"Discriminatory” แปลว่า

คำว่า “Discriminatory” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การเลือกปฏิบัติ การแบ่งแยก หรือการปฏิบัติต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลอย่างไม่เป็นธรรม โดยอาศัยลักษณะบางอย่าง เช่น เชื้อชาติ เพศ ศาสนา อายุ ความพิการ หรือสถานะทางสังคม

ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำนี้เมื่อมีการพูดถึงสถานการณ์ที่คนถูกปฏิบัติแตกต่างกันไปในทางที่ไม่ถูกต้อง เช่น การเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน การให้โอกาส หรือแม้แต่การปฏิสัมพันธ์ทางสังคมทั่วไป การใช้คำว่า “Discriminatory” จะช่วยบ่งชี้ถึงการกระทำที่ขาดความเท่าเทียมและก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ที่ถูกเลือกปฏิบัติ

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Discriminatory” มาจากคำกริยา “discriminate” ซึ่งแปลว่า การแยกแยะ การแบ่งแยก หรือการเลือกปฏิบัติ เมื่อเติมคำว่า “-ory” เข้าไป จะกลายเป็นคำคุณศัพท์ (adjective) ที่ใช้อธิบายลักษณะของการกระทำหรือนโยบายที่ก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติ

ตัวอย่าง

ตัวอย่างการใช้ในประโยค เช่น “The company has policies that are considered discriminatory against older workers.” (บริษัทมีนโยบายที่ถูกมองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติกับพนักงานสูงอายุ) หรือ “It is illegal to engage in discriminatory practices in housing.” (การมีส่วนร่วมในการเลือกปฏิบัติในการจัดหาที่อยู่อาศัยเป็นสิ่งผิดกฎหมาย)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำนี้มักถูกใช้ในบริบททางกฎหมาย สังคม และการเมือง เมื่อมีการพูดถึงประเด็นความเท่าเทียม สิทธิมนุษยชน และการต่อต้านการเลือกปฏิบัติในรูปแบบต่างๆ

“Discriminatory” หมายถึงอะไร?

หมายถึง การเลือกปฏิบัติ หรือการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไม่เป็นธรรม โดยอาศัยลักษณะส่วนบุคคลบางอย่าง

การเลือกปฏิบัติ “Discriminatory” ส่งผลเสียอย่างไร?

การเลือกปฏิบัติสามารถนำไปสู่ความไม่เท่าเทียม การกีดกัน การเสียโอกาส และส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและคุณภาพชีวิตของผู้ที่ถูกเลือกปฏิบัติ

Similar Posts

  • "kiss me” แปลว่า

    คำว่า “kiss me” เป็นภาษาอังกฤษ แปลตรงตัวในภาษาไทยว่า “จูบฉัน” หรือ “จูบหนู” เป็นการแสดงออกถึงความรัก ความเสน่หา หรือความปรารถนาที่จะได้รับจุมพิตจากอีกฝ่ายหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน คนส่วนใหญ่มักใช้คำว่า “kiss me” ในบริบทที่แสดงถึงความใกล้ชิดสนิทสนม อาจจะเป็นการพูดเล่นๆ หยอกล้อ หรือเป็นการขอร้องอย่างอ่อนหวานระหว่างคู่รัก เพื่อนสนิท หรือคนในครอบครัวที่แสดงความรักต่อกัน เป็นคำที่สื่อถึงความรู้สึกที่อ่อนโยนและต้องการสัมผัสอันแสนพิเศษ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “kiss me” เป็นการบอกให้ใครบางคนจูบเรา เป็นคำขอที่ตรงไปตรงมาแต่ก็แฝงไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และน้ำเสียงที่ใช้ อาจใช้เพื่อแสดงความรัก ความคิดถึง ความต้องการ หรือแม้กระทั่งเป็นการหยอกล้อเล่นๆ ตัวอย่างการใช้งาน สถานการณ์ที่พบบ่อยคือเมื่อคู่รักกำลังพูดคุยกันอย่างใกล้ชิด หรือเมื่อฝ่ายหนึ่งต้องการแสดงความรักต่ออีกฝ่าย อาจจะพูดว่า “kiss me, please” หรือ “you know you want to kiss me” ในบางครั้งก็อาจจะใช้เป็นคำพูดในเพลง ภาพยนตร์ หรือวรรณกรรม เพื่อสื่อถึงอารมณ์และความรู้สึกของตัวละคร บริบทที่ใช้บ่อย “kiss me”…

  • "Waiter” แปลว่า

    คำว่า “Waiter” ในภาษาไทยมีความหมายตรงตัวว่า “พนักงานเสิร์ฟ” ซึ่งหมายถึง บุคคลที่ทำหน้าที่ให้บริการลูกค้าในร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือสถานประกอบการที่ให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม โดยทั่วไปแล้ว พนักงานเสิร์ฟจะมีหน้าที่รับออเดอร์จากลูกค้า นำอาหารและเครื่องดื่มไปเสิร์ฟที่โต๊ะ เก็บจานชามที่ใช้แล้ว และดูแลความเรียบร้อยของโต๊ะอาหาร รวมถึงการตอบคำถามเกี่ยวกับเมนูและการให้บริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเห็นและใช้คำว่า “Waiter” หรือ “พนักงานเสิร์ฟ” ในบริบทของการไปรับประทานอาหารนอกบ้าน เช่น เมื่อเราเข้าไปในร้านอาหาร เราอาจจะเห็นพนักงานเสิร์ฟเดินไปมาเพื่อให้บริการลูกค้าคนอื่นๆ หรือเมื่อเราต้องการสั่งอาหาร เราก็จะเรียกพนักงานเสิร์ฟมาที่โต๊ะ นอกจากนี้ ในบางครั้ง เมื่อเราพูดถึงประสบการณ์การรับประทานอาหาร เราอาจจะกล่าวถึงการบริการของ “Waiter” ด้วย เช่น “Waiter ที่นี่บริการดีมาก” หรือ “เราต้องรอ Waiter นานพอสมควร” ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคำนี้ถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารในชีวิตประจำวันอย่างแพร่หลาย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Waiter” หมายถึง บุคคลที่ทำหน้าที่ให้บริการลูกค้าในร้านอาหาร โดยมีหน้าที่หลักคือการรับออเดอร์ นำอาหารและเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ และดูแลความพึงพอใจของลูกค้าตลอดมื้ออาหาร ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อคุณไปร้านอาหาร คุณจะพบกับ “Waiter” ที่จะเข้ามาสอบถามว่าต้องการสั่งอะไร หากคุณต้องการเรียกพนักงานเสิร์ฟ คุณสามารถพูดว่า…

  • "Appropriately” แปลว่า

    “Appropriately” แปลว่า “อย่างเหมาะสม” หรือ “อย่างถูกต้องตามกาลเทศะ” เป็นคำคุณศัพท์วิเศษณ์ (adverb) ที่ใช้อธิบายว่าการกระทำใดๆ นั้นทำไปในลักษณะที่สอดคล้อง ถูกต้อง หรือเข้ากับสถานการณ์นั้นๆ ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “appropriately” เพื่อบอกว่าเราควรจะทำอะไรบางอย่างในลักษณะไหน หรือเพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่เราทำนั้นไม่ก่อให้เกิดปัญหาหรือไม่เหมาะสมกับบริบท เช่น เมื่อไปงานที่เป็นทางการ เราก็ต้องแต่งกาย “appropriately” หรือเมื่อพูดคุยกับผู้ใหญ่ เราก็ต้องพูดจา “appropriately” การใช้คำนี้ช่วยให้การสื่อสารและการปฏิสัมพันธ์ในสังคมเป็นไปอย่างราบรื่นและน่าประทับใจ Meaning & Usage “Appropriately” หมายถึง การทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งในลักษณะที่ถูกต้อง เหมาะสมกับสถานการณ์ เวลา บุคคล หรือวัตถุประสงค์นั้นๆ เป็นการแสดงออกที่พอดี ไม่มากเกินไปจนดูเด่นหรือแปลก และไม่น้อยเกินไปจนดูไม่ใส่ใจหรือขาดความเคารพ Examples “She was dressed appropriately for the wedding.” (เธอแต่งกายอย่างเหมาะสมสำหรับงานแต่งงาน) “Please respond to the email appropriately.” (กรุณาตอบอีเมลอย่างเหมาะสม) “He…

  • "Highlight” แปลว่า

    คำว่า “Highlight” ในภาษาไทยมีความหมายว่า การเน้นย้ำ การทำให้เด่น การชี้ให้เห็นถึงสิ่งสำคัญ หรือการทำให้โดดเด่นขึ้นมา เป็นการดึงความสนใจไปยังส่วนใดส่วนหนึ่งเป็นพิเศษ เพื่อให้เป็นที่สังเกตเห็นได้ง่าย หรือเพื่อสื่อสารให้เห็นถึงความสำคัญของสิ่งนั้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Highlight” ในหลายบริบท เช่น การอ่านหนังสือ เราอาจจะใช้ปากกาเน้นข้อความ (Highlighter) เพื่อไฮไลท์ประโยคสำคัญ หรือในการพูดคุย เราอาจจะบอกว่า “ไฮไลท์ของงานวันนี้คือการประกาศผลรางวัล” ซึ่งหมายถึงส่วนที่สำคัญที่สุด หรือเป็นจุดเด่นที่สุดของงานนั้นๆ นอกจากนี้ ในวงการบันเทิง เราอาจจะเห็น “Highlight” ของการแข่งขันกีฬา หรือ “Highlight” ของภาพยนตร์ ซึ่งหมายถึงช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น หรือฉากที่สำคัญที่สุดนั่นเอง ความหมายและการใช้งาน “Highlight” มาจากภาษาอังกฤษ หมายถึง การทำให้สว่างขึ้น การเน้นให้เด่น การชี้ให้เห็นถึงสิ่งสำคัญ หรือส่วนที่ดีที่สุด เมื่อนำมาใช้ในภาษาไทย ก็ยังคงความหมายเดิม คือ การทำให้บางสิ่งบางอย่างโดดเด่นออกมาจากส่วนอื่นๆ เพื่อให้ผู้รับสารรับรู้ถึงความสำคัญ หรือความน่าสนใจของสิ่งนั้นๆ ได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่ 1: “ครูให้นักเรียน highlight คำศัพท์ที่ยากในบทเรียน”…

  • "hired” แปลว่า

    คำว่า “hired” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “ได้รับการว่าจ้าง” หรือ “ถูกจ้าง” เป็นคำกริยาช่องที่ 3 (past participle) ของกริยา “hire” ซึ่งหมายถึงการจ้างคนเข้าทำงาน หรือการเช่าสิ่งของต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “hired” ในบริบทของการจ้างงานเป็นหลัก เช่น เมื่อบริษัทกำลังหาคนมาทำงาน ตำแหน่งที่เปิดรับนั้นก็คือตำแหน่งที่ “hired” ได้ หรือเมื่อมีคนได้รับข้อเสนอให้เข้าทำงานในตำแหน่งที่ต้องการ ก็จะถือว่าเขาคนนั้น “hired” แล้ว นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับการเช่าสิ่งของได้เช่นกัน แต่การใช้งานในความหมายนี้จะพบน้อยกว่า ความหมายและการใช้งาน “hired” หมายถึง การที่บุคคลหรือองค์กรได้รับข้อเสนอให้ทำงานในตำแหน่งที่ต้องการ หรือได้รับการตอบรับให้เข้าทำงาน โดยทั่วไปมักจะมาพร้อมกับการตกลงเรื่องค่าตอบแทนและเงื่อนไขอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ตัวอย่างการใช้งาน “She was hired as the new marketing manager.” (เธอได้รับการว่าจ้างให้เป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดคนใหม่) “The company has hired five new employees this…

  • "Borrow” แปลว่า

    คำว่า “Borrow” ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่า “ยืม” หรือ “ขอยืม” เป็นการกระทำที่ผู้หนึ่งขอสิ่งของหรือเงินจากอีกผู้หนึ่ง โดยมีเจตนาที่จะคืนให้ในภายหลัง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “borrow” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เมื่อเราต้องการยืมปากกาจากเพื่อน ยืมหนังสือจากห้องสมุด หรือแม้กระทั่งยืมเงินจากธนาคาร การยืมมักจะมาพร้อมกับความคาดหวังว่าจะคืนสิ่งนั้นกลับไปให้เจ้าของในสภาพเดิมหรือตามที่ตกลงกันไว้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “borrow” หมายถึง การขอใช้สิ่งของ เงิน หรือความช่วยเหลือจากผู้อื่น โดยมีข้อตกลงว่าจะคืนให้ในภายหลัง อาจเป็นการยืมแบบไม่มีดอกเบี้ย (เช่น ยืมของใช้ส่วนตัว) หรือเป็นการยืมที่มีดอกเบี้ย (เช่น การกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน) การใช้งานจะขึ้นอยู่กับบริบทว่ากำลังยืมอะไรและจากใคร ตัวอย่างการใช้งาน “Can I borrow your pen for a moment?” (ฉันขอยืมปากกาของคุณสักครู่ได้ไหม?) “She had to borrow money from her parents to pay her rent.”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *