"Destroyed” แปลว่า

คำว่า “Destroyed” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การถูกทำลาย ทำให้เสียหายอย่างรุนแรง หรือย่อยยับจนไม่สามารถกลับคืนสภาพเดิมได้

ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเจอคำนี้ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การพูดถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทำให้สิ่งปลูกสร้างเสียหายอย่างหนัก หรือการพูดถึงการแข่งขันที่ฝ่ายหนึ่งเอาชนะอีกฝ่ายไปได้อย่างขาดลอยจนอีกฝ่ายแทบไม่เหลืออะไรเลย

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Destroyed” ใช้เพื่ออธิบายสภาพของสิ่งของ สถานที่ หรือแม้แต่ความรู้สึก ที่ได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิง ไม่สามารถซ่อมแซมหรือกู้คืนได้อีกต่อไป

ตัวอย่างการใช้งาน

บ้านหลังนั้นถูกพายุถล่มจน destroyed (พังเสียหายยับเยิน)

ทีมของเราเล่นได้ดีมากจนเอาชนะคู่แข่งไปอย่างขาดลอย ทำให้คู่แข่ง destroyed (พ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง)

ความหวังของเขาถูกทำให้ destroyed (สลายไป) เมื่อรู้ข่าวร้าย

บริบทที่พบบ่อย

คำนี้มักใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับความเสียหายทางกายภาพ เช่น อาคารที่ถูกระเบิด หรือการทำลายล้างในสงคราม นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่ออธิบายความพ่ายแพ้ที่หมดรูป หรือการสูญเสียความรู้สึกบางอย่างไปอย่างสิ้นเชิง

🔷 FAQ SECTION

“Destroyed” กับ “Broken” ต่างกันอย่างไร?

“Destroyed” หมายถึงความเสียหายที่รุนแรงจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ แต่ “Broken” อาจหมายถึงความเสียหายที่ยังพอซ่อมแซมได้ หรือแค่ใช้งานไม่ได้ชั่วคราว

การใช้ “Destroyed” ในเชิงเปรียบเทียบมีความหมายว่าอย่างไร?

ในการเปรียบเทียบ “Destroyed” มักหมายถึงการพ่ายแพ้อย่างราบคาบ การถูกทำลายขวัญกำลังใจ หรือการสูญเสียสิ่งสำคัญไปจนหมดสิ้น

Similar Posts

  • "Game Of Thrones” แปลว่า

    “Game Of Thrones” แปลว่า “เกมล่าบัลลังก์” ครับ เป็นชื่อของซีรีส์โทรทัศน์แฟนตาซีชื่อดังระดับโลก ที่สร้างจากนวนิยายชุด A Song of Ice and Fire ของ George R.R. Martin เรื่องราวเข้มข้นเกี่ยวกับการแย่งชิงอำนาจ การเมือง สงคราม และเวทมนตร์ในทวีปสมมติที่ชื่อว่า Westeros ครับ ในชีวิตประจำวัน คนไทยมักจะใช้คำว่า “Game Of Thrones” ทับศัพท์ไปเลยเวลาพูดถึงซีรีส์เรื่องนี้ครับ อาจจะพูดว่า “ดู Game Of Thrones อยู่” หรือ “ชอบตัวละครไหนใน Game Of Thrones” เป็นต้น ไม่ค่อยมีการแปลเป็นภาษาไทยตรงๆ ในการสนทนาทั่วไป แต่ถ้าจะอธิบายให้คนที่ไม่รู้จักฟัง ก็จะบอกว่าเป็น “ซีรีส์เกมล่าบัลลังก์” เพื่อให้เข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้นครับ ความหมายและการใช้งาน “Game Of Thrones” หมายถึง “เกมแห่งการช่วงชิงอำนาจ” หรือ…

  • "Bowling” แปลว่า

    คำว่า “Bowling” (โบว์ลิ่ง) หมายถึง กีฬาทั่วไปชนิดหนึ่งที่ผู้เล่นใช้ลูกกลมๆ ที่เรียกว่า “ลูกโบว์ลิ่ง” กลิ้งไปบนพื้นผิวเรียบที่ยาวและแคบ (เรียกว่า “ลู่วางลูกโบว์ลิ่ง”) เพื่อเป้าหมายในการล้ม “พิน” ซึ่งเป็นวัตถุทรงกระบอกที่ตั้งเรียงกันอยู่ปลายสุดของลู่ให้ได้มากที่สุด ยิ่งล้มพินได้มากเท่าไหร่ ก็จะได้คะแนนมากขึ้นตามกติกาของเกม ในชีวิตประจำวัน คนไทยมักจะใช้คำว่า “โบว์ลิ่ง” เพื่อพูดถึงการไปเล่นกีฬาชนิดนี้ที่ “โบว์ลิ่งเซ็นเตอร์” หรือ “โรงโบว์ลิ่ง” เป็นกิจกรรมสันทนาการที่นิยมไปทำกับเพื่อนฝูง ครอบครัว หรือเป็นกิจกรรมในงานเลี้ยงรุ่น งานบริษัท หรือแม้แต่การไปเดท การพูดถึง “ไปตีโบว์ลิ่ง” เป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไปว่าหมายถึงการไปเล่นกีฬานี้เพื่อความสนุกสนานหรือแข่งขันกันเอง ความหมายและการใช้งาน Bowling (โบว์ลิ่ง) คือ กีฬาที่ผู้เล่นกลิ้งลูกบอลลงบนลู่เพื่อล้มพินที่ตั้งอยู่ปลายลู่ โดยมีคะแนนจากการล้มพินเป็นเกณฑ์วัดผล ตัวอย่างการใช้งาน “สุดสัปดาห์นี้ไปตีโบว์ลิ่งกันไหม?” “เขาเป็นนักกีฬาโบว์ลิ่งมืออาชีพเลยนะ” “ร้านอาหารแถวนี้มีโบว์ลิ่งให้เล่นด้วย” บริบทและการใช้งานทั่วไป คำว่า “Bowling” นิยมใช้ในบริบทของกิจกรรมสันทนาการ การแข่งขันกีฬา หรือสถานที่เล่นกีฬาโดยเฉพาะ การไป “เล่นโบว์ลิ่ง” เป็นที่รู้จักแพร่หลายในประเทศไทยในฐานะกิจกรรมที่สนุกสนานและสามารถเล่นได้ทุกเพศทุกวัย Bowling คืออะไร? Bowling คือ กีฬาที่ผู้เล่นใช้ลูกโบว์ลิ่งกลิ้งไปบนลู่เพื่อล้มพินให้ได้มากที่สุด ไปเล่น…

  • "Thin” แปลว่า

    คำว่า “thin” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “บาง” หรือ “ผอม” ครับ สามารถใช้ได้กับสิ่งของต่างๆ ที่มีลักษณะไม่หนา ไม่หนาแน่น หรือใช้กับรูปร่างของคนหรือสัตว์ที่ดูผอมเพรียว ไม่มีไขมันมากเกินไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “thin” บ่อยๆ ครับ เช่น เวลาพูดถึงโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาให้บางเบา หรือเวลาพูดถึงเสื้อผ้าที่ดูโปร่งบางเบาสบาย หรือแม้กระทั่งเวลาพูดถึงรูปร่างของเพื่อนที่อาจจะผอมลง หรือใครที่กำลังไดเอทก็อาจจะบอกว่าอยากผอมลง (want to be thin) นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้อีกด้วย เช่น ความคิดเห็นที่ดู “บางเบา” หรือ “ไม่หนักแน่น” ก็อาจใช้คำว่า thin ได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน “Thin” หมายถึง มีความหนาน้อย มีขนาดเล็ก หรือมีปริมาณน้อยกว่าปกติ หรือใช้กับรูปร่างที่ผอม ไม่ท้วม ตัวอย่างการใช้งาน สิ่งของ: “This laptop is very thin.” (แล็ปท็อปเครื่องนี้บางมาก) รูปร่าง: “She looks…

  • "Express” แปลว่า

    คำว่า “Express” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายหลักๆ ว่า “แสดงออก” หรือ “ถ่ายทอด” ค่ะ เป็นคำกริยาที่ใช้บอกถึงการสื่อสารความรู้สึก ความคิด หรือข้อมูลต่างๆ ออกมาให้ผู้อื่นรับรู้ ไม่ว่าจะเป็นการพูด การเขียน การแสดงท่าทาง หรือแม้กระทั่งผ่านงานศิลปะต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Express” ในหลากหลายสถานการณ์ค่ะ เช่น เมื่อเราต้องการบอกความรู้สึกของเราให้คนรักรับรู้ เราก็อาจจะบอกว่า “I want to express my love for you” หรือเมื่อเราต้องการแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม เราก็อาจจะใช้คำว่า “Let me express my opinion on this matter” หรือแม้กระทั่งในการเดินทาง เราอาจจะเคยเห็นป้าย “Express train” ซึ่งหมายถึงรถไฟด่วนที่จอดน้อยสถานีเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางให้เร็วที่สุดค่ะ ความหมายและการใช้งาน “Express” หมายถึงการแสดงออก การถ่ายทอด หรือการสื่อสารสิ่งใดสิ่งหนึ่งออกมาให้ปรากฏชัดเจน สามารถใช้ได้กับทั้งความรู้สึก อารมณ์ ความคิดเห็น…

  • "Darker” แปลว่า

    คำว่า “Darker” เป็นคำคุณศัพท์ขั้นกว่า (comparative adjective) ในภาษาอังกฤษ มาจากคำว่า “dark” ที่แปลว่า มืด, สีเข้ม, หรือมืดมน เมื่อเติม “-er” เข้าไป จะมีความหมายว่า “มืดกว่า” หรือ “เข้มกว่า” เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับสิ่งอื่น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Darker” เพื่ออธิบายถึงระดับความมืดที่มากขึ้น เช่น สีที่เข้มขึ้น หรือบรรยากาศที่ดูมืดมนกว่าเดิม อาจจะใช้ในการเปรียบเทียบสีของเสื้อผ้า สีของผม หรือแม้กระทั่งอารมณ์ความรู้สึกที่ดูหม่นหมองกว่าปกติ ความหมายและการใช้งาน “Darker” หมายถึง มีความมืดมากกว่า มีสีเข้มกว่า หรือมีความหม่นหมองมากกว่า เป็นการเปรียบเทียบระดับของความมืดหรือความเข้มกับสิ่งอื่นที่ถูกอ้างถึง ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีเสื้อสีดำอยู่แล้ว และเห็นเสื้ออีกตัวที่สีดำสนิทกว่า คุณอาจจะพูดว่า “เสื้อตัวนี้ darker กว่าตัวที่ฉันมี” หรือถ้าพูดถึงบรรยากาศในห้องที่ดูมืดลงกว่าเดิม ก็อาจจะบอกว่า “ตอนนี้ในห้องดู darker ขึ้นนะ” ในเชิงอารมณ์ หากใครมีท่าทีเศร้าหมองกว่าปกติ ก็อาจจะกล่าวได้ว่า “วันนี้เขาดู darker…

  • "Shy” แปลว่า

    คำว่า “Shy” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกอาการหรือลักษณะนิสัยของคนที่รู้สึกประหม่า ไม่กล้าแสดงออก หรือไม่สบายใจเมื่อต้องอยู่ในสถานการณ์ที่มีผู้คนจำนวนมาก หรือเมื่อต้องเป็นจุดสนใจ โดยทั่วไปแล้ว คนที่ “Shy” มักจะขี้อาย เก็บตัว และอาจจะพูดน้อยกว่าปกติ ในชีวิตประจำวัน เราจะสังเกตเห็นคนที่มีลักษณะ “Shy” ได้บ่อยๆ เช่น เด็กที่เข้าโรงเรียนวันแรกแล้วไม่กล้าเล่นกับเพื่อน หรือเวลาไปงานเลี้ยงที่ไม่คุ้นเคย ก็อาจจะยืนอยู่เงียบๆ ไม่กล้าทักทายใคร หรือบางคนอาจจะเขินอายเวลาต้องพูดต่อหน้าคนเยอะๆ อาการ “Shy” นี้เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนในบางสถานการณ์ หรือบางคนอาจจะมีนิสัยขี้อายเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Shy” หมายถึง ขี้อาย, ประหม่า, ไม่กล้าแสดงออก เป็นลักษณะนิสัยที่แสดงออกถึงความไม่มั่นใจหรือไม่สบายใจที่จะเข้าสังคม หรือตกเป็นเป้าสายตา ตัวอย่างการใช้งาน เด็กคนนั้นดู “Shy” มากเลย ไม่ยอมพูดกับคนแปลกหน้าเลย ฉันเป็นคน “Shy” นิดหน่อย เวลาต้องพูดหน้าชั้นเรียนจะรู้สึกประหม่าเสมอ บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Shy” มักจะถูกใช้เพื่ออธิบายบุคลิกภาพของคนที่เก็บตัว ไม่ค่อยกล้าเข้าหาผู้อื่น หรือรู้สึกไม่สบายใจในสถานการณ์ที่ต้องพบปะผู้คนจำนวนมาก หรือต้องแสดงออกต่อหน้าสาธารณะ “Shy” กับ “Introvert” ต่างกันอย่างไร?…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *