"Desperate” แปลว่า

คำว่า “Desperate” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง อาการที่สิ้นหวัง หมดหนทาง หรือต้องการอย่างมากจนทำอะไรก็ได้เพื่อสิ่งนั้น เป็นความรู้สึกที่รุนแรง แสดงถึงความจนตรอก หรือการพยายามอย่างยิ่งยวดในสถานการณ์ที่คับขัน

ในชีวิตประจำวัน เราอาจใช้คำว่า “Desperate” เพื่ออธิบายสถานการณ์ที่ใครบางคนกำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่และรู้สึกว่าไม่มีทางออกอื่นนอกจากต้องทำอะไรบางอย่างที่อาจดูรุนแรงหรือผิดปกติ หรืออาจใช้เมื่อมีใครบางคนต้องการบางสิ่งบางอย่างมากๆ จนยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา เช่น พ่อแม่ที่ “Desperate” ที่จะหาเงินมารักษาลูก หรือนักกีฬาที่ “Desperate” ที่จะคว้าชัยชนะในนัดสุดท้าย

ความหมายและการใช้งาน

Desperate หมายถึง สิ้นหวัง, หมดหนทาง, โหยหาอย่างมาก, หรือพยายามอย่างยิ่งยวดในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

ตัวอย่าง

  • He was desperate to pass the exam, so he studied day and night. (เขาหมดหนทางที่จะสอบผ่าน จึงอ่านหนังสือทั้งวันทั้งคืน)
  • She felt desperate for a job after being unemployed for months. (เธอรู้สึกสิ้นหวังที่จะได้งานหลังจากว่างงานมาหลายเดือน)
  • The team was desperate for a win to avoid relegation. (ทีมต้องการชัยชนะอย่างมากเพื่อหลีกเลี่ยงการตกชั้น)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า Desperate มักใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับความกดดัน ความต้องการที่รุนแรง หรือสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจอย่างเร่งด่วน

คำถามที่พบบ่อย

“Desperate” ต่างจาก “Urgent” อย่างไร?

“Desperate” เน้นที่ความรู้สึกสิ้นหวัง หมดหนทาง และความต้องการอย่างรุนแรงที่ผลักดันให้ทำอะไรบางอย่าง ในขณะที่ “Urgent” เน้นที่ความเร่งด่วนของสถานการณ์ที่ต้องการการจัดการทันที

“Desperate” สามารถใช้ในเชิงบวกได้หรือไม่?

โดยทั่วไป “Desperate” มักมีความหมายในเชิงลบหรือแสดงถึงความยากลำบาก แต่ก็สามารถใช้ในบริบทที่แสดงถึงความมุ่งมั่นและความพยายามอย่างไม่ลดละเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่สำคัญมากๆ ได้เช่นกัน

Similar Posts

  • "Collaborate” แปลว่า

    คำว่า “Collaborate” เป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้กันแพร่หลาย หมายถึง การร่วมมือกัน การทำงานร่วมกัน หรือการประสานงานกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายบางอย่างที่ตั้งไว้ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นโครงการ การแก้ปัญหา หรือการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นการ “Collaborate” เกิดขึ้นรอบตัวเราเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ช่วยกันทำโปรเจกต์ให้สำเร็จลุล่วง นักเรียนที่จับกลุ่มกันติวหนังสือ หรือแม้กระทั่งครอบครัวที่ช่วยกันวางแผนกิจกรรมต่างๆ การ “Collaborate” ช่วยให้งานสำเร็จได้เร็วขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ที่ร่วมมือกันอีกด้วย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Collaborate” มาจากภาษาละติน “con-” (ด้วยกัน) และ “laborare” (ทำงาน) จึงมีความหมายตรงตัวว่า “ทำงานด้วยกัน” การทำงานร่วมกันนี้อาจเป็นการแบ่งปันความคิด ไอเดีย ทรัพยากร หรือแม้กระทั่งความรับผิดชอบ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ตัวอย่างการใช้งาน ในที่ทำงาน หัวหน้าอาจจะบอกว่า “เราต้อง collaborate กับทีมการตลาด เพื่อออกแคมเปญใหม่” หรือในการเรียน นักเรียนอาจจะพูดว่า “เรามา collaborate กันหาข้อมูลสำหรับรายงานนี้ดีกว่า” ในบริบทที่กว้างขึ้น การที่สองบริษัทร่วมทุนกันเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ก็ถือเป็นการ collaborate…

  • "Foxes” แปลว่า

    คำว่า “Foxes” เป็นคำนามพหูพจน์ในภาษาอังกฤษ หมายถึง สุนัขจิ้งจอก ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์ Canidae มีลักษณะคล้ายสุนัขแต่มีขนาดเล็กกว่า หางยาวเป็นพวง มีจมูกแหลม และมักมีขนสีน้ำตาลแดงหรือสีเทา สุนัขจิ้งจอกเป็นสัตว์ที่ปรับตัวได้ดี สามารถพบได้ในหลายสภาพแวดล้อมทั่วโลก ทั้งป่า ทุ่งหญ้า ทะเลทราย และแม้แต่ในเขตเมือง ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินหรือเห็นคำว่า “Foxes” ในบริบทต่างๆ เช่น การพูดถึงสารคดีเกี่ยวกับสัตว์ป่าที่นำเสนอพฤติกรรมของสุนัขจิ้งจอก หรือการเล่าเรื่องที่ตัวละครเป็นสุนัขจิ้งจอก เช่น ในนิทานหรือการ์ตูน บางครั้งก็อาจใช้คำนี้ในเชิงเปรียบเปรยถึงคนที่มีไหวพริบ ฉลาดแกมโกง หรือมีเล่ห์เหลี่ยมคล้ายกับลักษณะของสุนัขจิ้งจอกตามความเชื่อหรือภาพจำที่เรามีต่อสัตว์ชนิดนี้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Foxes” หมายถึง สุนัขจิ้งจอกหลายตัว ในภาษาไทยเราเรียกสัตว์ชนิดนี้ว่า “สุนัขจิ้งจอก” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีความว่องไวและมีชื่อเสียงในด้านความฉลาด สามารถปรับตัวให้อยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ตัวอย่างการใช้งาน ในป่าใหญ่ เราอาจพบเห็นครอบครัวของ foxes กำลังหากินอยู่ตามลำพัง นิทานเรื่องนั้นมีตัวละครหลักเป็น foxes ที่ฉลาดแกมโกง บริบทและการใช้งานทั่วไป คำว่า “Foxes” มักถูกใช้เมื่อพูดถึงสัตว์ชนิดนี้ในภาพรวม หรือกล่าวถึงสุนัขจิ้งจอกหลายตัว โดยทั่วไปแล้ว สุนัขจิ้งจอกถูกมองว่าเป็นสัตว์ที่มีเสน่ห์ น่าค้นหา และบางครั้งก็ถูกเชื่อมโยงกับความเจ้าเล่ห์ในนิทานและวัฒนธรรมต่างๆ…

  • "Specifications” แปลว่า

    คำว่า “Specifications” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “คุณสมบัติ” หรือ “รายละเอียดทางเทคนิค” เป็นการอธิบายถึงลักษณะเฉพาะ เจาะจง หรือคุณสมบัติที่สำคัญของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเชิงเทคนิคหรือเชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อให้เข้าใจถึงขีดความสามารถ ประสิทธิภาพ หรือองค์ประกอบต่างๆ ของสิ่งนั้นๆ ในการใช้งานจริง คำว่า “Specifications” มักถูกใช้เมื่อต้องการทราบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ เช่น เมื่อเรากำลังจะซื้อโทรศัพท์มือถือใหม่ เรามักจะดู “Specifications” ของเครื่องเพื่อเปรียบเทียบกล้อง ความจุแบตเตอรี่ หน่วยประมวลผล หรือคุณสมบัติอื่นๆ ที่สำคัญ นอกจากนี้ยังใช้ในวงการอุตสาหกรรม การออกแบบ หรือการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ เพื่อกำหนดมาตรฐานและรายละเอียดที่ต้องปฏิบัติตาม ความหมายและการใช้งาน Specifications หมายถึง การระบุรายละเอียดที่ชัดเจนและแม่นยำเกี่ยวกับคุณสมบัติทางกายภาพ ทางเทคนิค หรือการทำงานของวัตถุ ระบบ หรือกระบวนการใดๆ เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าใจตรงกันและสามารถนำไปปฏิบัติหรือประเมินผลได้ ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อคุณซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ คุณอาจจะเห็น “Specifications” ที่ระบุว่า CPU เป็น Intel Core i7, RAM 16GB, SSD 512GB ซึ่งเป็นการบอกรายละเอียดทางเทคนิคของคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นๆ…

  • "Total” แปลว่า

    คำว่า “Total” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในภาษาไทย หมายถึง “ทั้งหมด”, “รวมทั้งหมด” หรือ “ทั้งสิ้น” เป็นการบ่งบอกถึงปริมาณ จำนวน หรือขอบเขตที่ครอบคลุมทุกส่วน หรือทุกรายการ โดยไม่มีส่วนใดขาดหายไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Total” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อไปซื้อของแล้วพนักงานคิดเงินรวมยอดที่ต้องจ่ายทั้งหมด, เมื่อดูผลคะแนนสอบที่รวมทุกวิชาแล้ว, หรือเมื่อต้องการทราบจำนวนคนทั้งหมดที่เข้าร่วมกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง เป็นต้น คำนี้ช่วยให้เราเข้าใจภาพรวมได้อย่างรวดเร็วว่าสิ่งที่กำลังพูดถึงนั้นครอบคลุมแค่ไหน ความหมายและการใช้งาน “Total” หมายถึง ผลรวมทั้งหมดของสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจำนวน เงิน เวลา หรือองค์ประกอบอื่นๆ เป็นการบอกให้ทราบถึงค่าสุดท้ายที่ได้จากการรววบยอดทุกส่วนเข้าด้วยกัน ตัวอย่างการใช้งาน “Total bill” หมายถึง ยอดรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด “Total number of participants” หมายถึง จำนวนผู้เข้าร่วมทั้งหมด “The total score was 95 points” หมายถึง คะแนนรวมทั้งหมดคือ 95 คะแนน บริบทที่พบบ่อย คำว่า…

  • "Attribute” แปลว่า

    คำว่า “Attribute” (แอททริบิวต์) ในภาษาไทยมีความหมายว่า “คุณสมบัติ” หรือ “ลักษณะเฉพาะ” ของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เป็นการอธิบายถึงลักษณะเด่น หรือคุณสมบัติที่ทำให้สิ่งนั้นเป็นอย่างที่เป็นอยู่ ไม่ว่าจะเป็น คุณลักษณะทางกายภาพ อารมณ์ พฤติกรรม หรือแม้แต่ข้อมูลที่ใช้ระบุตัวตน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Attribute” หรือ “คุณสมบัติ” เพื่ออธิบายลักษณะของคน สัตว์ สิ่งของ หรือแม้แต่แนวคิดต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงโทรศัพท์มือถือ เราอาจจะพูดถึง attribute ของมัน เช่น ขนาดหน้าจอ ความจุแบตเตอรี่ หรือกล้องถ่ายรูป หรือเมื่อพูดถึงคน เราอาจจะพูดถึง attribute ทางบุคลิกภาพ เช่น ความขยัน ความซื่อสัตย์ หรือความอดทน การเข้าใจ attribute ช่วยให้เราสามารถแยกแยะและเข้าใจสิ่งต่างๆ รอบตัวได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Attribute” หมายถึง คุณลักษณะ หรือคุณสมบัติที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวตน หรือลักษณะเด่นของสิ่งนั้นๆ สามารถนำไปใช้ได้กับทุกสิ่ง ตั้งแต่รูปธรรมไปจนถึงนามธรรม ตัวอย่างการใช้งาน Attribute…

  • "Native” แปลว่า

    คำว่า “Native” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การเป็นโดยกำเนิด หรือโดยธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด หรือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นหรือปรุงแต่งขึ้นมา ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Native” ในหลายบริบท เช่น “Native speaker” หมายถึง เจ้าของภาษา หรือคนที่พูดภาษานั้นมาตั้งแต่เกิด หรือ “Native plant” หมายถึง พืชพื้นเมือง หรือพืชที่ขึ้นเองตามธรรมชาติในพื้นที่นั้นๆ นอกจากนี้ ยังอาจใช้ในความหมายถึง การเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่หรือวัฒนธรรมนั้นๆ มาอย่างยาวนาน ความหมายและการใช้งาน “Native” สื่อถึงความเป็นดั้งเดิม ไม่ใช่สิ่งที่ถูกนำเข้ามาใหม่ หรือถูกสร้างขึ้นภายหลัง โดยเน้นที่แหล่งกำเนิดหรือลักษณะตามธรรมชาติ ตัวอย่างการใช้งาน Native speaker: คนที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรกของตนเอง Native culture: วัฒนธรรมดั้งเดิมของชนเผ่าหรือกลุ่มคน Native language: ภาษาแม่ หรือภาษาประจำชาติ บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Native” มักถูกใช้เมื่อต้องการเน้นย้ำถึงความเป็นต้นกำเนิด ความเป็นพื้นเมือง หรือความเป็นธรรมชาติของสิ่งนั้นๆ โดยเฉพาะในการอ้างอิงถึงบุคคล ภาษา วัฒนธรรม…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *