"Desperate” แปลว่า

คำว่า “Desperate” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง อาการที่สิ้นหวัง หมดหนทาง หรือต้องการอย่างมากจนทำอะไรก็ได้เพื่อสิ่งนั้น เป็นความรู้สึกที่รุนแรง แสดงถึงความจนตรอก หรือการพยายามอย่างยิ่งยวดในสถานการณ์ที่คับขัน

ในชีวิตประจำวัน เราอาจใช้คำว่า “Desperate” เพื่ออธิบายสถานการณ์ที่ใครบางคนกำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่และรู้สึกว่าไม่มีทางออกอื่นนอกจากต้องทำอะไรบางอย่างที่อาจดูรุนแรงหรือผิดปกติ หรืออาจใช้เมื่อมีใครบางคนต้องการบางสิ่งบางอย่างมากๆ จนยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา เช่น พ่อแม่ที่ “Desperate” ที่จะหาเงินมารักษาลูก หรือนักกีฬาที่ “Desperate” ที่จะคว้าชัยชนะในนัดสุดท้าย

ความหมายและการใช้งาน

Desperate หมายถึง สิ้นหวัง, หมดหนทาง, โหยหาอย่างมาก, หรือพยายามอย่างยิ่งยวดในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

ตัวอย่าง

  • He was desperate to pass the exam, so he studied day and night. (เขาหมดหนทางที่จะสอบผ่าน จึงอ่านหนังสือทั้งวันทั้งคืน)
  • She felt desperate for a job after being unemployed for months. (เธอรู้สึกสิ้นหวังที่จะได้งานหลังจากว่างงานมาหลายเดือน)
  • The team was desperate for a win to avoid relegation. (ทีมต้องการชัยชนะอย่างมากเพื่อหลีกเลี่ยงการตกชั้น)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า Desperate มักใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับความกดดัน ความต้องการที่รุนแรง หรือสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจอย่างเร่งด่วน

คำถามที่พบบ่อย

“Desperate” ต่างจาก “Urgent” อย่างไร?

“Desperate” เน้นที่ความรู้สึกสิ้นหวัง หมดหนทาง และความต้องการอย่างรุนแรงที่ผลักดันให้ทำอะไรบางอย่าง ในขณะที่ “Urgent” เน้นที่ความเร่งด่วนของสถานการณ์ที่ต้องการการจัดการทันที

“Desperate” สามารถใช้ในเชิงบวกได้หรือไม่?

โดยทั่วไป “Desperate” มักมีความหมายในเชิงลบหรือแสดงถึงความยากลำบาก แต่ก็สามารถใช้ในบริบทที่แสดงถึงความมุ่งมั่นและความพยายามอย่างไม่ลดละเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่สำคัญมากๆ ได้เช่นกัน

Similar Posts

  • "Dirt” แปลว่า

    คำว่า “Dirt” ในภาษาอังกฤษมีความหมายตรงตัวว่า “ดิน” หรือ “สิ่งสกปรก” ครับ เป็นคำนามที่ใช้เรียกสสารที่ประกอบด้วยอนุภาคของหินและอินทรียวัตถุที่อยู่บนพื้นผิวโลก ซึ่งเรามักจะเห็นได้ตามพื้นดิน สวน หรือบริเวณที่ยังไม่ได้ปรับปรุงให้เรียบร้อย ในชีวิตประจำวัน คนไทยอาจจะไม่ได้ใช้คำว่า “Dirt” โดยตรงบ่อยนัก แต่จะใช้คำว่า “ดิน” หรือ “โคลน” แทน แต่ถ้าพูดถึง “Dirt” ในบริบทของความสกปรก ก็จะหมายถึงคราบสกปรก ฝุ่น หรือสิ่งที่ไม่สะอาดที่ติดอยู่ตามเสื้อผ้า ร่างกาย หรือสิ่งของต่างๆ ครับ เช่น ถ้าเสื้อเปื้อน “dirt” ก็หมายถึงเสื้อเปื้อนดินหรือคราบสกปรกนั่นเอง ความหมายและการใช้งาน “Dirt” หมายถึง ดิน, โคลน, สิ่งสกปรก, ฝุ่นละออง เป็นคำที่ใช้ได้ทั้งในความหมายที่เป็นรูปธรรม (ดิน) และนามธรรม (ความสกปรก) ตัวอย่างการใช้งาน My shoes are covered in dirt. (รองเท้าของฉันเต็มไปด้วยดิน) Don’t play in…

  • "Charging” แปลว่า

    คำว่า “Charging” เป็นคำภาษาอังกฤษที่หมายถึง “การชาร์จ” หรือ “การเติมพลังงาน” ในบริบททั่วไปมักใช้กับการเติมพลังงานให้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต แล็ปท็อป หรือรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้พร้อมใช้งานอีกครั้ง ในชีวิตประจำวัน เราจะคุ้นเคยกับการใช้คำว่า “Charging” มากเวลาพูดถึงอุปกรณ์ที่เราใช้บ่อยๆ เช่น “มือถือแบตจะหมด ต้องรีบไป Charging” หรือ “รถไฟฟ้าคันนี้กำลัง Charging อยู่ที่สถานี” เป็นการบอกถึงกระบวนการที่อุปกรณ์กำลังรับพลังงานเข้าไปเพื่อสะสมไว้ใช้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราสามารถใช้อุปกรณ์เหล่านั้นได้อย่างต่อเนื่อง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Charging” มาจากกริยา “charge” ซึ่งมีความหมายหลักๆ คือ การทำให้เต็ม การประจุ หรือการเติมพลังงาน เมื่อนำมาใช้ในภาษาไทย เรามักจะทับศัพท์ไปเลยว่า “Charging” หรืออาจจะแปลตรงตัวว่า “การชาร์จไฟ” ก็ได้ โดยส่วนใหญ่จะหมายถึงการเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับแหล่งพลังงานไฟฟ้าผ่านสายชาร์จหรือแท่นชาร์จ เพื่อให้แบตเตอรี่ของอุปกรณ์นั้นๆ มีพลังงานเพิ่มขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน 1. “ลืมที่ชาร์จมาเลย ตอนนี้มือถือแบตเหลือน้อยมาก ต้องหาที่ Charging ด่วน” (หมายถึง ต้องหาที่เสียบปลั๊กไฟเพื่อชาร์จแบตเตอรี่มือถือ)…

  • "Breath” แปลว่า

    คำว่า “Breath” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักว่า “ลมหายใจ” ซึ่งหมายถึงอากาศที่เข้าและออกจากปอดของเรา เป็นกระบวนการทางชีวภาพที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Breath” ในหลากหลายบริบท เช่น การพูดถึงการหายใจของตัวเองหรือผู้อื่น การบอกว่าใครกำลังเหนื่อยหอบจากการออกกำลังกาย หรือแม้แต่ในการเปรียบเทียบเชิงเปรียบเปรย เช่น “breath of fresh air” ที่หมายถึงอะไรบางอย่างที่สดชื่นและน่าพอใจ หรือ “hold your breath” ที่หมายถึงการกลั้นหายใจด้วยความคาดหวังหรือตกใจ ความหมายและการใช้งาน “Breath” หมายถึง การหายใจ หรือ ลมหายใจ ซึ่งเป็นก๊าซ (ส่วนใหญ่คืออากาศ) ที่เข้าสู่ร่างกายผ่านทางจมูกหรือปากและออกจากร่างกายอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างการใช้งาน ในภาษาอังกฤษ เราอาจได้ยินประโยคเช่น “Take a deep breath” ซึ่งแปลว่า “สูดหายใจลึกๆ” หรือ “He was out of breath” หมายถึง “เขาหอบเหนื่อย” นอกจากนี้ยังใช้ในวลีเช่น “Catch your breath”…

  • "Budget” แปลว่า

    คำว่า “Budget” หมายถึง แผนการใช้จ่ายเงิน หรือประมาณการรายรับรายจ่ายในช่วงเวลาหนึ่งๆ ที่กำหนดไว้ เพื่อให้รู้ว่าเรามีเงินเท่าไหร่ จะใช้จ่ายอะไรบ้าง และจะเหลือเงินเท่าไหร่ เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคล หรือแม้กระทั่งการบริหารองค์กรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ. ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า Budget ในการวางแผนการเงินต่างๆ เช่น การวางแผนค่าใช้จ่ายรายเดือนของครอบครัว การตั้งงบประมาณสำหรับการท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งการคำนวณค่าใช้จ่ายสำหรับโปรเจกต์ส่วนตัวเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้เราสามารถควบคุมการใช้เงินได้ ไม่ให้เกินตัว และทำให้เป้าหมายทางการเงินของเราเป็นจริงได้ง่ายขึ้น. ความหมายและการใช้งาน Budget คือ แผนการจัดสรรทรัพยากรทางการเงิน โดยระบุรายรับที่คาดว่าจะได้รับ และรายจ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อใช้เป็นแนวทางในการใช้จ่ายและบริหารเงินให้เป็นไปตามเป้าหมาย. ตัวอย่างการใช้งาน นักศึกษาหลายคนมักจะทำ Budget ประจำเดือน เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าเอกสาร และค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ. บริษัทต่างๆ จะมีการทำ Budget ประจำปี เพื่อวางแผนการลงทุน การผลิต และการดำเนินงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ. บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า Budget มักถูกใช้ในบริบทของการวางแผนการเงิน การบริหารธุรกิจ การจัดการโครงการ และการวางแผนการใช้จ่ายส่วนบุคคล. 🔷…

  • "Stitch” แปลว่า

    คำว่า “Stitch” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “การเย็บ” หรือ “รอยเย็บ” ครับ เป็นคำที่ใช้กับการนำผ้าสองชิ้นมาติดกันด้วยด้ายและเข็ม หรือหมายถึงเส้นด้ายที่ปรากฏหลังจากทำการเย็บไปแล้ว ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Stitch” ในบริบทของการซ่อมแซมเสื้อผ้า หรือการตัดเย็บเสื้อผ้าใหม่ๆ เช่น ถ้าเสื้อขาด เราก็จะบอกว่าต้องเอาไป “Stitch” หรือถ้าพูดถึงคุณภาพของการตัดเย็บ เราอาจจะบอกว่า “Stitch” ของชุดนี้ละเอียดดี แสดงถึงความประณีต ความหมายและการใช้งาน โดยทั่วไป “Stitch” หมายถึงการใช้เข็มและด้ายในการทำให้วัสดุ เช่น ผ้า หรือหนัง ติดเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังหมายถึงเส้นด้ายที่เกิดจากการเย็บนั้นๆ ด้วย ตัวอย่างการใช้งาน “เสื้อตัวนี้มีรอย Stitch หลุดไปหน่อย ต้องเอาไปซ่อม” (เสื้อตัวนี้มีรอยเย็บหลุดไปหน่อย ต้องเอาไปซ่อม) “ช่างตัดเสื้อคนนี้ทำ Stitch ได้สวยงามมาก” (ช่างตัดเสื้อคนนี้ทำการเย็บได้สวยงามมาก) “เราต้อง Stitch ผ้าสองผืนนี้เข้าด้วยกัน” (เราต้องเย็บผ้าสองผืนนี้เข้าด้วยกัน) บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Stitch” มักถูกใช้ในวงการแฟชั่น การตัดเย็บ การซ่อมแซมเสื้อผ้า…

  • "Tuesday” แปลว่า

    “Tuesday” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่หมายถึง “วันอังคาร” ซึ่งเป็นวันที่สามของสัปดาห์ ถัดจากวันจันทร์และมาก่อนวันพุธ เป็นวันที่มีความสำคัญในหลายวัฒนธรรมและมีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวันของผู้คน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Tuesday” เพื่อสื่อสารเกี่ยวกับวันเวลา เช่น การนัดหมาย การวางแผนกิจกรรม หรือการพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ตัวอย่างเช่น “เจอกันวัน Tuesday นะ” หรือ “การประชุมจะจัดขึ้นในวัน Tuesday” เป็นต้น การใช้คำทับศัพท์นี้เป็นที่แพ้นหลายและเข้าใจได้ง่ายในบริบทของสังคมไทยที่ได้รับอิทธิพลจากภาษาอังกฤษ ความหมายและการใช้งาน “Tuesday” คือ วันอังคาร ซึ่งเป็นวันที่สามของสัปดาห์ในปฏิทินสากล โดยทั่วไปแล้ว วันอังคารเป็นวันทำงานปกติสำหรับคนส่วนใหญ่ และมักจะเป็นวันที่เริ่มกิจกรรมต่างๆ หลังจากการเริ่มต้นสัปดาห์ในวันจันทร์ ตัวอย่างการใช้งาน “ฉันมีนัดกับหมอในวัน Tuesday ตอนบ่าย” “หนังเรื่องใหม่จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วัน Tuesday นี้” “อย่าลืมส่งรายงานภายในวัน Tuesday นะ” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Tuesday” มักถูกใช้ในการสื่อสารทั่วไป การวางแผนนัดหมาย การแจ้งกำหนดการ หรือการพูดถึงกิจกรรมที่เกิดขึ้นในวันอังคาร เป็นคำที่เข้าใจง่ายและใช้กันอย่างแพร่หลาย “Tuesday” หมายถึงวันอะไร? “Tuesday” หมายถึง…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *