"Depression” แปลว่า

“Depression” แปลว่า ภาวะซึมเศร้า ซึ่งเป็นอาการทางอารมณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึก การคิด และการกระทำ ทำให้เกิดความรู้สึกเศร้า สิ้นหวัง หรือหมดความสนใจในสิ่งต่างๆ ที่เคยชอบ

ในชีวิตประจำวัน คนมักใช้คำว่า “Depression” เพื่ออธิบายสภาวะทางอารมณ์ที่รู้สึกแย่มากๆ รู้สึกหดหู่ หรือไม่มีเรี่ยวแรง เหมือนกับเวลาที่รู้สึกเหนื่อยใจ หรือท้อแท้มากๆ จนไม่อยากทำอะไรเลย บางครั้งก็ใช้เปรียบเทียบกับสภาวะที่รู้สึกดาวน์มากๆ หรือรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง

ความหมายและการใช้งาน

“Depression” ในภาษาไทยหมายถึง “ภาวะซึมเศร้า” เป็นอาการที่ส่งผลต่อความรู้สึกนึกคิดและพฤติกรรม ทำให้ผู้ที่เป็นรู้สึกเศร้าอย่างต่อเนื่อง หมดความสนใจในกิจกรรมต่างๆ ที่เคยทำ รู้สึกเหนื่อยล้า เบื่อหน่าย หรือมีความคิดในแง่ลบเกี่ยวกับตัวเองและอนาคต

ตัวอย่างการใช้งาน

“ช่วงนี้รู้สึกว่าตัวเองมีอาการเหมือนเป็น Depression เลย ไม่อยากทำอะไรเลย”

“ถ้ามีอาการ Depression ควรไปปรึกษาจิตแพทย์นะครับ”

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Depression” มักถูกใช้เมื่อพูดถึงปัญหาสุขภาพจิตที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความเครียด การสูญเสีย หรือปัจจัยทางพันธุกรรม

FAQ SECTION

“Depression” ต่างจากความเศร้าทั่วไปอย่างไร?

ความเศร้าเป็นอารมณ์ปกติที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนเมื่อเจอเรื่องไม่ดี แต่ “Depression” หรือภาวะซึมเศร้า เป็นอาการที่รุนแรงกว่าและต่อเนื่องยาวนานกว่า ทำให้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก

“Depression” เป็นอันตรายหรือไม่?

“Depression” สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตอย่างรุนแรง หากไม่ได้รับการดูแลหรือรักษาที่เหมาะสม อาจนำไปสู่ปัญหาที่ร้ายแรงกว่าเดิมได้

Similar Posts

  • "Hips” แปลว่า

    คำว่า “Hips” ในภาษาไทยหมายถึง “สะโพก” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่อยู่บริเวณด้านข้างของลำตัวใต้เอวลงไป เป็นส่วนที่เชื่อมต่อระหว่างลำตัวกับขา และมีหน้าที่สำคัญในการรองรับน้ำหนักตัว การเคลื่อนไหว และการทรงตัว ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Hips” หรือ “สะโพก” เมื่อพูดถึงรูปร่างของคน เช่น “เธอมี Hips ที่ผายสวย” หรือเมื่อพูดถึงอาการบาดเจ็บ เช่น “ฉันปวด Hips เวลาเดิน” นอกจากนี้ยังใช้ในการอธิบายท่าทางต่างๆ เช่น ท่าเต้นที่เน้นการขยับ Hips หรือการนั่งที่ต้องวางน้ำหนักลงบน Hips ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Hips” หมายถึง “สะโพก” ซึ่งเป็นกระดูกเชิงกรานและกล้ามเนื้อบริเวณนั้น เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยในการยืน เดิน วิ่ง และทรงตัว ในทางการแพทย์ “Hips” อาจหมายถึงข้อสะโพก ซึ่งเป็นข้อต่อระหว่างกระดูกต้นขา (femur) กับกระดูกเชิงกราน (pelvis) ตัวอย่างการใช้งาน “นักเต้นคนนั้นขยับ Hips ได้อย่างพลิ้วไหว” “หลังจากล้ม ฉันรู้สึกเจ็บที่ Hips มาก”…

  • "Dependence” แปลว่า

    คำว่า “Dependence” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “การพึ่งพา” หรือ “การติด” ซึ่งหมายถึงสภาวะที่บุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่สามารถทำงานได้ด้วยตนเอง จำเป็นต้องอาศัยผู้อื่น หรือสิ่งอื่นในการดำรงอยู่ หรือเพื่อให้บรรลุเป้าหมายบางอย่าง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเห็นคำว่า “Dependence” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เด็กทารกยังต้องพึ่งพาพ่อแม่ในการดูแลทุกอย่าง หรือบางคนอาจจะติดกาแฟในตอนเช้าจนขาดไม่ได้ ถ้าไม่ได้ดื่มก็จะรู้สึกไม่สดชื่น หรือมีอาการปวดหัว นี่ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการพึ่งพาที่เกิดขึ้นกับร่างกายและจิตใจ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Dependence” สื่อถึงความสัมพันธ์ที่ฝ่ายหนึ่งต้องอาศัยอีกฝ่ายหนึ่ง อาจเป็นในเชิงกายภาพ จิตใจ หรือการทำงาน ในกรณีที่ใช้ในบริบทเชิงลบ เช่น “drug dependence” จะหมายถึงการติดยา ซึ่งร่างกายคุ้นชินกับยาจนไม่สามารถหยุดใช้ได้ ตัวอย่าง “The child shows a strong emotional dependence on his mother.” (เด็กคนนี้แสดงออกถึงการพึ่งพาทางอารมณ์อย่างมากต่อแม่ของเขา) “Many developing countries have a dependence on foreign aid.”…

  • "Cliche” แปลว่า

    คำว่า “Cliche” (คลิเช) ในภาษาไทย หมายถึง สำนวน วลี หรือความคิดที่ถูกนำมาใช้ซ้ำๆ จนกลายเป็นเรื่องธรรมดา ไม่น่าตื่นเต้น หรือขาดความสดใหม่ ทำให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านรู้สึกคุ้นเคยจนเกินไป และอาจมองว่าขาดความคิดสร้างสรรค์ หรือเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ง่าย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า Cliche ได้บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นในบทสนทนา ภาพยนตร์ เพลง โฆษณา หรือแม้แต่การเขียนเรียงความ เมื่อมีคนพูดถึงเรื่องอะไรที่ใช้คำพูด หรือแสดงออกในลักษณะเดิมๆ ที่เคยได้ยินหรือเห็นมาแล้วหลายครั้ง เราก็จะบอกว่า “มันดู Cliche ไปหน่อย” หรือ “อันนี้มัน Cliche มากเลย” เป็นการบ่งบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องใหม่ หรือไม่น่าสนใจเท่าที่ควร ความหมายและการใช้งาน Cliche คือการใช้ถ้อยคำ สำนวน หรือแนวคิดที่ซ้ำซากจำเจ จนสูญเสียความหมาย หรือความน่าสนใจดั้งเดิมไป มักพบในงานเขียน งานพูด หรือสื่อต่างๆ ที่ต้องการสื่อสาร แต่ใช้วิธีการที่คนทั่วไปคุ้นเคยอยู่แล้ว ตัวอย่าง ตัวอย่าง Cliche ที่พบบ่อย เช่น “รักแท้มีอยู่จริง” ที่มักจะถูกใช้ในนิยายรัก…

  • "i” แปลว่า

    “i” เป็นคำสรรพนามบุรุษที่ 1 ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “ฉัน” หรือ “ผม” ใช้เมื่อผู้พูดต้องการกล่าวถึงตนเอง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นคำว่า “i” อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในการสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต โซเชียลมีเดีย หรือแม้แต่ในการสนทนาทั่วไป คนไทยเองก็นิยมใช้คำว่า “i” ในการเขียนข้อความภาษาอังกฤษ หรือแม้แต่ผสมคำว่า “i” เข้าไปในประโยคภาษาไทยสั้นๆ เพื่อให้ดูทันสมัย หรือสื่อสารได้กระชับขึ้น ตัวอย่างเช่น เมื่อต้องการบอกว่า “ฉันจะไป” ก็อาจจะเขียนว่า “i go” หรือเมื่อต้องการถามว่า “คุณเป็นอย่างไรบ้าง” ก็อาจจะใช้ “how are you?” ซึ่ง “you” ก็เป็นสรรพนามบุรุษที่ 2 และ “i” ก็คือผู้พูดเอง ความหมายและการใช้งาน “i” คือคำสรรพนามบุรุษที่ 1 เอกพจน์ (singular first-person pronoun) ในภาษาอังกฤษ ใช้แทนตัวผู้พูดเสมอ ไม่ว่าจะพูดกับใคร หรือในสถานการณ์ใดก็ตาม…

  • "Trace” แปลว่า

    คำว่า “Trace” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “การติดตาม” หรือ “ร่องรอย” ค่ะ มันหมายถึงการสืบหาต้นตอ การค้นหาเส้นทาง หรือการมองหาหลักฐานที่หลงเหลืออยู่ เพื่อให้รู้ว่าสิ่งนั้นมาจากไหน หรือไปอยู่ที่ไหน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Trace” ในหลายบริบท เช่น เวลาที่เราต้องการตามหาว่าอีเมลที่เราส่งไปนั้น ผู้รับได้รับหรือยัง หรือเวลาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังแกะรอยผู้กระทำผิด พวกเขาก็จะทำการ “trace” หลักฐานต่างๆ เพื่อนำไปสู่คนร้าย นอกจากนี้ ในแง่ของเทคโนโลยี เราอาจได้ยินคำว่า “trace” ในบริบทของการตรวจสอบเส้นทางการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หรือการติดตามการทำงานของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อหาข้อผิดพลาดค่ะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Trace” หมายถึง การสืบหา การแกะรอย หรือการค้นหาร่องรอยของบางสิ่งบางอย่าง เพื่อให้ทราบถึงที่มา ต้นกำเนิด หรือเส้นทางที่สิ่งนั้นได้ผ่านไป หรือหากมีความหมายว่า “ร่องรอย” ก็จะหมายถึงสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่หลงเหลืออยู่เป็นหลักฐานได้เช่นกัน ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น “I need to trace this package…

  • "sink” แปลว่า

    คำว่า “sink” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “อ่างล้างจาน” หรือ “อ่างล้างหน้า/อ่างล้างมือ” ครับ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในห้องครัวหรือห้องน้ำสำหรับล้างสิ่งของต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “sink” บ่อยๆ ในบริบทของห้องครัว โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงการล้างจาน ล้างผักผลไม้ หรือเตรียมอาหาร ก็จะพูดถึง “kitchen sink” นั่นเอง ส่วนในห้องน้ำ ก็จะหมายถึง “bathroom sink” หรือ “lavatory sink” ซึ่งเป็นที่สำหรับล้างหน้า แปรงฟัน หรือล้างมือครับ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “sink” หมายถึงภาชนะที่มีลักษณะเป็นแอ่งหรืออ่าง มักทำจากเซรามิก สแตนเลส หรือวัสดุอื่นๆ ที่ทนทาน มีท่อระบายน้ำ และมักจะมีก๊อกน้ำติดตั้งอยู่ด้วย ใช้สำหรับรองรับน้ำและสิ่งของที่ต้องการล้าง ตัวอย่างการใช้งาน ในครัว: “ช่วยเอาจานไปล้างใน kitchen sink หน่อย” (Please help wash the dishes in the…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *