ได้ ขึ้นอยู่กับบริบทและระดับความเป็นทางการ ตัวอย่างการใช้งาน “เราต้องการ Staff เพิ่มเติมสำหรับงานอีเวนต์ที่จะถึงนี้”…

  • "Titles” แปลว่า

    “Titles” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “คำนำหน้าชื่อ” หรือ “ตำแหน่ง” ครับ โดยทั่วไปแล้ว ใช้เพื่อบ่งบอกถึงสถานะ ระดับ หรือคุณสมบัติของบุคคลนั้นๆ ครับ คนเรามักจะใช้ “Titles” ในชีวิตประจำวันเพื่อแสดงความเคารพ หรือเพื่อระบุตัวตนของอีกฝ่ายให้ชัดเจน เช่น เมื่อเราพูดคุยกับคุณหมอ เราก็จะเรียกนำหน้าชื่อว่า “คุณหมอ” หรือเมื่อพูดถึงผู้บริหารระดับสูง เราก็อาจจะใช้คำว่า “CEO” ซึ่งเป็น “Title” ที่บ่งบอกถึงตำแหน่งสูงสุดในบริษัทครับ หรือแม้แต่การใช้คำว่า “Mr.”, “Mrs.”, “Ms.” ที่หน้าชื่อ ก็ถือเป็น “Titles” ที่เราใช้กันเป็นปกติในการสื่อสารครับ ความหมายและการใช้งาน “Titles” คือคำที่ใช้เรียกนำหน้าชื่อบุคคล เพื่อแสดงถึงสถานะ ตำแหน่ง ยศ หรือคุณสมบัติพิเศษต่างๆ เช่น คำว่า “นาย” (Mr.), “นาง” (Mrs.), “นางสาว” (Ms.) ที่ใช้กับบุคคลทั่วไป หรือ “ดร.” (Dr.) สำหรับผู้ที่มีวุฒิปริญญาเอก “ศ.ดร.” (Prof….

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *