"Dessert” แปลว่า

คำว่า “Dessert” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกของหวาน หรืออาหารที่รับประทานหลังมื้ออาหารหลัก โดยทั่วไปมักจะเป็นอาหารที่มีรสหวาน มีส่วนประกอบของน้ำตาล ผลไม้ หรือผลิตภัณฑ์จากนม

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพูดถึง “Dessert” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เวลาไปรับประทานอาหารนอกบ้าน ก็มักจะมีการสั่ง “Dessert” มาปิดท้ายมื้ออาหาร หรือเวลาพูดคุยเรื่องการทำขนม ก็อาจจะกล่าวถึงการทำ “Dessert” ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเค้ก ไอศกรีม หรือพุดดิ้ง

ความหมายและการใช้งาน

Dessert หมายถึง ของหวานที่เสิร์ฟหลังอาหารจานหลัก เพื่อให้ความรู้สึกสดชื่น หรือเป็นการปิดท้ายมื้ออาหารอย่างสมบูรณ์ โดยทั่วไปมักจะมีรสชาติหวาน แต่ก็สามารถมีรสชาติอื่นๆ ผสมผสานได้ เช่น เปรี้ยว มัน หรือขมเล็กน้อย

ตัวอย่าง

  • หลังอาหารค่ำ เราสั่ง Dessert เป็นเครปผลไม้
  • วันนี้อยากทำ Dessert ง่ายๆ เลยเลือกทำพุดดิ้งช็อกโกแลต
  • ร้านนี้มี Dessert ให้เลือกเยอะมาก ทั้งเค้กและไอศกรีม

บริบท / การใช้งานทั่วไป

คำว่า “Dessert” ถูกใช้ในบริบทของการรับประทานอาหารเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารทั่วไป ร้านกาแฟ หรือแม้แต่การทำอาหารรับประทานเองที่บ้าน เป็นคำที่เข้าใจง่ายและใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการอาหารและเครื่องดื่ม

FAQ SECTION

“Dessert” ต่างจาก “ของหวาน” อย่างไร?

โดยพื้นฐานแล้ว “Dessert” ก็คือคำเรียกของหวานในภาษาอังกฤษนั่นเอง การใช้งานอาจมีความแตกต่างกันบ้างตามบริบท แต่โดยรวมแล้วมีความหมายเดียวกันคือ อาหารที่รับประทานหลังมื้อหลักและมีรสหวาน

มี “Dessert” แบบไม่หวานบ้างไหม?

แม้ว่าโดยทั่วไป “Dessert” จะหมายถึงของหวาน แต่ก็มีบางครั้งที่อาจมีการเสิร์ฟอาหารที่มีรสชาติอื่นที่ไม่หวานจัดมาเป็น “Dessert” ได้เช่นกัน เช่น ชีส หรือผลไม้สดบางชนิด อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่แล้ว “Dessert” จะเน้นที่รสหวานเป็นหลัก

Similar Posts

  • "Bundle” แปลว่า

    คำว่า “Bundle” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การรวมสิ่งของหลายๆ อย่างเข้าไว้ด้วยกันเป็นชุด หรือเป็นแพ็กเกจเดียวกัน เพื่อขายหรือมอบให้ในราคาพิเศษ หรือเพื่อความสะดวกในการใช้งาน โดยทั่วไปแล้ว “Bundle” มักจะใช้กับการรวมสินค้า บริการ หรือแม้กระทั่งข้อมูลต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน ในชีวิตประจำวัน เราจะพบเห็นคำว่า “Bundle” ได้บ่อยครั้งในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เวลาไปซื้อโทรศัพท์มือถือ อาจจะมีโปรโมชั่นที่เรียกว่า “Bundle Deal” ซึ่งรวมเอาตัวเครื่องโทรศัพท์, เคส, ฟิล์มกันรอย, และหูฟังเข้าไว้ด้วยกันในราคาที่ถูกกว่าซื้อแยกชิ้น หรือเวลาซื้อซอฟต์แวร์ ก็อาจจะมี “Software Bundle” ที่รวมโปรแกรมหลายๆ ตัวที่ทำงานเกี่ยวข้องกันไว้ให้ เช่น ชุดโปรแกรมสำหรับทำงานเอกสาร หรือชุดโปรแกรมสำหรับออกแบบกราฟิก นอกจากนี้ ในวงการเกม ก็มักจะมี “Game Bundle” ที่รวมเอาเกมหลายๆ เกมมาขายในราคาเหมา เพื่อดึงดูดผู้เล่น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Bundle” หมายถึง การมัดรวม การห่อ หรือการจัดชุดสิ่งของหลายๆ อย่างเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งอาจจะเป็นสินค้า บริการ…

  • "Suggested” แปลว่า

    “Suggested” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้เมื่อต้องการสื่อถึงสิ่งที่ถูกเสนอแนะ แนะนำ หรือคิดว่าเป็นทางเลือกที่ดีเหมาะสม โดยอาจจะเป็นคำแนะนำจากบุคคลอื่น หรือเป็นสิ่งที่ระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผลเพื่อเสนอให้แก่ผู้ใช้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Suggested” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเรากำลังจะสั่งอาหารออนไลน์ ระบบอาจจะแสดงเมนู “Suggested items” หรือ “Suggested dishes” ขึ้นมา ซึ่งหมายถึงรายการอาหารที่ร้านแนะนำ หรือเป็นที่นิยม หรือเมื่อเรากำลังค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์บางแห่งอาจมีส่วน “Suggested searches” เพื่อช่วยให้เราค้นหาสิ่งที่ต้องการได้ง่ายขึ้น หรือแม้แต่ในแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดีย ก็อาจมี “Suggested friends” หรือ “Suggested content” เพื่อแนะนำเพื่อนใหม่หรือเนื้อหาที่น่าสนใจให้เรา ความหมายและการใช้งาน “Suggested” มาจากคำกริยา “suggest” ซึ่งแปลว่า เสนอแนะ แนะนำ หรือบอกเป็นนัย เมื่อใช้เป็นคำคุณศัพท์ (adjective) จะหมายถึง สิ่งที่ถูกเสนอแนะ หรือเป็นข้อเสนอแนะ ตัวอย่างการใช้งาน Suggested Reading: หนังสือหรือบทความที่แนะนำให้อ่าน Suggested Price: ราคาที่แนะนำให้ตั้งขาย Suggested…

  • "Sessional” แปลว่า

    คำว่า “sessional” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง เกี่ยวกับช่วงเวลาหรือสมัยที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการประชุม สภา หรือการทำงานตามฤดูกาลต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเจอคำว่า “sessional” ในบริบทของการทำงาน หรือการเรียนที่ไม่ได้เป็นแบบถาวร แต่จะเป็นการจ้างงานหรือการเรียนเป็นช่วงๆ ตามฤดูกาลหรือตามการประชุม เช่น นักวิจัยที่ได้รับการจ้างงานแบบ “sessional” ก็จะทำงานเป็นช่วงๆ ตามโปรเจกต์หรือตามระยะเวลาที่กำหนด ไม่ใช่การจ้างงานเต็มเวลาตลอดไป หรือในมหาวิทยาลัย อาจารย์พิเศษที่สอนเป็นครั้งคราวตามรายวิชา ก็อาจถูกเรียกว่าเป็น “sessional staff” ได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน “Sessional” อธิบายถึงสิ่งที่มีความสัมพันธ์กับช่วงเวลาหรือสมัยที่กำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการประชุม สภา หรือการทำงานตามฤดูกาล ตัวอย่างการใช้งาน Sessional worker: พนักงานที่ทำงานเป็นช่วงๆ ตามความจำเป็น ไม่ใช่พนักงานประจำ Sessional lecturer: อาจารย์พิเศษที่มาสอนเป็นครั้งคราวตามรายวิชา Sessional committee: คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการบางอย่างในช่วงเวลาที่กำหนด บริบทที่ใช้บ่อย คำนี้มักใช้ในแวดวงการเมือง การศึกษา หรือการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการประชุมหรือการดำเนินงานเป็นช่วงๆ เช่น การประชุมสภาที่จัดขึ้นเป็นสมัยๆ หรือการทำงานตามฤดูกาลในบางอุตสาหกรรม คำถามที่พบบ่อย “Sessional” แตกต่างจาก…

  • "Obsession” แปลว่า

    คำว่า “Obsession” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “การหมกมุ่น” หรือ “ความหลงใหลอย่างมาก” โดยทั่วไปแล้วหมายถึงการมีความคิด ความรู้สึก หรือพฤติกรรมที่จดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างไม่ลดละ จนบางครั้งอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หรือการตัดสินใจในเรื่องอื่นๆ ได้ ในชีวิตประจำวัน เราอาจพบเห็นการใช้คำว่า “Obsession” ได้ในหลายบริบท เช่น คนที่ชอบสะสมของบางอย่างมากๆ จนแทบจะคิดถึงแต่สิ่งนั้นตลอดเวลา หรือคนที่ชื่นชอบดารา นักร้อง หรือทีมกีฬา จนติดตามทุกความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด บางครั้งก็อาจใช้ในเชิงลบ เมื่อการหมกมุ่นนั้นกลายเป็นปัญหา เช่น การหมกมุ่นกับการทำงานมากเกินไปจนละเลยสุขภาพ หรือการหมกมุ่นกับรูปลักษณ์ของตัวเองจนเกิดความเครียด ความหมายและการใช้งาน “Obsession” หมายถึง สภาวะทางจิตใจที่บุคคลมีความคิด ความสนใจ หรือความต้องการที่ครอบงำอย่างมากต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จนยากที่จะเลิกคิดหรือเลิกทำได้ อาจเป็นความหลงใหลในงานอดิเรก ความชื่นชมในบุคคล หรือแม้กระทั่งความกังวลในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ตัวอย่างการใช้งาน เช่น “เขามี Obsession กับการเล่นเกมออนไลน์มาก จนบางทีก็ลืมเวลากินข้าว” หรือ “เธอมีความ Obsession กับแฟชั่นมาก อยากจะแต่งตัวให้ดูดีอยู่เสมอ” ในอีกความหมายหนึ่ง อาจใช้ว่า “ตำรวจกำลังสืบสวนคดีฆาตกรรมที่อาจเกิดจากความ Obsession ของผู้ต้องสงสัย” บริบทและการใช้ทั่วไป…

  • "Session” แปลว่า

    คำว่า “Session” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ ว่า “ช่วงเวลา” หรือ “ช่วง” ที่กำหนดขึ้นเพื่อทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งให้สำเร็จลุล่วงไป โดยทั่วไปมักใช้กับการดำเนินงานที่ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง หรือใช้ในการกำหนดขอบเขตของการปฏิสัมพันธ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Session” บ่อยครั้งในบริบทที่หลากหลาย เช่น ในการใช้งานเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันต่างๆ เมื่อเราล็อกอินเข้าสู่ระบบ ระบบจะสร้าง “Session” ขึ้นมาเพื่อให้เราสามารถใช้งานบริการต่างๆ ได้โดยไม่ต้องล็อกอินใหม่ทุกครั้ง หรือเมื่อเราเข้าร่วมคลาสเรียนออนไลน์ก็จะมี “Session” การเรียนในช่วงเวลาที่กำหนดไว้ หรือแม้แต่ในการประชุมสัมมนา ก็จะมีการแบ่ง “Session” การนำเสนอหรือการอบรมเป็นช่วงๆ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกเข้าร่วมได้ตามความสนใจ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Session” หมายถึง ช่วงเวลาที่ต่อเนื่องกันซึ่งใช้สำหรับกิจกรรมเฉพาะอย่าง หรือใช้ในการเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้กับระบบ โดยทั่วไปจะมีความหมายถึงช่วงเวลาที่ถูกกำหนดไว้เพื่อการทำงาน การสื่อสาร หรือการใช้งานบริการต่างๆ ตัวอย่างการใช้งาน Session การเรียน: คลาสเรียนภาษาอังกฤษจะมี 2 sessions ต่อสัปดาห์ Session การทำงาน: เราจะมีการประชุม session สั้นๆ ทุกเช้า Web Session: ระบบจะยกเลิก session…

  • "Handle” แปลว่า

    คำว่า “Handle” ในภาษาอังกฤษ สามารถแปลและมีความหมายได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ โดยความหมายหลักๆ ที่นิยมใช้กันมีดังนี้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Handle” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเราจับสิ่งของที่มีส่วนที่เอาไว้ให้จับได้ เราก็จะเรียกว่า “handle” ของสิ่งนั้น หรือเมื่อเราต้องจัดการกับปัญหา หรือเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เราก็ใช้คำว่า “handle” เพื่อสื่อถึงการรับมือหรือจัดการกับสิ่งนั้นๆ ได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน “Handle” สามารถหมายถึง: ส่วนที่จับได้: เช่น ด้ามจับของกระเป๋า, ลูกบิดประตู, มือจับของเครื่องมือต่างๆ การจัดการหรือรับมือ: เช่น การจัดการกับปัญหา, การรับมือกับสถานการณ์, การควบคุมอารมณ์ ชื่อผู้ใช้งาน (Username): ในโลกออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย ตัวอย่างการใช้งาน “Please hold the handle of the door firmly.” (กรุณาจับที่ ด้ามจับ ประตูให้แน่นๆ) “She knows how to…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *