"Deducted” แปลว่า

คำว่า “Deducted” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ถูกหักออก” หรือ “ถูกนำไปหักลบ” โดยทั่วไปแล้วจะใช้เมื่อมีการนำบางสิ่งบางอย่างออกจากจำนวนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเงิน ค่าใช้จ่าย หรือคะแนน

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Deducted” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเงินเดือนถูกหักภาษี หรือเมื่อมีการลดราคาจากการซื้อสินค้า บางครั้งก็ใช้กับการหักคะแนนจากการทำผิดกฎ หรือแม้แต่การหักลบข้อมูลบางส่วนออกจากชุดข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Deducted” มาจากกริยา “deduct” ซึ่งแปลว่า หักออก, นำไปหักลบ, คิดลด

ตัวอย่าง

ตัวอย่างที่ 1: “Your salary will be deducted for taxes.” (เงินเดือนของคุณจะถูกหักภาษี)

ตัวอย่างที่ 2: “A discount of 10% was deducted from the total price.” (มีการหักส่วนลด 10% ออกจากราคารวม)

ตัวอย่างที่ 3: “Points were deducted for the mistake.” (คะแนนถูกหักออกเนื่องจากความผิดพลาด)

บริบท / การใช้งานทั่วไป

คำนี้มักใช้ในบริบททางการเงิน การบัญชี การศึกษา หรือการประเมินผลต่างๆ ที่มีการนำส่วนหนึ่งออกไปจากจำนวนเต็ม

🔷 FAQ SECTION

“Deducted” แตกต่างจาก “Subtracted” อย่างไร?

“Deducted” มักจะใช้ในบริบทที่เฉพาะเจาะจงกว่า เช่น การหักเงินเดือน ภาษี หรือส่วนลด ในขณะที่ “Subtracted” เป็นคำทั่วไปที่หมายถึงการลบออกทางคณิตศาสตร์

มีคำไทยคำใดที่ใช้แทน “Deducted” ได้บ้าง?

คำไทยที่ใช้แทนได้ เช่น “ถูกหัก”, “ถูกหักลบ”, “ถูกนำไปหักออก”, “หักลด”

Similar Posts

  • "Mouse” แปลว่า

    คำว่า “Mouse” ในภาษาไทย หมายถึง หนู ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก มีหางยาว มักถูกเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง หรือพบเห็นได้ทั่วไปในธรรมชาติ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Mouse” เพื่ออ้างถึงสัตว์ชนิดนี้ ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง การเล่าเรื่อง หรือการกล่าวถึงในบริบทต่างๆ เช่น “บ้านฉันเลี้ยง Mouse ตัวเล็กน่ารัก” หรือ “ระวัง Mouse อาจจะเข้ามาในบ้านได้” เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน Mouse หมายถึง หนู ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีลักษณะเฉพาะคือ มีขนาดเล็ก มีขนปกคลุมร่างกาย มีหางยาว และมีประสาทสัมผัสที่ดี มักออกหากินในเวลากลางคืน ในประเทศไทย คำว่า “หนู” เป็นคำที่ใช้เรียกสัตว์ชนิดนี้โดยทั่วไป แต่เมื่อต้องการระบุว่าเป็นสัตว์เลี้ยง หรือต้องการใช้ในภาษาที่เป็นสากลมากขึ้น อาจมีการใช้คำว่า “Mouse” ทับศัพท์ หรือใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมต่างประเทศ ตัวอย่างการใช้งาน เราอาจได้ยินการใช้คำว่า “Mouse” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น: เมื่อพูดถึงสัตว์เลี้ยง: “ฉันกำลังจะไปซื้อ Mouse สีขาวมาเลี้ยงที่บ้าน” เมื่อพูดถึงสัตว์ในธรรมชาติ:…

  • "Height” แปลว่า

    คำว่า “Height” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “ความสูง” ครับ เป็นการบอกถึงระยะจากจุดต่ำสุดถึงจุดสูงสุดของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ หรือแม้กระทั่งสิ่งที่เป็นนามธรรมอย่างภูเขาหรืออาคาร ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Height” อยู่บ่อยครั้ง เช่น เวลาวัดส่วนสูงของคนเพื่อดูว่าสูงเท่าไหร่ หรือเวลาพูดถึงความสูงของตึกที่น่าทึ่ง บางครั้งก็ใช้เปรียบเทียบ เช่น “ความสูงของเป้าหมาย” ในเชิงเปรียบเปรยก็ได้ครับ ความหมายและการใช้งาน ความหมายหลักของ “Height” คือ ความสูง หรือระยะจากพื้นถึงยอด ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น: “What is your height?” (คุณสูงเท่าไหร่?) “The height of the building is 300 meters.” (ความสูงของตึกนี้คือ 300 เมตร) “The mountain reached a great height.” (ภูเขาลูกนั้นมีความสูงมาก) บริบทที่ใช้บ่อย “Height”…

  • "State” แปลว่า

    คำว่า “State” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ที่เกี่ยวกับการปกครอง การบริหารจัดการ หรือสภาวะต่างๆ โดยทั่วไปแล้ว เมื่อพูดถึง “State” ในบริบทของการเมืองการปกครอง จะหมายถึง “รัฐ” ซึ่งเป็นหน่วยทางการเมืองที่มีอำนาจอธิปไตย มีอาณาเขต ประชาชน และรัฐบาลของตนเอง นอกจากนี้ “State” ยังสามารถหมายถึง “สภาวะ” หรือ “สถานะ” ของสิ่งต่างๆ ได้ด้วย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “State” ในหลายบริบท เช่น เวลาพูดถึงการเมือง เราอาจได้ยินคำว่า “United States of America” ซึ่งก็คือประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ “State Government” ที่หมายถึงรัฐบาลของรัฐใดรัฐหนึ่ง ในอีกความหมายหนึ่ง “State” สามารถใช้เพื่ออธิบายสภาวะของสิ่งต่างๆ ได้ เช่น “The patient is in a stable state” หมายถึง ผู้ป่วยอยู่ในสภาวะที่คงที่ หรือ…

  • "Collaborative” แปลว่า

    คำว่า “Collaborative” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การทำงานร่วมกัน การร่วมมือกัน หรือการประสานงานกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายบางอย่าง โดยแต่ละฝ่ายจะนำความรู้ ความสามารถ หรือทรัพยากรของตนเองมาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานหรือแก้ไขปัญหา ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอการทำงานแบบ collaborative อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานเป็นทีมในที่ทำงาน การทำโปรเจกต์กลุ่มในมหาวิทยาลัย หรือแม้กระทั่งการช่วยกันวางแผนกิจกรรมกับเพื่อนฝูง การทำงานลักษณะนี้จะช่วยให้เราได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้เรียนรู้จากผู้อื่น และมักจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการทำงานคนเดียว ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Collaborative” เน้นที่การมีส่วนร่วมและการทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การมอบหมายงานให้กัน แต่เป็นการช่วยกันคิด ช่วยกันทำ และช่วยกันตัดสินใจ เพื่อให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ตัวอย่างการใช้งาน ในที่ทำงาน หัวหน้าอาจจะบอกว่า “เราต้องทำงานแบบ collaborative มากขึ้น เพื่อให้โปรเจกต์นี้เสร็จทันเวลา” หรือในการเรียนมหาวิทยาลัย อาจารย์อาจจะสั่งงานกลุ่มโดยระบุว่า “ให้นักศึกษาทำงานแบบ collaborative เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ” ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะพูดว่า “การวางแผนเที่ยวครั้งนี้ เราทำแบบ collaborative กัน สนุกดีนะ” บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Collaborative” มักถูกใช้ในบริบทของการทำงาน การศึกษา การพัฒนาโครงการ…

  • "ศักดิ์สิทธิ์” แปลว่า

    คำว่า “ศักดิ์สิทธิ์” โดยทั่วไปแล้วหมายถึง สิ่งที่มีความสำคัญ ล้ำค่า น่าเคารพนับถือ และมักเกี่ยวข้องกับเรื่องเหนือธรรมชาติ ศาสนา หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มนุษย์ไม่อาจล่วงรู้ได้ เป็นสิ่งที่ผู้คนให้ความยำเกรงและเชื่อว่ามีอำนาจพิเศษ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “ศักดิ์สิทธิ์” เพื่อกล่าวถึงสถานที่สำคัญทางศาสนา เช่น วัด โบสถ์ มัสยิด หรือสิ่งของที่เชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ เช่น พระเครื่อง วัตถุมงคล หรือแม้แต่บุคคลบางท่านที่ได้รับการยกย่องว่ามีคุณธรรมสูงส่งจนเป็นที่เคารพสักการะ การใช้คำนี้ยังสื่อถึงความรู้สึกเคารพ เกรงขาม และความเชื่อในอำนาจของสิ่งนั้นๆ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “ศักดิ์สิทธิ์” สื่อถึงความสูงส่ง น่าเคารพ และมีความสำคัญเหนือกว่าสิ่งทั่วไป มักใช้กับสิ่งที่เป็นที่เคารพทางศาสนา สถานที่สำคัญ หรือวัตถุที่เชื่อว่ามีพลังอำนาจพิเศษ ตัวอย่างการใช้งาน เราไปกราบสักการะพระพุทธรูปที่วัดแห่งนั้นซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์มาก เชื่อกันว่าน้ำในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์นี้มีคุณวิเศษ พิธีนี้เป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่จัดขึ้นอย่างเคร่งขรัด บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “ศักดิ์สิทธิ์” มักพบในบริบทที่เกี่ยวกับศาสนา ความเชื่อ วัฒนธรรม ประเพณี และพิธีกรรมต่างๆ รวมถึงการกล่าวถึงสถานที่หรือวัตถุที่ผู้คนให้ความเคารพนับถือเป็นพิเศษ “ศักดิ์สิทธิ์” ต่างจาก “สำคัญ” อย่างไร? คำว่า “สำคัญ” หมายถึง…

  • "Discharge” แปลว่า

    คำว่า “Discharge” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า การปลดปล่อย, การปล่อยออก, การยกเลิก, หรือการทำให้พ้นจากหน้าที่หรือภาระผูกพัน ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Discharge” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อพูดถึงผู้ป่วยที่ออกจากโรงพยาบาล แพทย์อาจจะบอกว่าผู้ป่วยได้รับการ “discharge” แล้ว ซึ่งหมายถึงการอนุญาตให้กลับบ้านได้ หรือในบริบทของการทำงาน หากพนักงานคนหนึ่งถูกเลิกจ้าง ก็อาจจะเรียกว่าเขาถูก “discharge” จากตำแหน่ง หรือหากพูดถึงการปลดปล่อยแบตเตอรี่ ก็หมายถึงการคายประจุไฟฟ้าออกมา ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Discharge” สามารถแปลเป็นภาษาไทยได้หลายความหมายหลักๆ ดังนี้: การปล่อย (ออกจากโรงพยาบาล): ใช้กับผู้ป่วยที่รักษาหายดีแล้ว หรืออาการดีขึ้นจนแพทย์อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้ การปลดเปลื้อง/การยกเลิก (ภาระหน้าที่, สัญญา): หมายถึงการสิ้นสุดของความรับผิดชอบ หรือการยกเลิกข้อตกลงต่างๆ เช่น การปลดประจำการทหาร การยกเลิกสัญญาจ้าง การคายประจุ (ไฟฟ้า): ใช้ในบริบทของอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่ หมายถึงการที่แบตเตอรี่ปล่อยพลังงานไฟฟ้าออกมาจนหมด หรือลดระดับลง การปลดปล่อย (จากตำแหน่ง/หน้าที่): หมายถึงการให้ออกจากงาน หรือพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ ตัวอย่างการใช้งาน ทางการแพทย์: “ผู้ป่วยรายนี้มีอาการดีขึ้นมากแล้ว…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *