"Cracks” แปลว่า

คำว่า “Cracks” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “รอยแตก” หรือ “การแตกหัก” ซึ่งสามารถใช้ได้กับวัตถุต่างๆ ที่เกิดการปริ แยก หรือหักออกเป็นส่วนๆ ไม่ว่าจะเป็นพื้นผิวของวัตถุ สิ่งก่อสร้าง หรือแม้กระทั่งสิ่งที่แตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Cracks” บ่อยครั้งในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความเสียหายของสิ่งของต่างๆ เช่น ผนังบ้านมีรอยร้าว (wall has cracks) ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ (road has cracks and potholes) หรือแม้กระทั่งในบริบทที่เปรียบเปรยถึงความผิดพลาดหรือความไม่สมบูรณ์ เช่น ความสัมพันธ์ที่มีรอยร้าว (relationship has cracks) หรือแผนการที่เริ่มมีข้อบกพร่อง (plan has cracks) การใช้คำนี้ช่วยให้เราเข้าใจถึงสภาพที่เกิดความเสียหายหรือความไม่สมบูรณ์ได้อย่างชัดเจน

ความหมายและการใช้งาน

Cracks หมายถึง รอยที่เกิดขึ้นจากการปริ แยก หรือแตกหักของวัตถุต่างๆ สามารถใช้ได้ทั้งในความหมายตรงตัวและเชิงเปรียบเทียบ

ตัวอย่างการใช้งาน

  • The vase had several cracks after it fell. (แจกันมีรอยแตกหลายรอยหลังจากมันตก)
  • We need to repair the cracks in the ceiling before the rainy season. (เราต้องซ่อมรอยร้าวบนเพดานก่อนฤดูฝน)
  • There are tiny cracks in his story. (มีข้อพิรุธหรือความไม่น่าเชื่อถือเล็กๆ ในเรื่องที่เขาเล่า)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Cracks” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับความเสียหายทางกายภาพของสิ่งของ การก่อสร้าง หรือโครงสร้าง และยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเปรยเพื่ออธิบายถึงความไม่สมบูรณ์ ข้อบกพร่อง หรือจุดอ่อนในสถานการณ์ต่างๆ ได้

🔷 FAQ SECTION

“Cracks” หมายถึงอะไรในภาษาไทย?

โดยทั่วไป “Cracks” หมายถึง “รอยแตก” หรือ “การแตกหัก” ของวัตถุต่างๆ

การใช้ “Cracks” ในเชิงเปรียบเปรยคืออย่างไร?

การใช้ “Cracks” ในเชิงเปรียบเปรย หมายถึงการชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่อง ความไม่สมบูรณ์ หรือจุดอ่อนในสิ่งที่ไม่ใช่รูปธรรม เช่น ความสัมพันธ์ แผนการ หรือคำพูด

Similar Posts

  • "Team” แปลว่า

    คำว่า “Team” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ทีม” หรือ “คณะทำงาน” ซึ่งหมายถึงกลุ่มบุคคลที่มารวมตัวกันเพื่อทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งให้สำเร็จลุล่วง โดยแต่ละคนในทีมจะมีบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบที่แตกต่างกันไป แต่มีเป้าหมายร่วมกันในการทำงานนั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นคำว่า “Team” ถูกนำไปใช้ในหลากหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นในที่ทำงาน ที่เราอาจจะได้ยินคำว่า “ทีมโปรเจกต์” หรือ “ทีมขาย” หรือแม้แต่ในวงการกีฬา เช่น “ทีมฟุตบอล” หรือ “ทีมบาสเกตบอล” นอกจากนี้ ในกลุ่มเพื่อนฝูงหรือกิจกรรมต่างๆ ก็อาจมีการรวมตัวกันเป็น “ทีม” เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น “ทีมจัดงานปาร์ตี้” หรือ “ทีมอาสาสมัคร” การทำงานเป็นทีมช่วยให้งานสำเร็จได้เร็วขึ้น และยังเป็นการแบ่งเบาภาระงานของแต่ละบุคคลอีกด้วย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Team” หมายถึง กลุ่มบุคคลที่ทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกัน โดยมักจะมีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบกันอย่างชัดเจน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด การใช้งานในภาษาไทยมักจะทับศัพท์ว่า “ทีม” โดยตรง หรืออาจใช้คำว่า “คณะทำงาน” หรือ “กลุ่ม” ในบริบทที่ต้องการความเป็นทางการมากขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน “เราต้องรีบประชุม Team เพื่อวางแผนงานสำหรับสัปดาห์หน้า” “Team ของเราประสบความสำเร็จในการปิดยอดขายได้ตามเป้าหมาย”…

  • "Property” แปลว่า

    คำว่า “Property” ในภาษาไทยมีความหมายโดยรวมว่า “ทรัพย์สิน” หรือ “อสังหาริมทรัพย์” ซึ่งหมายถึงสิ่งที่มีค่าและเป็นเจ้าของได้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่ใช่สิ่งมีชีวิตก็ได้ โดยทั่วไปแล้วเราจะนึกถึงทรัพย์สินในแง่ของสิ่งของที่มีมูลค่า เช่น เงินทอง บ้าน ที่ดิน รถยนต์ หรือแม้กระทั่งสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Property” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เมื่อพูดถึงการลงทุน การซื้อขาย หรือการบริหารจัดการทรัพย์สินต่างๆ การพูดถึง “Property” ในแวดวงธุรกิจมักจะหมายถึงอสังหาริมทรัพย์ เช่น อาคารสำนักงาน โรงแรม หรือที่ดินเพื่อการพัฒนา หรือในบางครั้งอาจหมายถึงคุณสมบัติหรือลักษณะเฉพาะของสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็ได้ เช่น “The property of this material is very strong” ซึ่งแปลว่า “คุณสมบัติของวัสดุนี้แข็งแรงมาก” ความหมายและการใช้งาน “Property” สามารถแปลได้หลายความหมายขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ ในภาษาไทย ความหมายหลักๆ ได้แก่: ทรัพย์สิน (Asset): หมายถึงสิ่งที่มีมูลค่าและเป็นของบุคคลหรือนิติบุคคล สามารถซื้อขาย เปลี่ยนมือ หรือส่งต่อเป็นมรดกได้…

  • "อาอี๋” แปลว่า

    คำว่า “อาอี๋” เป็นคำที่ใช้เรียกแทนผู้หญิงที่มีเชื้อสายจีน โดยทั่วไปมักจะหมายถึงลูกสาวหรือหลานสาวที่เป็นผู้หญิงในครอบครัวที่มีบรรพบุรุษเป็นชาวจีน เป็นคำที่แสดงถึงความสนิทสนมและเอ็นดู ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “อาอี๋” ถูกใช้เรียกแทนลูกสาวของเพื่อน หรือลูกหลานในครอบครัวที่สนิทสนมกัน เช่น เวลาไปเยี่ยมบ้านญาติผู้ใหญ่ที่เป็นคนจีน อาจจะได้ยินคุณปู่คุณย่าเรียกหลานสาวว่า “อาอี๋มาแล้วเหรอ” หรือคุณแม่เรียกหาลูกสาวว่า “อาอี๋ไปไหน” เป็นต้น เป็นคำที่สื่อถึงความรัก ความผูกพัน และความเป็นกันเองในครอบครัวหรือระหว่างคนรู้จัก ความหมายและการใช้งาน “อาอี๋” มาจากภาษาจีนแต้จิ๋ว โดย “อา” (阿) เป็นคำนำหน้าแสดงความสนิทสนม และ “อี๋” (姊) แปลว่า พี่สาว หรือผู้หญิงที่แก่กว่าเล็กน้อย แต่เมื่อนำมารวมกันในบริบทของภาษาไทยที่รับมาจากวัฒนธรรมจีน ก็จะหมายถึง ลูกสาว หรือหลานสาวที่เป็นผู้หญิงในครอบครัวชาวจีน เป็นคำที่ใช้เรียกอย่างเอ็นดู ตัวอย่างการใช้งาน 1. คุณลุง: “อาอี๋น้อย มาหาลุงเร็ว” (หมายถึงเรียกหลานสาว) 2. คุณป้า: “เห็นอาอี๋ของฉันไหม ไปไหนแล้ว?” (หมายถึงเรียกถามถึงลูกสาว) 3. เพื่อน: “ลูกสาวเธอโตเป็นสาวแล้วนะ เป็นอาอี๋เต็มตัวเลย” (หมายถึงลูกสาวที่โตเป็นผู้หญิงแล้ว) บริบทที่ใช้บ่อย…

  • "Wristwatch” แปลว่า

    คำว่า “Wristwatch” หมายถึง นาฬิกาข้อมือ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับดูเวลา โดยออกแบบมาให้สวมใส่ที่ข้อมือ มีกลไกที่ซับซ้อนภายในเพื่อแสดงเวลาได้อย่างแม่นยำ และมักจะมีสายรัดเพื่อความสะดวกในการสวมใส่ ในชีวิตประจำวัน “Wristwatch” หรือนาฬิกาข้อมือ เป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยและพบเห็นได้ทั่วไป ผู้คนนิยมสวมใส่เพื่อความสะดวกในการเช็คเวลา ไม่ต้องหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดูทุกครั้ง นอกจากนี้ นาฬิกาข้อมือยังเป็นเหมือนเครื่องประดับชิ้นหนึ่งที่ช่วยเสริมบุคลิกภาพ หรือแสดงถึงรสนิยมของผู้สวมใส่ได้อีกด้วย บางคนอาจมีนาฬิกาข้อมือหลายเรือนเพื่อใช้ให้เข้ากับโอกาสหรือการแต่งกายที่แตกต่างกันไป ความหมายและการใช้งาน “Wristwatch” คือนาฬิกาที่ออกแบบมาเพื่อสวมใส่ที่ข้อมือ โดยมีสายรัดเพื่อยึดติดกับข้อมือ หน้าที่หลักคือการบอกเวลา แต่ในปัจจุบัน นาฬิกาข้อมือสมัยใหม่บางรุ่นอาจมีฟังก์ชันเพิ่มเติม เช่น การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ การนับก้าว การแจ้งเตือนข้อความ หรือแม้กระทั่งการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ตัวอย่างการใช้งาน “ฉันลืมดูเวลาเลย มัวแต่คุยเพลิน” แล้วก็ก้มลงมอง wristwatch ที่ข้อมือ “อ้าว จะห้าโมงเย็นแล้วเหรอ” “Wristwatch เรือนนี้สวยจัง เข้ากับชุดทำงานของฉันมากเลย” บริบทและการใช้งานทั่วไป คำว่า “Wristwatch” มักถูกใช้ในบริบททั่วไปที่เกี่ยวกับการบอกเวลา การแต่งกาย หรือการเลือกซื้ออุปกรณ์สวมใส่ที่ข้อมือ เป็นคำที่เข้าใจง่ายและมีความหมายตรงตัว 🔷 FAQ SECTION Wristwatch กับ Watch ต่างกันอย่างไร?…

  • "List” แปลว่า

    “List” (ลิสต์) เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้กันแพร่หลายในภาษาไทย หมายถึง การจัดลำดับ หรือการรวบรวมรายการสิ่งของต่างๆ ที่มีจำนวนหลายอย่างเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ง่ายต่อการดู การจัดการ หรือการจดจำ โดยทั่วไปแล้ว List มักจะอยู่ในรูปแบบของรายการที่มีการเรียงลำดับ หรือแบ่งเป็นข้อๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “List” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น การทำรายการสิ่งที่ต้องซื้อของ (Shopping List) การวางแผนกิจกรรม (To-do List) หรือแม้กระทั่งการจัดอันดับต่างๆ (Top List) การทำ List ช่วยให้เราไม่ลืมสิ่งสำคัญ และสามารถบริหารจัดการงานหรือข้อมูลต่างๆ ได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น ความหมายและการใช้งาน “List” หมายถึง บัญชี, รายการ, หรือการจัดลำดับของสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องหรือมีลักษณะคล้ายคลึงกัน เพื่อให้ง่ายต่อการอ้างอิงหรือดำเนินการต่อไป การใช้งานส่วนใหญ่จะเน้นที่การรวบรวมข้อมูลให้เป็นหมวดหมู่และเป็นระเบียบ ตัวอย่างการใช้งาน * **Shopping List:** “เดี๋ยวจะทำ Shopping List ไว้ก่อน จะได้ไม่ลืมซื้อของเข้าบ้าน” * **To-do List:** “วันนี้มีงานเยอะมาก…

  • "With You” แปลว่า

    คำว่า “With You” ในภาษาอังกฤษมีความหมายตรงตัวว่า “กับคุณ” หรือ “อยู่เคียงข้างคุณ” เป็นวลีที่แสดงถึงการอยู่ร่วมกัน การสนับสนุน หรือการเป็นกำลังใจให้กับใครบางคน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “With You” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเพื่อนกำลังเผชิญหน้ากับอุปสรรค เราอาจจะบอกว่า “Don’t worry, I’m With You” เพื่อให้เขารู้สึกอุ่นใจว่ามีเราอยู่เคียงข้าง หรือในเพลงรักหลายๆ เพลงก็มักจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับ “With You” เพื่อสื่อถึงความรักและความผูกพันที่อยากจะอยู่กับคนรักตลอดไป ความหมายและการใช้งาน คำว่า “With You” สื่อถึงการมีอยู่ร่วมกัน การสนับสนุน การเป็นกำลังใจ หรือการแสดงความห่วงใย โดยสามารถใช้ได้ทั้งในเชิงรูปธรรม (อยู่ด้วยกันทางกายภาพ) และนามธรรม (อยู่เคียงข้างทางใจ) ตัวอย่างการใช้งาน “I will be With You every step of the way.” (ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณในทุกย่างก้าว) “This song…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *