"Debuted” แปลว่า

คำว่า “Debuted” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การปรากฏตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก หรือการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการบันเทิง วงการแฟชั่น หรือวงการกีฬา

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Debuted” บ่อยครั้งเมื่อมีศิลปิน นักแสดง หรือวงดนตรีใหม่ๆ เปิดตัวผลงานเพลงหรือภาพยนตร์ครั้งแรก หรือเมื่อนักกีฬาดาวรุ่งลงแข่งขันอย่างเป็นทางการครั้งแรก นอกจากนี้ ยังสามารถใช้กับการเปิดตัวสินค้าใหม่ หรือแบรนด์ใหม่ๆ ที่เข้าสู่ตลาดเป็นครั้งแรกได้เช่นกัน

ความหมายและการใช้งาน

“Debuted” มาจากคำกริยา “debut” ซึ่งหมายถึง การแสดงครั้งแรก หรือการเปิดตัวครั้งแรก เมื่อเติม “-ed” เข้าไป จะกลายเป็นรูปอดีต (Past Tense) หรือคำคุณศัพท์ (Adjective) ที่บ่งบอกว่าสิ่งนั้นได้ผ่านการเปิดตัวไปแล้ว

ตัวอย่างการใช้งาน

  • นักร้องหน้าใหม่คนนั้น debuted เมื่อปีที่แล้วพร้อมกับเพลงฮิต
  • วงเกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่จะ debut ในเดือนหน้า
  • นักแสดงดาวรุ่งคนนี้เพิ่ง debuted ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์

บริบทและการใช้ทั่วไป

คำว่า “Debuted” มักใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการเริ่มต้นหรือการปรากฏตัวครั้งแรกในสายอาชีพหรือในวงการใดวงการหนึ่ง เป็นการบ่งบอกถึงจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการที่ทำให้สาธารณชนได้รู้จัก

“Debuted” แปลว่าอะไร?

“Debuted” แปลว่า ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรก หรือได้ปรากฏตัวต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการครั้งแรก

ใช้คำว่า “Debuted” ในสถานการณ์ไหนได้บ้าง?

สามารถใช้ได้เมื่อพูดถึงการเปิดตัวของศิลปิน นักแสดง วงดนตรี นักกีฬา สินค้า หรือแบรนด์ใหม่ๆ ที่เข้าสู่ตลาดหรือวงการนั้นๆ เป็นครั้งแรก

Similar Posts

  • "Days” แปลว่า

    คำว่า “Days” เป็นคำนามในภาษาอังกฤษที่มีความหมายหลักๆ คือ “วัน” หรือ “หลายวัน” โดยเป็นรูปพหูพจน์ของคำว่า “day” ซึ่งหมายถึงช่วงเวลา 24 ชั่วโมง หรือช่วงเวลากลางวัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Days” ในหลากหลายบริบท เช่น การนับจำนวนวัน การพูดถึงช่วงเวลาในอดีตหรืออนาคต หรือแม้แต่ในการแสดงความรู้สึกเกี่ยวกับระยะเวลาที่ผ่านไป ตัวอย่างเช่น เมื่อพูดถึงการรอคอยอะไรบางอย่างเป็นเวลานาน อาจจะพูดว่า “It’s been days!” หรือเมื่อพูดถึงแผนการในอนาคต อาจจะบอกว่า “We have a few more days to go.” ความหมายและการใช้งาน “Days” หมายถึง “วัน” หรือ “หลายวัน” ใช้เพื่อระบุจำนวนวัน หรือช่วงเวลาที่มีมากกว่าหนึ่งวันขึ้นไป ตัวอย่างการใช้งาน “I haven’t seen him for days.” (ฉันไม่ได้เจอเขามาหลายวันแล้ว) “We have…

  • "Introvert” แปลว่า

    คำว่า “Introvert” (อินโทรเวิร์ต) หมายถึง บุคคลที่มีลักษณะนิสัยชอบเก็บตัว ใช้เวลาอยู่กับตัวเองมากกว่าการเข้าสังคม หรือการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นเยอะๆ พวกเขาจะรู้สึกมีพลังและสบายใจเมื่อได้อยู่คนเดียว หรืออยู่กับคนสนิทเพียงไม่กี่คน การต้องไปอยู่ในสถานการณ์ที่มีคนเยอะๆ หรือต้องพูดคุยกับคนแปลกหน้ามากๆ อาจทำให้พวกเขารู้สึกเหนื่อยล้าได้ง่าย ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเห็นพฤติกรรมของ Introvert ได้หลายแบบ เช่น คนที่ชอบอ่านหนังสือเงียบๆ คนที่ทำงานคนเดียวได้ดี หรือคนที่เลือกที่จะไม่ไปงานปาร์ตี้ใหญ่ๆ แต่จะชอบนัดเจอเพื่อนสนิทตัวต่อตัวมากกว่า บางคนอาจจะดูเงียบๆ ไม่ค่อยพูดในที่ประชุม แต่จริงๆ แล้วพวกเขากำลังคิด วิเคราะห์ข้อมูลอยู่ภายใน การเข้าใจคำว่า Introvert จะช่วยให้เราเข้าใจพฤติกรรมของคนรอบข้างได้ดีขึ้น ว่าทำไมบางคนถึงชอบอยู่คนเดียว หรือทำไมบางคนถึงดูไม่ค่อยเข้าสังคม ความหมายและการใช้งาน Introvert มาจากภาษาละติน “intro” แปลว่า เข้าข้างใน และ “vertere” แปลว่า หัน คำว่า “Introvert” จึงหมายถึง “การหันเข้าข้างใน” ซึ่งสะท้อนถึงลักษณะของคนที่ให้ความสำคัญกับโลกภายใน จิตใจ ความคิด และความรู้สึกของตัวเองมากกว่าสิ่งภายนอก ในทางจิตวิทยา Introvert เป็นลักษณะบุคลิกภาพประเภทหนึ่งที่ตรงข้ามกับ Extrovert (คนชอบเข้าสังคม) คนที่เป็น…

  • "Grow” แปลว่า

    คำว่า “Grow” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “เติบโต” หรือ “เจริญงอกงาม” ครับ เป็นคำกริยาที่ใช้ได้หลากหลาย ทั้งกับการเติบโตทางร่างกายของสิ่งมีชีวิต การขยายตัวของธุรกิจ หรือแม้แต่การพัฒนาตนเอง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Grow” บ่อยๆ ในบริบทต่างๆ เช่น พ่อแม่เห็นลูกๆ “grow” (เติบโต) ขึ้นทุกวัน หรือเวลาพูดถึงธุรกิจที่กำลัง “grow” (เติบโต) หรือขยายกิจการให้ใหญ่ขึ้น นอกจากนี้ ยังใช้กับการพัฒนาทักษะหรือความรู้ที่ “grow” (เพิ่มพูน) ขึ้นเรื่อยๆ ของคนเราได้ด้วย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Grow” มีความหมายหลักๆ คือ การเพิ่มขนาด การพัฒนา หรือการขยายตัวให้มากขึ้น โดยสามารถแบ่งการใช้งานได้ดังนี้: การเติบโตทางร่างกาย: ใช้กับสิ่งมีชีวิตที่ค่อยๆ ใหญ่ขึ้น เช่น เด็กทารกกำลัง “grow” (เติบโต) การเจริญงอกงาม: ใช้กับพืชที่งอกงามหรือเติบโตขึ้น เช่น ต้นไม้กำลัง “grow” (เติบโต) การขยายตัว:…

  • "Addict” แปลว่า

    คำว่า “Addict” ในภาษาไทยมีความหมายว่า ผู้ที่ติดสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างมากจนไม่สามารถเลิกได้ หรือมีอาการถอนเมื่อไม่ได้สิ่งนั้น โดยทั่วไปแล้วมักจะหมายถึงผู้ที่ติดยาเสพติด แต่ในปัจจุบัน คำนี้ก็ถูกนำไปใช้ในบริบทที่กว้างขึ้นเพื่ออธิบายถึงคนที่หมกมุ่นหรือมีความต้องการอย่างแรงกล้าในสิ่งอื่น ๆ นอกเหนือจากยาเสพติด เช่น ติดเกม ติดโซเชียลมีเดีย หรือติดการพนัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Addict” ถูกใช้ในลักษณะที่ไม่เป็นทางการนัก เช่น อาจจะพูดว่า “เขาเป็นเกม Addict เลยนะ เล่นทั้งวันทั้งคืน” หรือ “ฉันนี่มัน Social Media Addict ชัด ๆ ต้องคอยเช็คตลอดเวลา” การใช้คำนี้แสดงให้เห็นถึงความหมกมุ่นที่มากเกินไปจนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน หรืออาจจะใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อเน้นย้ำว่าชอบหรือหลงใหลในสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม หากใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับยาเสพติด ความหมายจะมีความร้ายแรงและบ่งบอกถึงภาวะการเสพติดที่ต้องได้รับการบำบัด ความหมายและการใช้งาน โดยพื้นฐานแล้ว “Addict” หมายถึง บุคคลที่พึ่งพิงหรือติดสารเสพติด หรือพฤติกรรมบางอย่างจนไม่สามารถควบคุมตนเองได้ เมื่อขาดสิ่งนั้นไปจะเกิดอาการไม่สบายกายหรือใจ หรือที่เรียกว่าอาการถอน (withdrawal symptoms) อย่างไรก็ตาม คำนี้ยังสามารถขยายความหมายไปสู่การติดสิ่งอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สารเสพติด เช่น การติดอินเทอร์เน็ต การติดงาน หรือแม้แต่การติดกาแฟ…

  • "Does” แปลว่า

    คำว่า “Does” เป็นคำกริยาช่วย (auxiliary verb) ในภาษาอังกฤษ ใช้ในรูปปัจจุบันกาล (present tense) เพื่อสร้างประโยคคำถามและประโยคปฏิเสธ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้กับประธานที่เป็นเอกพจน์บุรุษที่สาม (he, she, it) หรือคำนามเอกพจน์ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอ “Does” ในการถามคำถามเพื่อให้ได้ข้อมูล หรือในการปฏิเสธเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยหรือไม่แน่ใจ เช่น เมื่อเราต้องการถามว่าใครบางคนทำอะไรบางอย่างหรือไม่ หรือเมื่อต้องการปฏิเสธว่าสิ่งนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริง ๆ เป็นคำที่ช่วยให้การสื่อสารในภาษาอังกฤษมีความถูกต้องตามหลักไวยากรณ์มากขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Does” มีความหมายหลักคือ “ทำ” หรือ “เป็น” ในรูปปัจจุบันกาล และใช้เป็นกริยาช่วยในการสร้างประโยคคำถามและประโยคปฏิเสธ ในประโยคคำถาม: ใช้ขึ้นต้นประโยคคำถามเพื่อถามถึงการกระทำหรือสถานะในปัจจุบัน เช่น “Does he like coffee?” (เขาชอบกาแฟไหม?) ในประโยคปฏิเสธ: ใช้ร่วมกับ “not” เพื่อสร้างประโยคปฏิเสธ เช่น “She does not understand.” (เธอไม่เข้าใจ) หรือ “She doesn’t understand.”…

  • "Barking” แปลว่า

    คำว่า “Barking” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษที่ใช้ในความหมายตรงตัวว่า “การเห่า” ซึ่งหมายถึงเสียงที่สุนัขหรือสัตว์บางชนิดเปล่งออกมาเพื่อสื่อสาร แสดงความรู้สึก หรือเตือนภัย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Barking” บ่อยครั้งเมื่อพูดถึงสุนัข เช่น สุนัขเห่าตอนมีคนแปลกหน้ามาที่บ้าน สุนัขเห่าด้วยความตื่นเต้น หรือสุนัขเห่าเพื่อเรียกร้องความสนใจ นอกจากนี้ บางครั้งก็อาจใช้ในความหมายเปรียบเปรยถึงการตะโกนเสียงดัง หรือการพูดจาเอะอะโวยวาย แต่ความหมายหลักที่ใช้กันทั่วไปคือเสียงเห่าของสุนัขนั่นเอง ความหมายและการใช้งาน ความหมายหลักของ “Barking” คือ การเปล่งเสียงเห่าออกมา ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของสุนัข แต่ก็สามารถใช้กับสัตว์อื่นๆ ที่มีเสียงคล้ายกันได้บ้าง ในบางบริบท อาจใช้ในเชิงเปรียบเปรยเพื่ออธิบายถึงการตะโกนหรือพูดเสียงดังมาก ๆ ตัวอย่าง The dog was barking loudly at the mailman. (สุนัขกำลังเห่าเสียงดังใส่บุรุษไปรษณีย์) I heard some barking coming from the park. (ฉันได้ยินเสียงเห่าดังมาจากสวนสาธารณะ) He was barking orders at his…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *