"Debuted” แปลว่า

คำว่า “Debuted” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การปรากฏตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก หรือการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการบันเทิง วงการแฟชั่น หรือวงการกีฬา

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Debuted” บ่อยครั้งเมื่อมีศิลปิน นักแสดง หรือวงดนตรีใหม่ๆ เปิดตัวผลงานเพลงหรือภาพยนตร์ครั้งแรก หรือเมื่อนักกีฬาดาวรุ่งลงแข่งขันอย่างเป็นทางการครั้งแรก นอกจากนี้ ยังสามารถใช้กับการเปิดตัวสินค้าใหม่ หรือแบรนด์ใหม่ๆ ที่เข้าสู่ตลาดเป็นครั้งแรกได้เช่นกัน

ความหมายและการใช้งาน

“Debuted” มาจากคำกริยา “debut” ซึ่งหมายถึง การแสดงครั้งแรก หรือการเปิดตัวครั้งแรก เมื่อเติม “-ed” เข้าไป จะกลายเป็นรูปอดีต (Past Tense) หรือคำคุณศัพท์ (Adjective) ที่บ่งบอกว่าสิ่งนั้นได้ผ่านการเปิดตัวไปแล้ว

ตัวอย่างการใช้งาน

  • นักร้องหน้าใหม่คนนั้น debuted เมื่อปีที่แล้วพร้อมกับเพลงฮิต
  • วงเกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่จะ debut ในเดือนหน้า
  • นักแสดงดาวรุ่งคนนี้เพิ่ง debuted ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์

บริบทและการใช้ทั่วไป

คำว่า “Debuted” มักใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการเริ่มต้นหรือการปรากฏตัวครั้งแรกในสายอาชีพหรือในวงการใดวงการหนึ่ง เป็นการบ่งบอกถึงจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการที่ทำให้สาธารณชนได้รู้จัก

“Debuted” แปลว่าอะไร?

“Debuted” แปลว่า ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรก หรือได้ปรากฏตัวต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการครั้งแรก

ใช้คำว่า “Debuted” ในสถานการณ์ไหนได้บ้าง?

สามารถใช้ได้เมื่อพูดถึงการเปิดตัวของศิลปิน นักแสดง วงดนตรี นักกีฬา สินค้า หรือแบรนด์ใหม่ๆ ที่เข้าสู่ตลาดหรือวงการนั้นๆ เป็นครั้งแรก

Similar Posts

  • "Empathic” แปลว่า

    คำว่า “Empathic” (เอ็มพาเธติก) เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การมีความสามารถในการเข้าใจและรับรู้ความรู้สึกของผู้อื่นได้อย่างลึกซึ้ง ราวกับว่าเรากำลังรู้สึกสิ่งนั้นไปพร้อมกับเขาด้วย เป็นการแสดงออกถึงความเข้าอกเข้าใจ เห็นอกเห็นใจผู้อื่นอย่างแท้จริง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอสถานการณ์ที่ต้องการความเป็น “Empathic” อยู่บ่อยครั้ง เช่น เมื่อเพื่อนกำลังเสียใจ เราสามารถรับฟังปัญหาของเขาด้วยความเข้าใจ ไม่ตัดสิน และแสดงความห่วงใยอย่างจริงใจ หรือเมื่อเห็นคนกำลังลำบาก เราก็รู้สึกอยากจะช่วยเหลือ เป็นต้น การเป็นคนที่มี Empathic จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น ทำให้คนรอบข้างรู้สึกสบายใจและไว้วางใจที่จะพูดคุยหรือขอความช่วยเหลือ ความหมายและการใช้งาน Empathic มาจากคำว่า Empathy ซึ่งหมายถึง ความเข้าอกเข้าใจ หรือความสามารถในการเอาใจเขามาใส่ใจเรา การเป็นคน Empathic คือการที่เราสามารถรับรู้และเข้าใจอารมณ์ ความรู้สึก ความคิด หรือประสบการณ์ของอีกฝ่ายได้ โดยอาจจะไม่ต้องเคยผ่านประสบการณ์เดียวกันมาก่อนก็ได้ แต่สามารถเชื่อมโยงและเข้าใจมุมมองของเขาได้ ตัวอย่างการใช้งาน ประโยคตัวอย่าง: “เธอเป็นคน Empathic มากเลยนะ คอยรับฟังปัญหาของทุกคนเสมอ” “นักจิตวิทยาที่ดีควรมีลักษณะ Empathic เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกไว้วางใจ” “การแสดงออกของนักแสดงในฉากนั้นดู Empathic จนคนดูรู้สึกอินไปด้วย” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า Empathic…

  • "Hustle” แปลว่า

    คำว่า “Hustle” ในภาษาไทยมีความหมายโดยรวมว่า การทำงานหนักอย่างเอาจริงเอาจัง การต่อสู้ดิ้นรน หรือการพยายามอย่างไม่ลดละเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการทำธุรกิจ การสร้างตัว หรือการไขว่คว้าความสำเร็จ มักจะสื่อถึงการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ ทั้งแรงกายและแรงใจ เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ ในชีวิตประจำวัน คนไทยอาจใช้คำว่า “Hustle” เพื่ออธิบายถึงคนที่กำลัง “ลุย” หรือ “ลุยงานหนัก” เพื่อให้ได้มาซึ่งรายได้ หรือเพื่อสร้างความก้าวหน้าในอาชีพการงาน เช่น นักธุรกิจที่ต้องทำงานหลายอย่างพร้อมกันเพื่อขยายกิจการ หรือนักศึกษาที่ต้องทำงานพิเศษไปด้วยพร้อมๆ กับการเรียน เพื่อหาเงินเลี้ยงชีพและเก็บออม บางครั้งก็ใช้ในเชิงให้กำลังใจว่า “ต้อง Hustle หน่อยนะ” เพื่อกระตุ้นให้มีความมุ่งมั่นในการทำสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จ ความหมายและการใช้งาน “Hustle” หมายถึง การลงมือทำอย่างกระตือรือร้นและต่อเนื่อง มักจะเกี่ยวข้องกับการทำเงิน การสร้างโอกาส หรือการบรรลุเป้าหมายที่ท้าทาย มันไม่ใช่แค่การทำงานหนัก แต่เป็นการทำงานอย่างชาญฉลาดด้วยความมุ่งมั่นและพลังงานที่สูง ตัวอย่างการใช้งาน “เขาต้อง Hustle มากเพื่อหาเงินมาส่งตัวเองเรียน” “ช่วงนี้ต้อง Hustle หนักหน่อย เพื่อให้ธุรกิจไปรอด” “ถ้าอยากประสบความสำเร็จ ก็ต้อง Hustle ให้ถึงที่สุด” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า…

  • "ปลง” แปลว่า

    คำว่า “ปลง” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ การยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ยากลำบาก หรือสิ่งที่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เป็นการปล่อยวางความคาดหวัง ความยึดติด หรือความทุกข์ใจที่เกิดจากสิ่งนั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “ปลง” ในบริบทของการเผชิญหน้ากับความผิดหวัง ความสูญเสีย หรือเหตุการณ์ที่ไม่เป็นไปตามที่คิด เมื่อมีคนพูดว่า “ปลงเถอะ” มักจะหมายถึงให้เรายอมรับสภาพที่เป็นอยู่ เลิกเสียใจ หรือเลิกพยายามต่อสู้กับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ เป็นการให้กำลังใจให้ก้าวต่อไปด้วยใจที่สงบขึ้น ความหมายและการใช้งาน “ปลง” หมายถึง การยอมรับความจริงอย่างสงบ ไม่ต่อต้าน หรือยึดติดกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เป็นการปลดเปลื้องความทุกข์ใจจากการคาดหวังหรือความผิดหวัง ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อเพื่อนอกหัก คนหนึ่งอาจจะปลอบใจว่า “ไม่เป็นไรนะ ปลงเถอะ หาคนใหม่ที่ดีกว่านี้ได้” หรือเมื่อเจอกับความผิดพลาดในการทำงานที่แก้ไขไม่ได้แล้ว อาจจะพูดว่า “ทำดีที่สุดแล้ว ปลงเถอะ แล้วเรียนรู้จากมัน” ในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บป่วยที่รักษาไม่ได้ ก็อาจจะมีการปลงเพื่อยอมรับสภาพร่างกายและใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้มีความสุข บริบทและการใช้ทั่วไป คำว่า “ปลง” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับอารมณ์ ความรู้สึก และการยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว ความสัมพันธ์ การงาน หรือแม้กระทั่งเรื่องที่เกี่ยวกับความเป็นความตาย เป็นคำที่สื่อถึงการมีสติรู้เท่าทันอารมณ์และยอมรับสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุม…

  • "Spinning” แปลว่า

    คำว่า “Spinning” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ การปั่น หรือ การหมุน ค่ะ โดยทั่วไปแล้ว เราจะใช้คำนี้เพื่ออธิบายการเคลื่อนไหวที่เป็นวงกลมซ้ำๆ หรือการหมุนรอบตัวเอง ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า “Spinning” ในบริบทของการออกกำลังกาย โดยเฉพาะคลาสปั่นจักรยานในร่มที่เรียกว่า “Spinning class” ซึ่งผู้คนจะปั่นจักรยานอยู่กับที่อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่ง เพื่อเผาผลาญพลังงานและเสริมสร้างความแข็งแรง นอกจากนี้ คำว่า “Spinning” ยังสามารถหมายถึงการหมุนของวัตถุต่างๆ เช่น ลูกข่างที่กำลังหมุน หรือแม้กระทั่งการปั่นเส้นใยเพื่อทำเป็นด้ายหรือผ้า ความหมายและการใช้งาน “Spinning” หมายถึง การหมุนหรือการปั่น การเคลื่อนไหวแบบนี้สามารถพบได้ในหลายสถานการณ์ ทั้งในเชิงกายภาพและการออกกำลังกาย ตัวอย่าง การออกกำลังกาย: “เธอไปเข้าคลาส Spinning ทุกวันอังคาร” วัตถุหมุน: “ลูกข่างหมุนอย่างรวดเร็วจนมองไม่เห็น” การผลิต: “โรงงานนี้ใช้เครื่องจักรในการ Spinning เส้นใยไหม” บริบทที่พบบ่อย บริบทที่พบบ่อยที่สุดของคำว่า “Spinning” ในภาษาไทยคือการออกกำลังกายในคลาส “Spinning class” ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในฟิตเนสต่างๆ 🔷 FAQ SECTION “Spinning”…

  • "Plus” แปลว่า

    คำว่า “Plus” เป็นคำภาษาอังกฤษที่นิยมนำมาใช้ในภาษาไทยเพื่อสื่อถึงความหมายของการ “บวก” หรือ “เพิ่มขึ้น” โดยส่วนใหญ่จะใช้ในบริบทของการแสดงส่วนที่เกินกว่ามาตรฐาน หรือการเพิ่มคุณสมบัติพิเศษเข้าไปจากเดิม ทำให้สิ่งนั้นมีความพิเศษหรือมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าปกติ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Plus” ในหลายสถานการณ์ เช่น การซื้อสินค้าที่มีรุ่น Plus ซึ่งหมายถึงรุ่นที่มีสเปกสูงกว่ารุ่นปกติ มีฟีเจอร์เพิ่มเติม หรือมีความจุมากกว่า หรือเมื่อพูดถึงแพ็กเกจบริการต่างๆ ที่มีคำว่า Plus ต่อท้าย ก็มักจะหมายถึงแพ็กเกจที่ให้สิทธิประโยชน์มากกว่าแพ็กเกจพื้นฐานทั่วไป นอกจากนี้ยังอาจใช้เพื่อบ่งบอกถึงข้อดีเพิ่มเติม หรือสิ่งที่เหนือกว่าในแง่มุมใดแง่มุมหนึ่ง ความหมายและการใช้งาน “Plus” หมายถึง การเพิ่ม การเสริม หรือส่วนที่เกินกว่าปกติ มักใช้เพื่อบ่งบอกถึงคุณสมบัติที่ดีขึ้น ความสามารถที่มากขึ้น หรือสิ่งที่ได้รับเพิ่มเติมจากพื้นฐาน ตัวอย่างการใช้งาน โทรศัพท์มือถือรุ่น Plus: หมายถึง รุ่นที่มีสเปกสูงกว่ารุ่นปกติ เช่น กล้องดีกว่า ความจุมากกว่า หรือมีฟีเจอร์พิเศษ แพ็กเกจ Plus: หมายถึง แพ็กเกจบริการที่ให้สิทธิประโยชน์มากกว่าแพ็กเกจมาตรฐาน เช่น อินเทอร์เน็ตที่ให้ปริมาณมากขึ้น หรือบริการเสริมอื่นๆ “คะแนนบวก” หรือ “ข้อดี Plus”:…

  • "เบ้บ” แปลว่า

    คำว่า “เบ้บ” (Babe) เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในหมู่คนไทย โดยเฉพาะในกลุ่มเพื่อนสนิท หรือคนรัก เพื่อใช้เรียกแทนชื่อ หรือเป็นคำที่แสดงถึงความเอ็นดู ความสนิทสนม หรือความรู้สึกพิเศษต่อบุคคลนั้นๆ ในชีวิตประจำวัน คนไทยมักจะใช้คำว่า “เบ้บ” ในสถานการณ์ที่ต้องการสื่อสารด้วยความรู้สึกที่อ่อนโยน เป็นกันเอง และแสดงถึงความใกล้ชิด เช่น เมื่อพูดคุยกับแฟน คู่รัก หรือเพื่อนสนิทมากๆ อาจจะเรียกอีกฝ่ายว่า “เบ้บ” เพื่อแสดงความรัก ความห่วงใย หรือหยอกล้อกันก็ได้ เป็นคำที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นส่วนตัว ความหมายและการใช้งาน โดยทั่วไป “เบ้บ” มีความหมายหลักๆ คือ เป็นคำเรียกที่แสดงถึงความรัก ความเอ็นดู หรือความสนิทสนม อาจใช้เรียกคนรัก แฟน หรือคนที่เราสนิทมากๆ โดยมีความหมายคล้ายกับคำว่า “ที่รัก” หรือ “ตัวเล็ก” ในภาษาไทย แต่ให้ความรู้สึกที่ทันสมัยและเป็นสากลกว่า ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อคุณต้องการทักทายคนรักที่ไม่ได้เจอกันนาน อาจจะพูดว่า “คิดถึงนะเบ้บ” หรือเมื่อเพื่อนสนิทกำลังทำเรื่องน่ารักๆ อาจจะพูดแซวว่า “โอ้โห เบ้บทำอะไรน่ะ” ในสถานการณ์ที่ต้องการให้กำลังใจ อาจจะพูดว่า “สู้ๆ นะเบ้บ”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *