"Desperate” แปลว่า

คำว่า “Desperate” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง อาการที่สิ้นหวัง หมดหนทาง หรือต้องการอย่างมากจนทำอะไรก็ได้เพื่อสิ่งนั้น เป็นความรู้สึกที่รุนแรง แสดงถึงความจนตรอก หรือการพยายามอย่างยิ่งยวดในสถานการณ์ที่คับขัน

ในชีวิตประจำวัน เราอาจใช้คำว่า “Desperate” เพื่ออธิบายสถานการณ์ที่ใครบางคนกำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่และรู้สึกว่าไม่มีทางออกอื่นนอกจากต้องทำอะไรบางอย่างที่อาจดูรุนแรงหรือผิดปกติ หรืออาจใช้เมื่อมีใครบางคนต้องการบางสิ่งบางอย่างมากๆ จนยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา เช่น พ่อแม่ที่ “Desperate” ที่จะหาเงินมารักษาลูก หรือนักกีฬาที่ “Desperate” ที่จะคว้าชัยชนะในนัดสุดท้าย

ความหมายและการใช้งาน

Desperate หมายถึง สิ้นหวัง, หมดหนทาง, โหยหาอย่างมาก, หรือพยายามอย่างยิ่งยวดในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

ตัวอย่าง

  • He was desperate to pass the exam, so he studied day and night. (เขาหมดหนทางที่จะสอบผ่าน จึงอ่านหนังสือทั้งวันทั้งคืน)
  • She felt desperate for a job after being unemployed for months. (เธอรู้สึกสิ้นหวังที่จะได้งานหลังจากว่างงานมาหลายเดือน)
  • The team was desperate for a win to avoid relegation. (ทีมต้องการชัยชนะอย่างมากเพื่อหลีกเลี่ยงการตกชั้น)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า Desperate มักใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับความกดดัน ความต้องการที่รุนแรง หรือสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจอย่างเร่งด่วน

คำถามที่พบบ่อย

“Desperate” ต่างจาก “Urgent” อย่างไร?

“Desperate” เน้นที่ความรู้สึกสิ้นหวัง หมดหนทาง และความต้องการอย่างรุนแรงที่ผลักดันให้ทำอะไรบางอย่าง ในขณะที่ “Urgent” เน้นที่ความเร่งด่วนของสถานการณ์ที่ต้องการการจัดการทันที

“Desperate” สามารถใช้ในเชิงบวกได้หรือไม่?

โดยทั่วไป “Desperate” มักมีความหมายในเชิงลบหรือแสดงถึงความยากลำบาก แต่ก็สามารถใช้ในบริบทที่แสดงถึงความมุ่งมั่นและความพยายามอย่างไม่ลดละเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่สำคัญมากๆ ได้เช่นกัน

Similar Posts

  • "Library” แปลว่า

    คำว่า “Library” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ห้องสมุด” ครับ โดยทั่วไปแล้ว ห้องสมุดคือสถานที่ที่รวบรวมหนังสือ วารสาร สิ่งพิมพ์ และสื่อความรู้อื่นๆ ไว้เป็นจำนวนมาก เพื่อให้ผู้คนสามารถเข้ามาอ่าน ค้นคว้า หรือยืมไปใช้ได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Library” หรือ “ห้องสมุด” เมื่อเราต้องการหาหนังสือเพื่ออ่านเล่น หาข้อมูลสำหรับทำการบ้าน หรือค้นคว้าเรื่องที่สนใจ บางครั้งเราอาจจะเห็นป้ายบอกทางไป Library ในมหาวิทยาลัย หรืออาจจะนัดเพื่อนไปนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ ที่ Library ก็ได้ครับ นอกจากนี้ ในยุคดิจิทัล คำว่า “Library” ยังอาจหมายถึงคลังเก็บข้อมูลดิจิทัล หรือชุดคำสั่งสำเร็จรูปที่นักพัฒนาโปรแกรมใช้ในการสร้างซอฟต์แวร์ด้วย ความหมายและการใช้งาน Library หมายถึง สถานที่หรือแหล่งรวบรวมทรัพยากรความรู้ต่างๆ โดยเฉพาะหนังสือ เพื่อการศึกษา ค้นคว้า และพักผ่อนหย่อนใจ นอกจากนี้ยังสามารถหมายถึงคลังเก็บข้อมูลหรือโปรแกรมสำเร็จรูปสำหรับงานด้านเทคโนโลยี ตัวอย่างการใช้งาน ฉันชอบไปนั่งอ่านหนังสือที่ Library ของมหาวิทยาลัยเป็นประจำ นักพัฒนาโปรแกรมกำลังพัฒนา Library ใหม่สำหรับภาษา Python บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Library”…

  • "Wealth” แปลว่า

    คำว่า “Wealth” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ความมั่งคั่ง ความร่ำรวย หรือการมีทรัพย์สินจำนวนมาก ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เงินทองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสินทรัพย์อื่นๆ ที่มีมูลค่า เช่น อสังหาริมทรัพย์ หุ้น พันธบัตร หรือแม้กระทั่งความรู้และประสบการณ์ที่ดี ซึ่งสามารถนำไปสร้างประโยชน์หรือมูลค่าเพิ่มได้ในอนาคต ในชีวิตประจำวัน เรามักได้ยินคำว่า “Wealth” หรือ “ความมั่งคั่ง” ในบริบทของการวางแผนทางการเงิน การลงทุน หรือเป้าหมายชีวิตของผู้คน การมี Wealth ไม่ได้หมายถึงการมีเงินใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงการมีอิสรภาพทางการเงิน สามารถใช้ชีวิตได้อย่างที่ต้องการ มีความมั่นคงในชีวิต และสามารถดูแลครอบครัว รวมถึงมีเงินเพียงพอสำหรับใช้จ่ายในยามเกษียณได้อย่างสบาย ความหมายและการใช้งาน Wealth แปลว่า ความมั่งคั่ง ร่ำรวย หรือการมีทรัพย์สินจำนวนมาก โดยทั่วไปมักหมายถึงการมีทรัพย์สินที่จับต้องได้ เช่น เงินสด เงินฝากในธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ หรือสินทรัพย์ทางการเงิน เช่น หุ้น กองทุนรวม แต่ในความหมายที่กว้างขึ้น Wealth ยังสามารถรวมถึงสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ เช่น ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ที่ดี…

  • "Catching” แปลว่า

    คำว่า “Catching” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ อยู่หลายอย่าง ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ แต่โดยทั่วไปแล้วจะเกี่ยวข้องกับการ “จับ” หรือ “รับ” สิ่งใดสิ่งหนึ่ง รวมถึงการ “ตามให้ทัน” หรือ “เข้าใจ” ในบางสถานการณ์ ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Catching” ในหลายบริบท เช่น เมื่อพูดถึงการเล่นกีฬาที่ต้องมีการรับลูกบอล หรือเมื่อพูดถึงการจับกุมผู้กระทำผิด นอกจากนี้ยังอาจใช้ในความหมายของการตามให้ทันข่าวสาร หรือการทำความเข้าใจกับเรื่องที่ซับซ้อนก็ได้ ความหมายและการใช้งาน “Catching” มาจากกริยา “catch” ซึ่งแปลว่า จับ รับ หรือคว้า ในภาษาไทย ความหมายจะแตกต่างกันไปตามสถานการณ์ เช่น: การจับ/รับสิ่งของ: เช่น “catching a ball” (รับลูกบอล), “catching a fish” (จับปลา) การจับกุม: เช่น “catching a thief” (จับโจร) การตามให้ทัน/เข้าใจ: เช่น “catching up…

  • "Pass” แปลว่า

    คำว่า “Pass” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผ่าน การส่งต่อ หรือการได้รับอนุญาต ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ในหลากหลายบริบทในชีวิตประจำวัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Pass” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การสอบผ่าน การส่งต่อสิ่งของ หรือการได้รับสิทธิ์ให้ผ่านเข้าไปในที่ใดที่หนึ่ง บางครั้งก็ใช้ในการสื่อสารทั่วไปเพื่อบอกว่าเราเข้าใจหรือยอมรับในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด ความหมายและการใช้งาน “Pass” สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ เช่น: การผ่าน (สำเร็จ): ใช้เมื่อพูดถึงการสอบ การทดสอบ หรือการแข่งขัน เช่น “He passed the exam.” (เขาสอบผ่าน) การส่งต่อ: ใช้เมื่อส่งสิ่งของหรือข้อมูลให้ผู้อื่น เช่น “Pass me the salt.” (ส่งเกลือให้ฉันหน่อย) หรือ “Pass the ball.” (ส่งบอล) การได้รับอนุญาต/การผ่านเข้าไป: ใช้เมื่อได้รับสิทธิ์ให้เข้าไปในพื้นที่หรือสถานที่ เช่น “You need a pass to enter.” (คุณต้องมีบัตรผ่านเพื่อเข้าไป)…

  • "Sciences” แปลว่า

    “Sciences” เป็นคำนามพหูพจน์ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “วิทยาศาสตร์” ในภาษาไทย ซึ่งครอบคลุมถึงสาขาวิชาต่างๆ ที่ศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาลผ่านการสังเกตการณ์ การทดลอง และการใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเจอคำว่า “Sciences” ในบริบทที่เกี่ยวกับองค์ความรู้และการศึกษา เช่น เมื่อพูดถึงการเรียนในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ที่มีหลายแขนงวิชา เช่น วิทยาศาสตร์กายภาพ (Physical Sciences), วิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Life Sciences) หรือวิทยาศาสตร์สังคม (Social Sciences) เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน “Sciences” หมายถึง การศึกษาอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับโลกธรรมชาติและปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยอาศัยวิธีการที่เป็นระเบียบ เช่น การสังเกต การตั้งสมมติฐาน การทดลอง และการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อสร้างความเข้าใจและทฤษฎีที่สามารถอธิบายสิ่งต่างๆ ได้ คำนี้จึงใช้เรียกกลุ่มของวิชาที่ศึกษาในลักษณะนี้ ตัวอย่างการใช้งาน เราอาจจะเห็นคำว่า “Sciences” ในประโยค เช่น “The university offers a wide range of Sciences programs.”…

  • "Brilliant” แปลว่า

    คำว่า “Brilliant” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่ออธิบายถึงบางสิ่งที่ยอดเยี่ยม ฉลาดเป็นพิเศษ หรือมีความสามารถโดดเด่น โดยทั่วไปแล้วจะสื่อถึงความฉลาด สว่างสดใส หรือมีความเฉลียวฉลาดอย่างมาก ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคนใช้คำว่า “Brilliant” เพื่อชมเชยไอเดียที่น่าทึ่ง แผนการที่วางมาอย่างดี หรือแม้กระทั่งความสามารถพิเศษของใครบางคน เช่น เมื่อเพื่อนเสนอแนวคิดใหม่ที่น่าสนใจ เราอาจจะอุทานว่า “That’s a brilliant idea!” ซึ่งหมายถึง “เป็นไอเดียที่ยอดเยี่ยมจริงๆ!” หรือเมื่อพูดถึงนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบสิ่งสำคัญ เราอาจจะบอกว่าเขาเป็น “a brilliant scientist” เพื่อแสดงความชื่นชมในสติปัญญาและความสามารถของเขา ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Brilliant” มีความหมายหลักๆ ดังนี้: ฉลาดเฉลียว หรือ มีไหวพริบดีเยี่ยม: ใช้กับบุคคลที่มีสติปัญญาความสามารถสูง มีความคิดสร้างสรรค์ หรือแก้ปัญหาได้เก่ง ยอดเยี่ยม หรือ โดดเด่น: ใช้กับสิ่งต่างๆ ที่ดีมาก เป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นไอเดีย แผนการ ผลงาน หรือแม้กระทั่งความสำเร็จ สว่างสดใส: ในบางบริบท อาจหมายถึงแสงสว่างจ้า หรือสีสันสดใส แต่การใช้งานในความหมายนี้จะพบน้อยกว่าความหมายเกี่ยวกับสติปัญญา…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *