"Dimension” แปลว่า

“Dimension” เป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่โดยทั่วไปแล้วหมายถึง “มิติ” ซึ่งสามารถตีความได้หลายแง่มุม ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้งาน โดยพื้นฐานแล้ว หมายถึง ขอบเขต หรือลักษณะเฉพาะที่ใช้อธิบายสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือใช้วัดขนาดของสิ่งนั้น

ในชีวิตประจำวัน เราอาจพบคำว่า “dimension” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อพูดถึงขนาดของวัตถุ หรือเมื่ออธิบายถึงแง่มุมต่างๆ ของปัญหาหรือสถานการณ์ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์ เราอาจจะดู “dimensions” ของมันเพื่อดูว่ามันจะพอดีกับพื้นที่ที่เรามีหรือไม่ หรือในการประชุม เราอาจจะพูดถึง “different dimensions” ของปัญหา เพื่อให้เข้าใจภาพรวมทั้งหมด

ความหมายและการใช้งาน

“Dimension” ในภาษาไทยแปลว่า “มิติ” ซึ่งมีความหมายได้หลากหลายตามบริบท:

  • การวัดขนาด: ใช้บอกขนาด กว้าง ยาว สูง ของวัตถุ เช่น “What are the dimensions of this box?” (ขนาดของกล่องนี้คือเท่าไร?)
  • แง่มุมหรือลักษณะ: ใช้กล่าวถึงลักษณะเฉพาะ หรือแง่มุมต่างๆ ที่ประกอบกันเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น “We need to consider all dimensions of this problem.” (เราต้องพิจารณาทุกแง่มุมของปัญหานี้)
  • มิติในทางนามธรรม: ในบางครั้งอาจใช้ในเชิงนามธรรม เช่น “a new dimension of understanding” (มิติใหม่แห่งความเข้าใจ)

ตัวอย่างการใช้งาน

  • เมื่อพูดถึงการออกแบบบ้าน: “The architect showed us the dimensions of the rooms.” (สถาปนิกแสดงขนาดของห้องต่างๆ ให้เราดู)
  • เมื่ออธิบายสถานการณ์ที่ซับซ้อน: “This situation has many different dimensions to consider.” (สถานการณ์นี้มีหลายมิติที่ต้องพิจารณา)
  • ในการเล่นเกมหรือภาพยนตร์: อาจหมายถึง “มิติ” ที่แตกต่างกัน เช่น “He traveled to another dimension.” (เขาเดินทางไปยังอีกมิติหนึ่ง)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “dimension” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการวัดขนาดทางกายภาพ เช่น ในงานก่อสร้าง งานออกแบบ หรือการซื้อขายสินค้าที่ต้องคำนึงถึงขนาด นอกจากนี้ยังใช้ในการอธิบายปัญหาที่ซับซ้อน หรือแนวคิดที่เป็นนามธรรม เพื่อให้เห็นภาพรวมและแง่มุมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

🔷 FAQ SECTION

“Dimension” หมายถึงอะไรในภาษาไทย?

“Dimension” โดยทั่วไปหมายถึง “มิติ” ซึ่งสามารถสื่อถึงขนาด กว้าง ยาว สูง ของวัตถุ หรือแง่มุมต่างๆ ของปัญหาหรือสถานการณ์

เราใช้คำว่า “Dimension” ในชีวิตประจำวันอย่างไร?

เราใช้คำนี้เมื่อต้องการระบุขนาดของสิ่งของ เช่น ขนาดของเฟอร์นิเจอร์ หรือเมื่อต้องการกล่าวถึงแง่มุมต่างๆ ที่ประกอบกันเป็นเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพื่อให้เข้าใจภาพรวมได้ดียิ่งขึ้น

Similar Posts

  • "my boo” แปลว่า

    คำว่า “my boo” เป็นคำแสลงภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกคนรัก คนสนิท หรือคนที่เรารู้สึกผูกพันเป็นพิเศษค่ะ เป็นคำที่แสดงถึงความรัก ความเอ็นดู และความรู้สึกใกล้ชิด โดยมักจะใช้กับคนรัก แฟน หรือคนที่เราแอบชอบก็ได้เช่นกันค่ะ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินหรือเห็นการใช้คำว่า “my boo” ในบทสนทนาทั่วไป หรือในโซเชียลมีเดียค่ะ เช่น เพื่อนอาจจะพูดถึงแฟนของตัวเองว่า “เขาเป็น my boo ของเราเลย” หรืออาจจะเห็นคู่รักโพสต์ข้อความหวานๆ ถึงกันโดยใช้คำนี้เพื่อแสดงความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กัน เป็นคำที่แสดงออกถึงความรู้สึกส่วนตัวที่อบอุ่นและเป็นกันเองค่ะ ความหมายและการใช้งาน “My boo” มีความหมายโดยรวมคือ “ที่รักของฉัน” หรือ “คนรักของฉัน” ค่ะ เป็นคำที่ให้ความรู้สึกสนิทสนมและแสดงถึงความเป็นเจ้าของในเชิงความรัก มักใช้ในสถานการณ์ที่แสดงความรัก ความห่วงใย หรือความผูกพันที่ลึกซึ้งต่ออีกฝ่ายหนึ่งค่ะ ตัวอย่าง ตัวอย่างการใช้งาน เช่น: “Happy birthday to my boo!” (สุขสันต์วันเกิดนะที่รัก!) “Can’t wait to see my boo…

  • "Half” แปลว่า

    คำว่า “Half” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “ครึ่งหนึ่ง” หรือ “ส่วนหนึ่งในสองส่วน” ของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เป็นการแบ่งปริมาณ จำนวน หรือขนาด ออกเป็นสองส่วนที่เท่ากัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Half” อยู่บ่อยครั้ง เช่น การสั่งอาหาร “Can I have half a pizza?” (ขอพิซซ่าครึ่งถาดได้ไหม?) หรือการบอกเวลา “It’s half past three.” (สามโมงครึ่ง) หรือแม้แต่การพูดถึงส่วนแบ่ง “He took half of the profit.” (เขาเอาไปครึ่งหนึ่งของกำไร) เป็นคำที่ใช้สื่อสารได้ง่ายและตรงไปตรงมาในสถานการณ์ต่างๆ ความหมายและการใช้งาน “Half” ใช้เพื่อระบุส่วนแบ่งที่เท่ากันสองส่วนจากทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเงิน เวลา ปริมาณ หรือวัตถุใดๆ ก็ตาม ตัวอย่าง 1. **เวลา:** “Let’s meet at half…

  • "Certainly” แปลว่า

    คำว่า “Certainly” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ คือ “อย่างแน่นอน”, “แน่นอนที่สุด”, “แน่นอนครับ/ค่ะ” หรือ “ได้เลย” เป็นคำที่ใช้เพื่อแสดงการยืนยัน การตอบรับ หรือการให้คำมั่นสัญญาอย่างหนักแน่น เพื่อบอกว่าสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นจริง หรือจะดำเนินการให้จริง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Certainly” บ่อยครั้งเมื่อมีการถามคำถาม หรือขอร้องอะไรบางอย่าง ผู้พูดจะใช้คำนี้เพื่อตอบรับอย่างกระตือรือร้นและมั่นใจ เช่น เมื่อมีคนถามว่า “คุณจะมางานพรุ่งนี้ไหม?” เราอาจตอบว่า “Certainly!” เพื่อบอกว่าเราจะไปแน่นอน หรือเมื่อมีคนขอให้ช่วยทำอะไรสักอย่าง เช่น “ช่วยส่งเอกสารให้หน่อยได้ไหม?” เราก็สามารถตอบว่า “Certainly, I will.” เพื่อแสดงว่าเราจะดำเนินการให้ทันที เป็นการตอบรับที่สุภาพและชัดเจน ความหมายและการใช้งาน “Certainly” ใช้เพื่อยืนยันว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน หรือใช้เพื่อตอบรับคำขอร้องด้วยความเต็มใจและหนักแน่น สามารถแปลได้หลายแบบตามบริบท เช่น “แน่นอน”, “อย่างแน่นอน”, “ได้เลย”, “ยินดี” เป็นต้น ตัวอย่างการใช้งาน การตอบรับคำขอ: “Could you please pass me that…

  • "Tester” แปลว่า

    คำว่า “Tester” ในภาษาไทยหมายถึง “ผู้ทดสอบ” หรือ “นักทดสอบ” ครับ เป็นคำที่ใช้เรียกบุคคลที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบและประเมินคุณภาพของสิ่งต่างๆ ก่อนที่จะนำไปใช้งานจริง หรือก่อนที่จะปล่อยออกสู่ตลาด ในชีวิตประจำวัน เราจะเจอคำว่า “Tester” ได้บ่อยๆ ในหลายบริบทครับ เช่น เวลาเราซื้อสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ อาจจะมีคำว่า “Tester” ติดอยู่บนตัวสินค้า หมายถึงเป็นเครื่องที่ใช้สำหรับทดลองเปิดหรือทดสอบการทำงาน หรือเวลาเราเข้าไปในร้านขายเครื่องสำอาง พนักงานอาจจะยื่น “Tester” ให้เราลองใช้ เพื่อทดสอบสีหรือเนื้อสัมผัสก่อนตัดสินใจซื้อ บางครั้งในวงการซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชัน ก็จะมี “Tester” หรือ “QA Tester” ที่ทำหน้าที่ทดสอบโปรแกรมเพื่อหาข้อผิดพลาดก่อนปล่อยเวอร์ชันใหม่ออกมาครับ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Tester” มาจากภาษาอังกฤษ “test” ที่แปลว่า “ทดสอบ” ดังนั้น “Tester” จึงหมายถึง “ผู้ที่ทำการทดสอบ” นั่นเองครับ หน้าที่หลักคือการตรวจสอบให้แน่ใจว่าสิ่งที่เรากำลังทดสอบนั้นทำงานได้ถูกต้องตามที่ควรจะเป็น ไม่มีข้อผิดพลาด และมีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด ตัวอย่างการใช้งาน 1. **Tester เครื่องสำอาง:** เป็นขนาดทดลองที่ให้ลูกค้าลองใช้สีหรือเนื้อผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อจริง 2. **Tester…

  • "Hop” แปลว่า

    คำว่า “Hop” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษที่สามารถแปลเป็นภาษาไทยได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ แต่ความหมายหลักๆ ที่นิยมใช้กันคือ “การกระโดด” หรือ “การก้าวกระโดด” ซึ่งหมายถึงการเคลื่อนไหวโดยการใช้เท้าทั้งสองข้างยกขึ้นจากพื้นพร้อมกัน แล้วตกลงสู่พื้นอีกครั้ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นการใช้คำว่า “Hop” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การกระโดดของเด็กๆ เล่นเกม หรือการกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง นอกจากนี้ “Hop” ยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้ หมายถึงการเปลี่ยนแปลงหรือการพัฒนาที่รวดเร็วแบบก้าวกระโดด เช่น การก้าวกระโดดทางเทคโนโลยี หรือการก้าวกระโดดในอาชีพการงาน ความหมายและการใช้งาน “Hop” หมายถึง การกระโดดอย่างรวดเร็ว โดยทั่วไปมักจะใช้เท้าทั้งสองข้างพร้อมกัน หรือหมายถึงการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยการกระโดดเป็นจังหวะ ในภาษาไทยสามารถแปลได้ว่า “กระโดด” หรือ “ก้าวกระโดด” ก็ได้ ตัวอย่างการใช้งาน เด็กๆ ชอบที่จะ **hop** ไปมาในสนามเด็กเล่น (เด็กๆ ชอบที่จะกระโดดไปมาในสนามเด็กเล่น) บริษัทนี้มีการเติบโตแบบ **hop** ในช่วงปีที่ผ่านมา (บริษัทนี้มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงปีที่ผ่านมา) We need to **hop** on the bus…

  • "Sustain” แปลว่า

    คำว่า “Sustain” ในภาษาอังกฤษ สามารถแปลเป็นภาษาไทยได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ แต่โดยรวมแล้วมีความหมายถึง การทำให้บางสิ่งบางอย่างคงอยู่ต่อไปได้ การดำรงอยู่ หรือการรักษาไว้ให้อยู่ในสภาพที่ดี หรือในระดับที่ต้องการ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Sustain” ในสถานการณ์ที่เกี่ยวกับการรักษา การดูแล หรือการทำให้สิ่งต่างๆ ดำรงอยู่ได้ เช่น การพูดถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) ซึ่งหมายถึงการพัฒนาที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในระยะยาว หรือการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอย่างต่อเนื่อง (Sustain good health) รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อให้มีใช้อย่างต่อเนื่อง ความหมายและการใช้งาน “Sustain” หมายถึง การทำให้บางสิ่งคงอยู่ต่อไป การประคับประคอง การสนับสนุนให้ดำรงอยู่ได้ หรือการรักษาให้อยู่ในสภาพเดิม หรือในระดับที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น การ sustains effort หมายถึงการพยายามอย่างต่อเนื่อง การ sustain a business หมายถึงการทำให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้โดยไม่ล้มละลาย ตัวอย่างการใช้งาน Sustain growth: การรักษาการเติบโตให้คงที่ Sustain life: การดำรงชีวิต การประคับประคองชีวิต Sustain a…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *