"Dirty” แปลว่า

คำว่า “Dirty” ในภาษาอังกฤษมีความหมายตรงตัวว่า “สกปรก” หรือ “ไม่สะอาด” ครับ เป็นคำที่ใช้บรรยายถึงสิ่งที่เปื้อนสิ่งสกปรก ฝุ่นละออง คราบ หรืออะไรก็ตามที่ทำให้ดูไม่น่ามอง ไม่ถูกสุขอนามัย หรือไม่บริสุทธิ์

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Dirty” เพื่ออธิบายสิ่งต่างๆ รอบตัว เช่น เสื้อผ้าที่ใส่แล้วสกปรก มือที่เปื้อนดิน หรือแม้แต่พื้นบ้านที่ยังไม่ได้ทำความสะอาด นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้อีกด้วย เช่น การพูดถึง “dirty joke” ที่เป็นมุกตลกหยาบคาย หรือ “dirty money” ที่หมายถึงเงินที่ได้มาโดยไม่สุจริต

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Dirty” สามารถใช้ได้หลายสถานการณ์ ตั้งแต่ความสกปรกทางกายภาพ ไปจนถึงความหมายเชิงนามธรรม

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “My hands are dirty because I was playing in the garden.” (มือของฉันสกปรกเพราะฉันไปเล่นในสวนมา)
  • “The car is very dirty, it needs to be washed.” (รถสกปรกมาก ต้องเอาไปล้างแล้ว)
  • “He told a dirty joke that made everyone uncomfortable.” (เขาเล่ามุกตลกหยาบคายที่ทำให้ทุกคนรู้สึกอึดอัด)

บริบทและการใช้ทั่วไป

โดยทั่วไปแล้ว “Dirty” มักจะถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับความสะอาด สุขอนามัย หรือบางครั้งก็ใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อสื่อถึงสิ่งที่ไม่ดี ไม่บริสุทธิ์ หรือไม่ถูกต้อง

🔷 FAQ SECTION

“Dirty” หมายถึงอะไรในบริบททางศีลธรรม?

ในบริบททางศีลธรรม “Dirty” อาจหมายถึง การกระทำที่ไม่ถูกต้อง การคดโกง หรือสิ่งที่ผิดกฎหมาย เช่น “dirty deal” หมายถึงข้อตกลงที่ไม่เป็นธรรมหรือมีเล่ห์เหลี่ยม

มีคำพ้องความหมายอื่นของ “Dirty” หรือไม่?

มีครับ คำพ้องความหมายที่ใช้บ่อย ได้แก่ “unclean”, “soiled”, “grimy”, “filthy” ซึ่งแต่ละคำอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยในระดับของความสกปรก

Similar Posts

  • "Assistance” แปลว่า

    คำว่า “Assistance” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “ความช่วยเหลือ” หรือ “การช่วยเหลือ” เป็นคำนามที่หมายถึงการให้การสนับสนุน การอำนวยความสะดวก หรือการปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยให้ผู้อื่นทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเจอการใช้งานคำว่า “Assistance” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเราต้องการความช่วยเหลือจากพนักงานในร้านค้า หรือเมื่อมีผู้เสนอบริการให้ความช่วยเหลือในการยกของ หรือแม้กระทั่งในบริบทของการทำงาน ที่ทีมงานต้องให้ Assistance แก่กันและกันเพื่อให้โครงการดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ความหมายและการใช้งาน Assistance หมายถึง การให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ อาจเป็นการช่วยเหลือทางกายภาพ เช่น การยกของ การเปิดประตู หรือเป็นการช่วยเหลือในเชิงข้อมูล เช่น การให้คำแนะนำ การอธิบาย หรือการจัดการธุระต่างๆ ในบางครั้ง Assistance อาจหมายถึงการมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาหรือแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ตัวอย่างการใช้งาน “Can I offer you some Assistance with that?” (ฉันสามารถให้ความช่วยเหลือคุณเกี่ยวกับเรื่องนั้นได้ไหม?) The company provides technical Assistance to its customers….

  • "differ” แปลว่า

    คำว่า “differ” ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่า “แตกต่าง” หรือ “ไม่เหมือนกัน” เป็นคำกริยาที่ใช้เพื่ออธิบายถึงความไม่สอดคล้อง หรือความไม่เหมือนกันระหว่างสิ่งสองสิ่งหรือมากกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นในด้านลักษณะ รูปร่าง คุณสมบัติ หรือความคิดเห็น ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินหรือใช้คำว่า “differ” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเพื่อนสองคนมีความเห็นไม่ตรงกัน เราอาจพูดว่า “Their opinions differ.” (ความคิดเห็นของพวกเขามีความแตกต่างกัน) หรือเมื่อเปรียบเทียบสินค้าสองชนิดที่ไม่ได้มีคุณสมบัติเหมือนกันทุกประการ เราก็สามารถบอกได้ว่า “These two products differ in quality.” (ผลิตภัณฑ์สองอย่างนี้มีความแตกต่างกันในด้านคุณภาพ) หรือแม้กระทั่งเมื่อพูดถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ก็สามารถใช้คำนี้ได้เช่นกัน Meaning & Usage คำว่า “differ” หมายถึง การมีความแตกต่างหรือไม่เหมือนกัน เป็นการบ่งบอกถึงความไม่สอดคล้อง หรือความหลากหลายระหว่างสิ่งต่างๆ สามารถใช้ได้กับทั้งสิ่งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม เช่น ความคิดเห็น ลักษณะทางกายภาพ คุณภาพ หรือแม้กระทั่งเวลา Examples 1. “The twins look similar,…

  • "ย่าน” แปลว่า

    คำว่า “ย่าน” โดยทั่วไปหมายถึง พื้นที่หรือบริเวณที่มีลักษณะเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือเป็นที่รวมของสิ่งต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกัน อาจเป็นย่านที่อยู่อาศัย ย่านการค้า ย่านอุตสาหกรรม หรือย่านที่มีผู้คนจากเชื้อชาติเดียวกันอาศัยอยู่รวมกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “ย่าน” เพื่อระบุตำแหน่งหรืออธิบายลักษณะของพื้นที่ เช่น “ฉันไปซื้อของที่ย่านสยามมา” หรือ “แถวบ้านฉันเป็นย่านที่เงียบสงบ” เป็นต้น นอกจากนี้ยังใช้เพื่อสื่อถึงบรรยากาศหรือความเป็นไปของสถานที่นั้นๆ ด้วย เช่น “ย่านนี้มีร้านอาหารอร่อยเยอะ” หรือ “เป็นย่านที่คึกคักมากในตอนกลางคืน” ความหมายและการใช้งาน คำว่า “ย่าน” มีความหมายกว้าง สามารถใช้ได้กับหลายบริบท ตั้งแต่การแบ่งเขตพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ไปจนถึงการบ่งบอกถึงลักษณะเด่นหรือกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นๆ ตัวอย่างการใช้งาน เราอาจพูดว่า “นี่คือย่านเมืองเก่าที่มีสถาปัตยกรรมสวยงาม” หรือ “เขาทำงานอยู่ในย่านธุรกิจที่สำคัญของเมือง” นอกจากนี้ยังอาจใช้กล่าวถึงย่านที่มีชื่อเสียงในด้านใดด้านหนึ่ง เช่น “ย่านนี้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสดใหม่” บริบทและการใช้งานทั่วไป คำว่า “ย่าน” มักถูกใช้ในการสนทนาทั่วไปเพื่ออ้างถึงพื้นที่ที่คุ้นเคย หรือเพื่อแนะนำสถานที่ให้กับผู้อื่น เป็นคำที่ช่วยให้การสื่อสารเกี่ยวกับสถานที่กระชับและเข้าใจง่ายขึ้น ย่าน หมายถึงอะไร? ย่าน หมายถึง พื้นที่หรือบริเวณที่มีลักษณะเฉพาะ หรือเป็นที่รวมของสิ่งต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกัน เช่น ย่านที่อยู่อาศัย…

  • "Occasional” แปลว่า

    คำว่า “Occasional” ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่า “เป็นครั้งคราว” หรือ “ไม่บ่อยนัก” ใช้เพื่ออธิบายถึงเหตุการณ์ กิจกรรม หรือสิ่งที่จะเกิดขึ้นเป็นบางครั้งบางคราว ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำหรือสม่ำเสมอ ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Occasional” เพื่อบอกว่าบางสิ่งบางอย่างไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่ก็ไม่ได้หายไปเลยเสียทีเดียว เช่น การไปเยี่ยมญาติ “Occasional” หมายถึงเราไปเยี่ยมเขาบ้างเป็นครั้งคราว ไม่ใช่ไปทุกสัปดาห์ หรือการทานขนมหวาน “Occasional” หมายถึงเราทานบ้างเป็นบางโอกาส ไม่ได้ทานทุกวัน ความหมายและการใช้งาน “Occasional” ใช้เพื่อบ่งบอกถึงความถี่ที่ไม่แน่นอนหรือไม่สม่ำเสมอ มักจะหมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นน้อยกว่า “frequent” (บ่อย) แต่มากกว่า “rare” (หายาก) หรือ “never” (ไม่เคย) ในบริบททั่วไป ตัวอย่าง 1. I have an occasional headache. (ฉันมีอาการปวดหัวเป็นครั้งคราว) 2. We go out for dinner on an occasional basis….

  • "Acknowledgement” แปลว่า

    “Acknowledgement” เป็นคำภาษาอังกฤษที่แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “การยอมรับ” หรือ “การแสดงความขอบคุณ” โดยทั่วไปแล้วหมายถึงการรับทราบถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือการแสดงความรู้สึกขอบคุณต่อบุคคลหรือหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือมีส่วนร่วมในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเห็นคำว่า “Acknowledgement” ในหลายบริบท เช่น ในหนังสือ บทความ หรือรายงานวิชาการ ที่ผู้เขียนจะกล่าวขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หรือในการติดต่อธุรกิจต่างๆ เมื่อมีการตอบรับหรือยืนยันการรับทราบข้อความหรือเอกสาร ก็ถือเป็นการ “Acknowledgement” รูปแบบหนึ่งเช่นกัน ความหมายและการใช้งาน “Acknowledgement” หมายถึง การรับทราบ การยอมรับ หรือการแสดงความขอบคุณ โดยทั่วไปใช้เพื่อระบุว่าได้รับสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว หรือเพื่อแสดงความซาบซึ้งต่อการช่วยเหลือ การสนับสนุน หรือการมีส่วนร่วม ตัวอย่างการใช้งาน ในหนังสือหรือรายงานวิชาการ มักจะมีส่วน “Acknowledgement” เพื่อกล่าวขอบคุณอาจารย์ เพื่อน หรือสถาบันที่ให้การสนับสนุน เมื่อมีการส่งอีเมลสำคัญ หากผู้รับตอบกลับเพื่อยืนยันว่าได้รับอีเมลแล้ว ถือเป็นการ “Acknowledgement” ในบางสถานการณ์ การเซ็นชื่อรับทราบเอกสาร ก็เป็นการ “Acknowledgement” อย่างเป็นทางการ บริบทที่พบบ่อย “Acknowledgement” มักปรากฏในงานเขียนต่างๆ เช่น หนังสือ วิทยานิพนธ์…

  • "mains” แปลว่า

    คำว่า “mains” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “หลัก” หรือ “ส่วนสำคัญ” เป็นคำนามที่ใช้บ่งบอกถึงสิ่งที่เป็นแกนกลาง เป็นส่วนประกอบหลักที่สำคัญที่สุด หรือเป็นแหล่งพลังงานหลักของบางสิ่งบางอย่าง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเจอการใช้คำว่า “mains” ในบริบทที่เกี่ยวกับระบบไฟฟ้าเป็นหลัก เช่น “mains electricity” หมายถึง ไฟฟ้ากระแสหลักที่มาจากแหล่งจ่ายไฟสาธารณะ หรือ “mains power” คือ พลังงานไฟฟ้าที่มาจากเต้ารับบนผนังที่เราใช้เสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ นอกจากนี้ยังอาจใช้ในความหมายอื่นที่สื่อถึงความเป็นหลักหรือส่วนสำคัญ เช่น “main course” ในมื้ออาหาร หมายถึง อาหารจานหลัก ความหมายและการใช้งาน คำว่า “mains” สื่อถึงสิ่งที่สำคัญที่สุด เป็นส่วนประกอบหลัก หรือเป็นแหล่งที่มาหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภค ตัวอย่างการใช้งาน Mains electricity: ไฟฟ้ากระแสหลักที่มาจากระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้า Mains water: น้ำประปาที่มาจากระบบท่อส่งน้ำสาธารณะ Mains adapter: อะแดปเตอร์ที่แปลงไฟบ้าน (mains power) เพื่อใช้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “mains” มักถูกใช้ในภาษาอังกฤษทางเทคนิคและในชีวิตประจำวันเมื่อพูดถึงโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *