"crawl” แปลว่า

คำว่า “crawl” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างช้าๆ โดยใช้ร่างกายส่วนล่างหรือแขนขาในการยันพื้น หรือหมายถึงการคืบคลานนั่นเองค่ะ

ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะคุ้นเคยกับการใช้คำว่า “crawl” เพื่ออธิบายการเคลื่อนไหวของทารกที่กำลังหัดคลาน หรือสัตว์เลื้อยคลานที่เคลื่อนที่ไปบนพื้น นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ในความหมายเปรียบเทียบได้ด้วย เช่น การเคลื่อนที่ที่ช้ามากๆ หรือการค่อยๆ พัฒนาไปทีละขั้น

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “crawl” สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบท แต่โดยทั่วไปแล้วหมายถึง:

  • การคืบคลาน: เป็นการเคลื่อนที่โดยใช้แขนและเข่า หรือใช้ท้องไถไปกับพื้น เช่น ทารกกำลัง crawl เพื่อไปหาของเล่น
  • การเคลื่อนที่ช้าๆ: ใช้เปรียบเทียบกับการเคลื่อนที่ที่ช้ามากๆ ไม่ว่าจะเป็นคน รถ หรือสิ่งต่างๆ เช่น การจราจรวันนี้ crawl มากๆ
  • การค่อยๆ พัฒนา: ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการเริ่มต้นหรือการพัฒนาไปทีละเล็กละน้อย เช่น ธุรกิจของเขาเพิ่งจะเริ่ม crawl

ตัวอย่างการใช้งาน

  • The baby learned to crawl at six months old. (ทารกเรียนรู้ที่จะคลานตอนอายุหกเดือน)
  • Traffic was crawling on the highway during rush hour. (การจราจรบนทางด่วนติดขัดอย่างมากในช่วงเวลาเร่งด่วน)
  • His English is still crawling, but he’s improving. (ภาษาอังกฤษของเขายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ก็กำลังพัฒนาขึ้น)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “crawl” มักถูกใช้ในบริบทของการเคลื่อนไหวที่ช้า หรือการเริ่มต้นพัฒนา นอกจากนี้ ในโลกออนไลน์ อาจพบคำว่า “web crawl” ซึ่งหมายถึงกระบวนการที่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (เรียกว่า crawler หรือ spider) สำรวจและเก็บข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต เพื่อนำไปจัดทำดัชนีสำหรับการค้นหา

🔷 FAQ SECTION

“crawl” แปลว่าอะไรได้บ้าง?

“Crawl” สามารถแปลว่า คลาน, เลื้อย, เคลื่อนที่ช้าๆ, หรือการค่อยๆ พัฒนา ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่ใช้ค่ะ

มีการใช้คำว่า “crawl” ในความหมายอื่นอีกไหม?

ใช่ค่ะ นอกเหนือจากความหมายตรงตัวเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวแล้ว “crawl” ยังสามารถใช้เปรียบเทียบกับการพัฒนาที่ช้ามากๆ หรือการเริ่มต้นธุรกิจ/โครงการต่างๆ ที่ยังอยู่ในช่วงแรกเริ่มได้เช่นกันค่ะ

Similar Posts

  • "Sample” แปลว่า

    คำว่า “Sample” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ตัวอย่าง” หรือ “แบบอย่าง” ค่ะ เป็นคำที่ใช้เรียกสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ถูกนำมาแสดงหรือมอบให้เพื่อใช้ในการพิจารณา ตัดสินใจ หรือทดลอง เพื่อให้เห็นลักษณะ รูปแบบ หรือคุณสมบัติเบื้องต้นของสิ่งนั้นๆ โดยทั่วไปแล้ว Sample จะมีขนาดเล็กกว่าหรือจำนวนน้อยกว่าของจริงทั้งหมด ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเจอ “Sample” ได้บ่อยครั้งค่ะ เช่น เวลาไปซื้อของตามห้างสรรพสินค้า พนักงานอาจจะยื่น “Sample” น้ำหอม หรือเครื่องสำอางค์ให้เราลองดมหรือทดลองใช้ก่อนตัดสินใจซื้อ หรือเวลาสั่งอาหาร บางร้านอาจจะมี “Sample” เมนูอาหารมาให้ดูก่อน หรือเวลาซื้อสินค้าออนไลน์ บางครั้งอาจจะได้ “Sample” สินค้าเล็กๆ น้อยๆ แถมมาด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือการนำ “Sample” มาใช้เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสหรือทดลองก่อนที่จะซื้อของจริง หรือเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการนั่นเองค่ะ ความหมายและการใช้งาน “Sample” หมายถึง สิ่งที่นำมาแสดงเพื่อเป็นตัวแทนของกลุ่มใหญ่ หรือใช้เพื่อการทดลอง เป็นการแสดงให้เห็นถึงลักษณะหรือคุณสมบัติบางประการของสิ่งนั้นๆ การใช้งานทั่วไปคือเพื่อการนำเสนอ การทดสอบ หรือการให้ข้อมูลเบื้องต้น ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อคุณไปร้านอาหารแล้วอยากลองชิมรสชาติอาหารก่อนสั่งจานหลัก พนักงานอาจจะเสนอ “Sample” ของน้ำซุปให้ลอง หรือบริษัทที่ผลิตเสื้อผ้า…

  • "รัชชานนท์” แปลว่า

    คำว่า “รัชชานนท์” เป็นชื่อสกุลไทยที่มีความหมายที่ดีงาม โดยมีความหมายแยกตามรากศัพท์ได้ดังนี้ “รัช” มาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า “การปกครอง” “การดูแล” หรือ “กษัตริย์” ส่วน “ชานนท์” มาจากภาษาบาลีและสันสกฤตเช่นกัน แปลว่า “ความยินดี” “ความสุข” หรือ “ความพึงพอใจ” เมื่อรวมกัน “รัชชานนท์” จึงมีความหมายโดยรวมว่า “ผู้ที่ทำให้เกิดความสุขแก่ผู้ปกครอง” หรือ “ความยินดีอันเกิดจากการปกครอง” ซึ่งเป็นนามสกุลที่สะท้อนถึงความเป็นสิริมงคลและความเจริญรุ่งเรือง ความหมายและการใช้งาน นามสกุล “รัชชานนท์” จึงมักถูกใช้เป็นชื่อสกุลเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่ใช้นามสกุลนี้ โดยมีความหมายแฝงถึงการเป็นผู้ที่นำมาซึ่งความสุข ความเจริญ หรือเป็นที่รักของผู้ใหญ่ หรือผู้มีอำนาจในครอบครัวหรือสังคม การใช้งานในชีวิตประจำวันมักปรากฏในเอกสารราชการ สูติบัตร บัตรประชาชน หรือการแนะนำตัวในโอกาสต่างๆ ซึ่งผู้ที่ใช้นามสกุลนี้ก็จะเรียกขานกันตามปกติเหมือนนามสกุลอื่นๆ ทั่วไป ตัวอย่าง หากมีเพื่อนชื่อ นายสมชาย รัชชานนท์ เราก็จะเรียกเขาว่า “คุณสมชาย” หรือ “สมชาย รัชชานนท์” ในการกล่าวถึงอย่างเป็นทางการ หรือเมื่อพบเจอผู้ที่ใช้นามสกุลนี้ เราก็จะเรียกขานด้วยความสุภาพตามปกติ บริบทการใช้งานทั่วไป นามสกุล “รัชชานนท์”…

  • "Observation” แปลว่า

    คำว่า “Observation” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การสังเกต การเฝ้าดู หรือการสำรวจสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างละเอียดรอบคอบ โดยการสังเกตนี้อาจเป็นการใช้ประสาทสัมผัส เช่น การมองเห็น การได้ยิน การดมกลิ่น หรืออาจเป็นการใช้เครื่องมือช่วยในการรวบรวมข้อมูล เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริง ความรู้ หรือความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งนั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Observation” หรือการสังเกตอยู่ตลอดเวลา เช่น เวลาคุณสังเกตอาการของลูกน้อยที่กำลังไม่สบาย หรือเวลาที่คุณสังเกตพฤติกรรมของเพื่อนร่วมงานเพื่อทำความเข้าใจการทำงานของเขา หรือแม้กระทั่งการสังเกตสภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน การสังเกตช่วยให้เราประเมินสถานการณ์ ตัดสินใจ และปรับตัวให้เข้ากับสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ดียิ่งขึ้น ความหมายและการใช้งาน Observation แปลตรงตัวว่า “การสังเกต” ซึ่งเป็นการกระทำที่เน้นการใช้ประสาทสัมผัสหรือเครื่องมือเพื่อเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการสังเกตปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ การสังเกตพฤติกรรมของมนุษย์ หรือการสังเกตการทำงานของเครื่องจักร การสังเกตที่ดีมักจะมีความเป็นกลาง ไม่ใส่ความคิดเห็นส่วนตัวเข้าไป และบันทึกสิ่งที่พบเห็นตามความเป็นจริง ตัวอย่างการใช้งาน ในบริบททางวิทยาศาสตร์ นักวิจัยทำการ observation ถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อระบบนิเวศ หรือในทางการแพทย์ แพทย์ทำการ observation อาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดเพื่อวินิจฉัยโรค ในทางธุรกิจ การทำ market observation คือการสังเกตการณ์ตลาดเพื่อหาโอกาสหรืออุปสรรคใหม่ๆ บริบทที่พบบ่อย คำว่า…

  • "Visitors” แปลว่า

    คำว่า “Visitors” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ผู้มาเยือน” หรือ “แขก” ซึ่งหมายถึงบุคคลที่เดินทางมายังสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นบ้าน, สำนักงาน, ร้านค้า, หรือสถานที่ท่องเที่ยว โดยมีจุดประสงค์ต่างๆ กันไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Visitors” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เมื่อมีคนมาเยี่ยมบ้าน เราก็เรียกว่า “Visitors” ได้ หรือในเชิงธุรกิจ เมื่อมีลูกค้าหรือผู้สนใจเข้ามาชมบูธในงานแสดงสินค้า ก็ถือว่าเป็น “Visitors” เช่นกัน นอกจากนี้ ในเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันต่างๆ ก็มีการนับจำนวน “Visitors” เพื่อดูสถิติความนิยมของเนื้อหาหรือบริการนั้นๆ ด้วย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Visitors” หมายถึง บุคคลที่เข้ามาเยี่ยมชมหรือเข้ามาในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง โดยอาจจะมาด้วยวัตถุประสงค์เพื่อพักผ่อน, เยี่ยมเยียน, ติดต่อธุรกิจ, หรือเพื่อชมสิ่งต่างๆ ในสถานที่นั้นๆ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น: “The hotel is expecting a large number of Visitors during…

  • "Synonym” แปลว่า

    คำว่า “Synonym” เป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกคำที่มีความหมายเหมือนกันหรือใกล้เคียงกันมาก ๆ ในภาษาไทย เราอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า “คำพ้องความหมาย” หรือ “คำไวพจน์” ซึ่งมีความหมายในทำนองเดียวกัน ในการสนทนาทั่วไป หรือเมื่อเราต้องการสื่อสารให้เข้าใจง่ายขึ้น การใช้ Synonym จะช่วยให้การพูดหรือการเขียนของเรามีความหลากหลายและน่าสนใจมากขึ้น แทนที่จะใช้คำเดิมซ้ำ ๆ เราสามารถเลือกใช้คำอื่นที่มีความหมายใกล้เคียงกันมาแทนได้ เพื่อให้ข้อความดูสละสลวยและไม่น่าเบื่อ เช่น เวลาเราพูดถึง “ความสุข” เราอาจจะใช้คำว่า “ความปิติ”, “ความยินดี”, “ความเกษมสุข” หรือ “ความเบิกบาน” สลับกันไปมาได้ ขึ้นอยู่กับบริบทที่เราต้องการเน้น ความหมายและการใช้งาน Synonym คือ คำที่มีความหมายเหมือนกันหรือคล้ายคลึงกัน สามารถนำมาใช้แทนกันได้ในบางบริบท เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางภาษาและหลีกเลี่ยงการใช้คำซ้ำซาก การเลือกใช้ Synonym ที่เหมาะสมจะช่วยให้การสื่อสารมีความแม่นยำและสละสลวยยิ่งขึ้น ตัวอย่าง คำว่า “บ้าน” มี Synonym หลายคำ เช่น “เรือน”, “ที่พักอาศัย”, “เคหสถาน” ซึ่งแต่ละคำอาจมีความรู้สึกหรือความเป็นทางการที่แตกต่างกันเล็กน้อย คำว่า “สวย” มี Synonym เช่น…

  • "หมูในอวย” แปลว่า

    สำนวน “หมูในอวย” หมายถึง คนที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกควบคุม ถูกบงการ หรือถูกเอาเปรียบอย่างง่ายดาย โดยที่ตัวเองไม่สามารถขัดขืนหรือเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นั้นได้ เปรียบเสมือนหมูที่ถูกจับใส่ไว้ในเข่งหรือภาชนะปิด ซึ่งไม่สามารถดิ้นรนหรือหนีไปไหนได้ ในชีวิตประจำวัน สำนวนนี้มักใช้พูดถึงคนที่ตกอยู่ในอำนาจของผู้อื่น หรือตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์ที่เสียเปรียบ เช่น พนักงานที่ถูกหัวหน้างานกดขี่ หรือคนที่ถูกหลอกลวงจนเสียทรัพย์สิน โดยที่ไม่มีทางต่อสู้หรือแก้ไขอะไรได้ คนฟังจะเข้าใจได้ทันทีว่าผู้ที่ถูกกล่าวถึงนั้นกำลังตกอยู่ในสภาพที่อ่อนแอและไร้ทางสู้ ความหมายและการใช้งาน “หมูในอวย” เป็นสำนวนไทยที่ใช้เปรียบเปรยถึงบุคคลที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกจำกัดอิสรภาพ ถูกบงการ หรือตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างสิ้นเชิง โดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือต่อสู้ได้ ตัวอย่างการใช้งาน “เขาถูกหลอกให้เซ็นสัญญา โดยที่ไม่ทันได้อ่านรายละเอียดเลย กลายเป็นหมูในอวยให้เขาโกงไปเต็มๆ” “พนักงานใหม่คนนั้นดูซื่อๆ คงไม่รู้อะไรเลย หัวหน้าคงจะปั้นให้เป็นหมูในอวยได้ง่ายๆ” “โครงการนี้มีแต่คนรู้จักของเจ้านายเข้ามาทำงานทั้งนั้น คนนอกอย่างเราเหมือนเป็นหมูในอวย ไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรเลย” บริบทที่พบบ่อย สำนวนนี้มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการถูกเอาเปรียบ การถูกควบคุม หรือการตกอยู่ในอำนาจของผู้อื่น โดยเฉพาะในแง่ของการทำงาน การเจรจาธุรกิจ หรือความสัมพันธ์ที่ฝ่ายหนึ่งมีอำนาจเหนือกว่าอีกฝ่ายอย่างชัดเจน “หมูในอวย” หมายถึงอะไร? สำนวน “หมูในอวย” หมายถึง คนที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกควบคุม ถูกบงการ หรือถูกเอาเปรียบอย่างง่ายดาย โดยที่ตัวเองไม่สามารถขัดขืนหรือเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นั้นได้ ใช้สำนวน “หมูในอวย” ในสถานการณ์ใดได้บ้าง? สามารถใช้สำนวนนี้ได้เมื่อต้องการอธิบายถึงบุคคลที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ ถูกจำกัดอิสรภาพ หรือถูกเอาเปรียบจากผู้อื่น…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *