"Discrimination” แปลว่า

คำว่า “Discrimination” ในภาษาไทยหมายถึง การเลือกปฏิบัติ หรือ การเลือกที่รักมักที่ชัง เป็นการกระทำที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลได้รับปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม หรือแตกต่างจากผู้อื่น เพียงเพราะความแตกต่างในเรื่อง เชื้อชาติ เพศ ศาสนา อายุ ความพิการ หรือลักษณะอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับความสามารถหรือคุณสมบัติที่แท้จริง

ในชีวิตประจำวัน เราอาจพบเห็นหรือได้ยินคำว่า “Discrimination” ในสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น การสมัครงานที่ผู้สมัครถูกปฏิเสธโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร นอกเหนือจากคุณสมบัติที่จำเป็น หรือการที่คนกลุ่มหนึ่งไม่ได้รับการยอมรับในสังคมเพียงเพราะความแตกต่างทางเชื้อชาติ หรือศาสนา การเลือกปฏิบัติเช่นนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเจ็บปวดให้กับผู้ถูกกระทำ แต่ยังส่งผลเสียต่อสังคมโดยรวม ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมและขาดโอกาส.

ความหมายและการใช้งาน

Discrimination คือ การปฏิบัติต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลอย่างไม่เท่าเทียม หรือแตกต่างจากผู้อื่น โดยอาศัยปัจจัยที่ไม่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติที่แท้จริง เช่น เชื้อชาติ เพศ ศาสนา อายุ หรือความพิการ การเลือกปฏิบัตินี้อาจเกิดขึ้นทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ และอาจปรากฏในรูปแบบที่หลากหลาย ตั้งแต่การแสดงความคิดเห็น การกีดกันโอกาส ไปจนถึงการใช้กฎระเบียบที่เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง.

ตัวอย่าง

ตัวอย่างของ Discrimination อาจรวมถึง:

  • การที่บริษัทไม่รับผู้สมัครงานที่มีอายุมากเกินไป แม้ว่าผู้สมัครจะมีประสบการณ์และความสามารถที่เหมาะสม
  • การที่ร้านค้าปฏิเสธการให้บริการลูกค้าเพียงเพราะลูกค้ามีเชื้อชาติหรือศาสนาที่แตกต่าง
  • การที่โรงเรียนไม่รับนักเรียนที่มีความพิการเข้าร่วมกิจกรรม เพียงเพราะความไม่สะดวกในการดูแล
  • การที่ผู้หญิงได้รับค่าจ้างน้อยกว่าผู้ชายในตำแหน่งงานเดียวกัน

บริบทการใช้งานทั่วไป

คำว่า Discrimination มักถูกใช้เมื่อต้องการอธิบายถึงการกระทำที่ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมทางสังคม การเมือง หรือเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียม เราอาจพบเห็นการใช้คำนี้ในข่าว บทความ หรือการอภิปรายเกี่ยวกับกฎหมาย นโยบายสาธารณะ หรือการรณรงค์เพื่อสิทธิความเท่าเทียม.

“Discrimination” คืออะไร?

Discrimination หมายถึง การเลือกปฏิบัติ หรือการปฏิบัติต่อบุคคลอย่างไม่เท่าเทียม โดยอาศัยปัจจัยที่ไม่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติหรือความสามารถ เช่น เชื้อชาติ เพศ ศาสนา หรืออายุ.

การเลือกปฏิบัติ (Discrimination) แตกต่างจากการตัดสินใจตามคุณสมบัติอย่างไร?

การเลือกปฏิบัติ (Discrimination) คือการปฏิเสธ หรือให้โอกาสที่แตกต่าง โดยอิงจากลักษณะส่วนบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานหรือสถานการณ์นั้น ๆ ในขณะที่การตัดสินใจตามคุณสมบัติ คือการประเมินและตัดสินใจโดยพิจารณาจากความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ และความสามารถที่แท้จริงที่จำเป็นต่องานหรือสถานการณ์นั้น ๆ.

เราจะป้องกัน Discrimination ได้อย่างไร?

การป้องกัน Discrimination ทำได้หลายวิธี ทั้งในระดับบุคคลและสังคม เช่น การสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความหลากหลายและการยอมรับความแตกต่าง การบังคับใช้กฎหมายที่ต่อต้านการเลือกปฏิบัติ การส่งเสริมการศึกษาที่เท่าเทียม และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและไม่แบ่งแยก.

Similar Posts

  • "Defeating” แปลว่า

    คำว่า “Defeating” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การเอาชนะ การปราบให้พ่ายแพ้ หรือการทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถต่อสู้หรือแข่งขันต่อไปได้ เป็นการแสดงถึงชัยชนะเหนืออุปสรรค คู่ต่อสู้ หรือปัญหาต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Defeating” ในหลายสถานการณ์ เช่น ในการแข่งขันกีฬา เมื่อทีมหนึ่งสามารถเอาชนะอีกทีมหนึ่งได้ เราก็บอกว่าทีมนั้นได้ “Defeating” คู่ต่อสู้ หรือในการต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ เมื่อแพทย์สามารถรักษาผู้ป่วยให้หายจากอาการป่วยได้ ก็ถือว่าเป็นการ “Defeating” โรค หรือแม้แต่ในการเผชิญหน้ากับความท้าทายในชีวิต หากเราสามารถก้าวข้ามผ่านอุปสรรคนั้นไปได้ ก็เปรียบเสมือนเราได้ “Defeating” ปัญหานั้นๆ ความหมายและการใช้งาน “Defeating” แปลตรงตัวคือ การทำให้พ่ายแพ้ ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งในเชิงรูปธรรมและนามธรรม ในเชิงรูปธรรมหมายถึงการเอาชนะในการต่อสู้ การแข่งขัน หรือสงคราม ส่วนในเชิงนามธรรม หมายถึงการเอาชนะอุปสรรค ความยากลำบาก ความกลัว หรือข้อจำกัดต่างๆ ตัวอย่าง ทีมฟุตบอลสีแดงกำลังจะ Defeating ทีมสีน้ำเงินในการแข่งขันนัดสำคัญ นักวิทยาศาสตร์พยายามหาทาง Defeating โรคร้ายที่กำลังแพร่ระบาด การมีทัศนคติเชิงบวกช่วยให้เรา Defeating ความรู้สึกท้อแท้ได้ บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า…

  • "slices” แปลว่า

    คำว่า “slices” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “ชิ้นส่วน” หรือ “ส่วนที่ถูกแบ่งออกเป็นชิ้นๆ” โดยทั่วไปแล้ว เรามักจะใช้คำนี้เมื่อพูดถึงอาหารที่ถูกหั่นเป็นชิ้น เช่น พิซซ่า พาย หรือขนมปัง แต่ก็สามารถใช้ในบริบทอื่นๆ ที่หมายถึงส่วนหนึ่งของสิ่งใหญ่ๆ ได้เช่นกัน ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “slices” บ่อยๆ เวลาสั่งอาหาร เช่น “Can I have a slice of pizza?” ซึ่งหมายถึง “ขอพิซซ่าสักชิ้นได้ไหม” หรือเวลาพูดถึงการแบ่งปันของกิน เช่น “Let’s share these slices of cake” หมายถึง “มาแบ่งเค้กชิ้นเหล่านี้กันเถอะ” นอกจากนี้ ในทางเทคนิค คำว่า “slices” ก็อาจหมายถึงส่วนของข้อมูล หรือส่วนของหน่วยความจำในคอมพิวเตอร์ได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน “Slices” มาจากคำกริยา “slice” ที่แปลว่า “หั่น” หรือ “ตัด”…

  • "Traditionally” แปลว่า

    คำว่า “Traditionally” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ตามธรรมเนียม” หรือ “ตามประเพณี” โดยเป็นการอธิบายถึงการกระทำ สิ่งของ หรือแนวปฏิบัติที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ หรือเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ในสังคมหรือกลุ่มคนนั้นๆ ยึดถือปฏิบัติกันมาเป็นเวลายาวนาน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Traditionally” หรือได้เห็นการนำไปใช้ในบริบทต่างๆ เช่น การพูดถึงอาหารประจำชาติที่สืบทอดสูตรกันมา หรือการอธิบายถึงพิธีกรรมบางอย่างที่ยังคงปฏิบัติกันอยู่ หรือแม้แต่การเปรียบเทียบวิธีการทำสิ่งต่างๆ ในอดีตกับปัจจุบัน โดยใช้คำว่า “Traditionally” เพื่อบ่งบอกถึงรูปแบบดั้งเดิมที่เคยเป็นมา ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Traditionally” ใช้เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่ปฏิบัติกันมาตามธรรมเนียม ประเพณี หรือตามแบบแผนที่เคยมีมาในอดีต เป็นการเน้นย้ำถึงรากเหง้าหรือต้นกำเนิดของการปฏิบัตินั้นๆ ตัวอย่างการใช้งาน 1. “Traditionally, Thai weddings involve a procession and specific ceremonies.” (ตามธรรมเนียมแล้ว งานแต่งงานแบบไทยจะมีการแห่ขบวนและพิธีการที่เฉพาะเจาะจง) 2. “This dish is traditionally made with fresh ingredients from the local…

  • "Beaming” แปลว่า

    คำว่า “Beaming” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การยิ้มกว้างอย่างมีความสุข หรือการส่องแสงเจิดจ้า เปรียบได้กับการฉายรังสีแห่งความสุขออกมา ทำให้คนรอบข้างรู้สึกได้ถึงความสดใส รื่นเริง หรือความภาคภูมิใจในตัวเอง เรามักจะเห็นคนใช้คำว่า “Beaming” ในการอธิบายถึงใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและความสุขในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อได้รับข่าวดี ได้รับคำชม หรือประสบความสำเร็จในเรื่องที่ตั้งใจไว้ การยิ้มแบบ “Beaming” จะไม่ใช่แค่การยิ้มธรรมดา แต่เป็นการแสดงออกถึงอารมณ์เชิงบวกที่ล้นออกมาอย่างชัดเจน จนสังเกตได้ง่าย ความหมายและการใช้งาน “Beaming” มาจากคำกริยา “beam” ซึ่งแปลว่า ส่องแสง หรือยิ้มอย่างมีความสุข การใช้ “beaming” เพื่ออธิบายการยิ้ม มักจะสื่อถึงรอยยิ้มที่กว้าง สดใส และเต็มไปด้วยความปิติยินดี อาจจะเห็นได้จากการที่ดวงตาเป็นประกายไปด้วยความสุข หรือแก้มที่ยกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่างการใช้งาน เช่น “She was beaming when she heard the good news.” (เธอหน้าบานด้วยความสุขเมื่อได้ยินข่าวดี) หรือ “He was beaming with pride…

  • "Concluded” แปลว่า

    คำว่า “Concluded” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ มีความหมายว่า “สรุปได้ว่า”, “ยุติลง”, “สิ้นสุด” หรือ “ลงเอย” ใช้เมื่อต้องการกล่าวถึงการสิ้นสุดของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการประชุม การอภิปราย เรื่องราว หรือเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นหรือได้ยินคำว่า “Concluded” ในบริบทที่บ่งบอกถึงการปิดฉากบางอย่าง เช่น เมื่อผู้ดำเนินรายการกล่าวปิดการสัมมนาว่า “The seminar has now concluded.” ซึ่งหมายถึง “การสัมมนาได้สิ้นสุดลงแล้ว” หรือเมื่อนักสืบสรุปคดีได้ว่า “The case has been concluded.” ก็คือ “คดีได้ถูกสรุปและปิดลงแล้ว” เป็นการบอกให้ทราบว่าเรื่องราวนั้นๆ ได้ดำเนินมาถึงบทสรุปหรือจุดจบแล้ว ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Concluded” มาจากกริยา “conclude” ซึ่งหมายถึง การทำให้สิ้นสุด การสรุป หรือการตัดสิน การใช้ในรูปอดีตกาล (past tense) หรือกริยาช่อง 3 (past participle) เพื่อบอกว่าสิ่งนั้นๆ ได้สิ้นสุดลงไปแล้ว…

  • "Onwards” แปลว่า

    คำว่า “Onwards” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้แสดงทิศทางหรือการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นการก้าวไปข้างหน้าทางกายภาพ หรือการก้าวไปข้างหน้าในเชิงเป้าหมาย ความก้าวหน้า หรือการพัฒนาต่างๆ โดยสื่อถึงการไม่หยุดนิ่งและมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าต่อไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “Onwards” ในหลายบริบท เช่น เมื่อมีการกล่าวให้กำลังใจให้ก้าวต่อไปหลังความล้มเหลว หรือเมื่อพูดถึงความก้าวหน้าของโครงการหรือองค์กรที่กำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง มันให้ความรู้สึกของการมองไปข้างหน้า มีความหวัง และความมุ่งมั่นที่จะทำให้สิ่งต่างๆ ดีขึ้นกว่าเดิม ความหมายและการใช้งาน “Onwards” หมายถึง ไปข้างหน้า, เดินหน้าต่อไป, มุ่งหน้าต่อไป ใช้เพื่อบ่งบอกถึงการเคลื่อนที่ไปในทิศทางข้างหน้า หรือการพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเดิมในอนาคต ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น หากบริษัทประสบความสำเร็จในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ หัวหน้าอาจกล่าวในที่ประชุมว่า “We’ve had a great launch, now let’s push onwards to the next phase!” ซึ่งหมายถึง “เราเปิดตัวผลิตภัณฑ์ได้ยอดเยี่ยมมาก ตอนนี้เรามามุ่งหน้าสู่ระยะต่อไปกันเถอะ!” อีกตัวอย่างหนึ่ง หากใครเผชิญอุปสรรคแล้วรู้สึกท้อแท้ เพื่อนอาจให้กำลังใจว่า “Don’t give up, just keep…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *