"Deliberate” แปลว่า

คำว่า “deliberate” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ การกระทำที่ทำอย่างตั้งใจ จงใจ หรือไตร่ตรองมาก่อน ไม่ใช่การกระทำโดยบังเอิญ หรือเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำนี้เพื่ออธิบายการตัดสินใจหรือการกระทำที่ผ่านการคิดมาอย่างรอบคอบแล้ว เช่น เวลาใครวางแผนอะไรบางอย่าง หรือพูดอะไรบางอย่างออกมาอย่างจงใจ ไม่ใช่พลั้งปากไป การกระทำที่ “deliberate” มักจะบ่งบอกถึงความรอบคอบ การมีเป้าหมาย หรือความตั้งใจที่ชัดเจน

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “deliberate” สามารถใช้ได้ทั้งเป็นคำกริยา (verb) และคำคุณศัพท์ (adjective)

  • **ในฐานะคำกริยา:** หมายถึง การคิดใคร่ครวญอย่างรอบคอบ หรือการปรึกษาหารือกันอย่างจริงจัง
  • **ในฐานะคำคุณศัพท์:** หมายถึง การกระทำที่ทำอย่างจงใจ ตั้งใจ หรือผ่านการไตร่ตรองมาแล้ว

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “He made a deliberate choice to quit his job.” (เขาตัดสินใจอย่าง จงใจ ที่จะลาออกจากงาน)
  • “The committee will deliberate on the new proposal.” (คณะกรรมการจะ พิจารณา ข้อเสนอใหม่นี้อย่างรอบคอบ)
  • “Her movements were slow and deliberate.” (การเคลื่อนไหวของเธอช้าและ อย่างจงใจ)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “deliberate” มักใช้ในบริบทที่ต้องการเน้นย้ำว่าการกระทำนั้นๆ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากการตัดสินใจหรือการวางแผนที่ผ่านการคิดมาแล้ว เช่น ในการอธิบายเหตุการณ์สำคัญ การตัดสินใจทางธุรกิจ หรือการกระทำที่มีผลกระทบ

FAQ SECTION

“deliberate” กับ “intentional” ต่างกันอย่างไร?

“Deliberate” เน้นที่กระบวนการคิดและการไตร่ตรองก่อนการกระทำ ในขณะที่ “intentional” เน้นที่ความตั้งใจที่จะกระทำสิ่งนั้นๆ โดยตรง

การกระทำที่ “deliberate” เป็นสิ่งที่ดีเสมอไปหรือไม่?

ไม่เสมอไป การกระทำที่ “deliberate” คือการกระทำที่จงใจ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งเรื่องดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับเจตนาและผลลัพธ์ของการกระทำนั้นๆ

Similar Posts

  • "Literary” แปลว่า

    คำว่า “Literary” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่ใช้อธิบายถึงสิ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับวรรณกรรม หรือมีคุณภาพที่โดดเด่นในด้านวรรณกรรม โดยทั่วไปแล้วจะหมายถึงสิ่งที่มีความงดงามทางภาษา มีความลึกซึ้งทางความคิด หรือมีคุณค่าทางศิลปะที่สูงส่ง ซึ่งสามารถพบได้ในงานเขียนประเภทต่างๆ เช่น บทกวี นวนิยาย บทละคร หรือแม้แต่งานเขียนเชิงวิชาการที่ใช้ภาษาได้อย่างสละสลวยและมีชั้นเชิง ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเจอคำว่า “Literary” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เมื่อพูดถึงนักเขียนที่ได้รับการยอมรับในวงกว้างว่าเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงาน “literary” หรือเมื่อมีการวิจารณ์หนังสือเล่มหนึ่งว่ามีลักษณะ “literary” ซึ่งหมายความว่าหนังสือเล่มนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่นิยายทั่วไป แต่มีความซับซ้อนทางอารมณ์ การใช้ภาษาที่ประณีต หรือการสำรวจประเด็นที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ นอกจากนี้ ยังอาจใช้เพื่ออธิบายถึงงานเทศกาลที่จัดเกี่ยวกับวรรณกรรม หรือรางวัลที่มอบให้กับผลงานที่มีความเป็นเลิศทางวรรณกรรม ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Literary” แปลตรงตัวว่า “เกี่ยวกับวรรณกรรม” หรือ “มีลักษณะของวรรณกรรม” การใช้งานในภาษาไทยมักจะเน้นไปที่การบ่งบอกถึงคุณภาพ ความโดดเด่น และคุณค่าทางศิลปะของงานเขียน หรือสิ่งที่มีความเชื่อมโยงกับโลกของวรรณกรรม เช่น การใช้ภาษาที่สละสลวย การมีเนื้อหาที่ลึกซึ้ง หรือการสะท้อนภาพชีวิตและสังคมได้อย่างมีชั้นเชิง ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น เราอาจพูดว่า “นวนิยายเรื่องนี้ถือเป็นผลงาน literary ชิ้นเอกของนักเขียน” ซึ่งหมายความว่านวนิยายเรื่องนั้นมีคุณภาพสูงในด้านการประพันธ์ มีการใช้ภาษาที่งดงามและเนื้อหาที่ลึกซึ้งกินใจ หรืออาจได้ยินว่า “เขาเป็นนักวิจารณ์ literary…

  • "Recognition” แปลว่า

    คำว่า “Recognition” ในภาษาไทยมีความหมายว่า การยอมรับ การเห็นคุณค่า หรือการยกย่อง เป็นการแสดงออกว่าเราเห็นความสำคัญ ความสามารถ หรือการกระทำของใครบางคน ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบของการกล่าวชม การให้รางวัล การเลื่อนตำแหน่ง หรือแม้แต่การจดจำชื่อและผลงาน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นคำว่า Recognition ถูกนำไปใช้ในบริบทต่างๆ มากมาย เช่น ในที่ทำงานที่บริษัทอาจมีโปรแกรม “Employee Recognition” เพื่อมอบรางวัลให้กับพนักงานที่ทำผลงานได้ดีเยี่ยม หรือในวงการบันเทิงที่นักแสดงจะได้รับ “Recognition” จากผลงานการแสดงที่เข้าตาผู้ชมและนักวิจารณ์ การได้รับการยอมรับนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสร้างกำลังใจและความภาคภูมิใจให้กับบุคคลนั้นๆ ความหมายและการใช้งาน “Recognition” หมายถึง การที่บุคคลหรือกลุ่มคนยอมรับ หรือเห็นคุณค่าในสิ่งที่ผู้อื่นได้ทำลงไป ซึ่งอาจเป็นผลงาน ความพยายาม ความสำเร็จ หรือแม้แต่การมีตัวตนอยู่ การใช้งานในชีวิตประจำวันมักเกี่ยวข้องกับการให้ความสำคัญ การยกย่อง หรือการตอบแทนการกระทำดีๆ ตัวอย่าง การให้รางวัลพนักงานดีเด่นของเดือน (Employee of the Month Recognition) การกล่าวขอบคุณนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบสิ่งใหม่ (Scientific Recognition) การที่คนทั่วไปจดจำชื่อเสียงของศิลปิน (Public Recognition) บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “Recognition”…

  • "Hitting” แปลว่า

    คำว่า “Hitting” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ การตี การชน หรือการกระทบ ซึ่งสามารถนำไปใช้ในบริบทที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และสิ่งที่ถูกตีหรือชน ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Hitting” ในหลายๆ สถานการณ์ เช่น เมื่อพูดถึงการเล่นกีฬาที่ต้องใช้การตี เช่น เบสบอล (baseball) หรือเทนนิส (tennis) หรืออาจใช้ในความหมายของการไปถึงหรือประสบความสำเร็จในบางสิ่งบางอย่าง เช่น “Hitting the target” ที่แปลว่า การบรรลุเป้าหมาย หรือในเชิงธุรกิจ อาจหมายถึงการประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว เช่น “The new product is hitting the market” ซึ่งแปลว่า สินค้าใหม่กำลังออกสู่ตลาดและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Hitting” โดยทั่วไปหมายถึง การใช้แรงกระแทกกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือการไปถึงบางสิ่งบางอย่าง ตัวอย่างการใช้งาน “The ball is hitting the wall.” (ลูกบอลกำลังกระทบกำแพง) “She…

  • "Elbow” แปลว่า

    “Elbow” แปลว่า “ข้อศอก” ครับ เป็นส่วนของร่างกายที่เชื่อมต่อระหว่างกระดูกต้นแขน (humerus) กับกระดูกปลายแขน (radius และ ulna) ทำหน้าที่สำคัญในการงอและเหยียดแขน ทำให้เราทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ ในชีวิตประจำวัน เราใช้ “Elbow” หรือข้อศอกในหลากหลายสถานการณ์ครับ เช่น เวลาที่เราต้องการเอื้อมหยิบของที่อยู่ไกลออกไป หรือเวลาที่เราต้องใช้แขนในการพยุงตัว เช่น เวลาลุกขึ้นยืน หรือเวลาที่ต้องใช้ศอกดันสิ่งของเบาๆ บางครั้งเราอาจจะใช้คำว่า “Elbow” ในเชิงเปรียบเทียบด้วย เช่น “elbow room” ที่หมายถึงพื้นที่ว่างพอที่จะขยับตัวได้สะดวก หรือเวลาที่รู้สึกอึดอัด ก็อาจจะบอกว่า “ไม่มี elbow room เลย” ความหมายและการใช้งาน “Elbow” ในภาษาไทยคือ “ข้อศอก” เป็นส่วนสำคัญของแขนที่ช่วยในการเคลื่อนไหว การใช้งานในชีวิตประจำวันมีหลากหลาย ตั้งแต่การหยิบจับสิ่งของ การพยุงตัว ไปจนถึงการใช้ในสำนวนเปรียบเทียบ ตัวอย่างการใช้งาน “He hit his elbow on the table.” (เขาชนข้อศอกกับโต๊ะ) “She…

  • "Chapter” แปลว่า

    คำว่า “Chapter” ในภาษาไทยมีความหมายหลักว่า “บท” หรือ “ตอน” ซึ่งใช้ในการแบ่งเนื้อหาของหนังสือ วรรณกรรม รายงาน หรือเอกสารต่างๆ ให้เป็นส่วนย่อยๆ เพื่อให้ง่ายต่อการอ่าน การทำความเข้าใจ และการอ้างอิง โดยแต่ละ Chapter มักจะครอบคลุมประเด็นหรือหัวข้อที่แตกต่างกันไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Chapter” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เมื่ออ่านหนังสือเรียน เราจะเห็นการแบ่งเนื้อหาเป็น Chapter 1, Chapter 2 ไปจนถึงบทสุดท้าย หรือเมื่อดูซีรีส์ เราอาจจะเห็นการแบ่งเป็น “Chapter 1: The Beginning” หรือ “Chapter 2: The Revelation” เพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่ดำเนินไปทีละส่วน หรือแม้กระทั่งในการประชุมบางครั้งอาจมีการแบ่งการนำเสนอออกเป็น “Chapter” ต่างๆ เพื่อให้การสื่อสารเป็นระบบและชัดเจนยิ่งขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Chapter” หมายถึง ส่วนหนึ่งของเนื้อหาที่ถูกแบ่งออกมาอย่างเป็นระเบียบ โดยมักจะมีหัวข้อหรือเรื่องราวที่ต่อเนื่องกันไปตามลำดับ การใช้ “Chapter” ช่วยจัดโครงสร้างของข้อมูล ทำให้ผู้อ่านสามารถติดตามเรื่องราวหรือการนำเสนอได้อย่างเป็นขั้นตอน…

  • "Concluded” แปลว่า

    คำว่า “Concluded” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ มีความหมายว่า “สรุปได้ว่า”, “ยุติลง”, “สิ้นสุด” หรือ “ลงเอย” ใช้เมื่อต้องการกล่าวถึงการสิ้นสุดของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการประชุม การอภิปราย เรื่องราว หรือเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นหรือได้ยินคำว่า “Concluded” ในบริบทที่บ่งบอกถึงการปิดฉากบางอย่าง เช่น เมื่อผู้ดำเนินรายการกล่าวปิดการสัมมนาว่า “The seminar has now concluded.” ซึ่งหมายถึง “การสัมมนาได้สิ้นสุดลงแล้ว” หรือเมื่อนักสืบสรุปคดีได้ว่า “The case has been concluded.” ก็คือ “คดีได้ถูกสรุปและปิดลงแล้ว” เป็นการบอกให้ทราบว่าเรื่องราวนั้นๆ ได้ดำเนินมาถึงบทสรุปหรือจุดจบแล้ว ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Concluded” มาจากกริยา “conclude” ซึ่งหมายถึง การทำให้สิ้นสุด การสรุป หรือการตัดสิน การใช้ในรูปอดีตกาล (past tense) หรือกริยาช่อง 3 (past participle) เพื่อบอกว่าสิ่งนั้นๆ ได้สิ้นสุดลงไปแล้ว…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *