"Confess” แปลว่า

“Confess” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ หมายถึง การยอมรับสารภาพ หรือการเปิดเผยความจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เคยปกปิด ซ่อนเร้น หรือเป็นความผิด ซึ่งอาจจะเป็นความผิดต่อกฎหมาย ความผิดต่อศีลธรรม หรือแม้กระทั่งความรู้สึกภายในใจที่เก็บไว้

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “confess” ในสถานการณ์ที่ต้องการบอกความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่ทำลงไป เช่น การสารภาพผิดกับพ่อแม่เมื่อทำผิด หรือการยอมรับความรู้สึกรักที่มีต่อใครบางคน โดยปกติแล้ว การ “confess” มักจะมาพร้อมกับความรู้สึกโล่งใจ หรือบางครั้งก็อาจจะมีความกังวลใจตามมาด้วย ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของการสารภาพนั้นๆ

ความหมายและการใช้งาน

“Confess” หมายถึง การยอมรับอย่างเปิดเผยว่าได้ทำสิ่งผิด หรือได้กระทำในสิ่งที่เคยปกปิดไว้ การสารภาพนี้อาจจะเป็นการยอมรับความผิดต่อบุคคลที่ถูกกระทำ ต่อเจ้าหน้าที่ หรือแม้กระทั่งต่อตนเอง นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับการยอมรับความรู้สึกที่แท้จริง เช่น การสารภาพรัก

ตัวอย่างการใช้งาน

  • He decided to confess to his parents that he had broken the vase. (เขาตัดสินใจสารภาพกับพ่อแม่ว่าเขาเป็นคนทำแจกันแตก)
  • She finally confessed her feelings for him after years of hiding them. (ในที่สุดเธอก็ةสารภาพความรู้สึกที่มีต่อเขา หลังจากเก็บงำมาหลายปี)
  • The suspect was pressured to confess to the crime. (ผู้ต้องสงสัยถูกกดดันให้สารภาพในคดี)

บริบทการใช้งานทั่วไป

คำว่า “confess” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับการยอมรับความผิด การเปิดเผยความลับ หรือการบอกความรู้สึกที่เก็บไว้เป็นความลับ การสารภาพมักเกิดขึ้นเมื่อบุคคลนั้นรู้สึกว่าไม่สามารถเก็บเรื่องนั้นไว้ได้อีกต่อไป หรือต้องการรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง

“Confess” แปลว่าอะไร?

“Confess” แปลว่า การยอมรับสารภาพ หรือการเปิดเผยความจริง โดยเฉพาะในเรื่องที่เคยปกปิด หรือเป็นความผิด

เราใช้คำว่า “Confess” ในสถานการณ์ไหนบ้าง?

เราใช้คำว่า “Confess” เมื่อต้องการยอมรับว่าได้ทำสิ่งผิดไป, เปิดเผยความรู้สึกที่เก็บไว้ (เช่น สารภาพรัก), หรือยอมรับความจริงในเรื่องที่เคยปิดบัง

Similar Posts

  • "Debt” แปลว่า

    คำว่า “Debt” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง หนี้สิน หรือ ภาระผูกพันที่ต้องชำระคืน ไม่ว่าจะเป็นเงิน ทรัพย์สิน หรือบริการ ที่เราติดค้างอยู่กับบุคคลอื่น หรือนิติบุคคลอื่น และมีกำหนดเวลาในการชำระคืน หรือต้องชำระคืนตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Debt” บ่อยครั้งในบริบทต่างๆ เช่น การกู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อซื้อบ้านหรือรถยนต์ ซึ่งเงินจำนวนนั้นก็คือ “Debt” ที่เราต้องผ่อนชำระคืน หรือเวลาที่เราใช้บัตรเครดิตซื้อของ ก็ถือเป็น “Debt” ที่เราต้องจ่ายคืนให้กับบริษัทบัตรเครดิตในภายหลัง นอกจากนี้ ธุรกิจต่างๆ ก็มักจะมี “Debt” ในรูปแบบของการกู้ยืมเงินเพื่อมาลงทุน หรือขยายกิจการ ความหมายและการใช้งาน “Debt” หมายถึง หนี้สิน หรือภาระที่ต้องชำระคืน เป็นสิ่งที่ติดค้างอยู่กับผู้อื่นและต้องมีการชดใช้ตามข้อตกลง อาจเป็นหนี้สินส่วนบุคคล หนี้สินทางธุรกิจ หรือหนี้สินของรัฐบาล ตัวอย่างการใช้งาน “I have a lot of student debt.” (ฉันมีหนี้สินจากการศึกษาจำนวนมาก) “The company is trying…

  • "Owner” แปลว่า

    คำว่า “Owner” ในภาษาไทยมีความหมายตรงตัวว่า “เจ้าของ” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลที่มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ ทรัพย์สินทางปัญญา หรือธุรกิจนั้นๆ โดยเจ้าของมีสิทธิ์ในการครอบครอง ใช้สอย จำหน่าย หรือจำกัดสิทธิ์ของผู้อื่นในทรัพย์สินนั้นตามที่กฎหมายกำหนด ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Owner” ในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงเจ้าของบ้าน เจ้าของรถ เจ้าของร้านค้า หรือแม้กระทั่งเจ้าของสัตว์เลี้ยง หากคุณเป็นเจ้าของบัญชีโซเชียลมีเดีย ก็สามารถเรียกตัวเองว่าเป็น “Owner” ของบัญชีนั้นได้เช่นกัน การใช้คำนี้แสดงถึงความเป็นเจ้าของและสิทธิ์ขาดในการจัดการกับสิ่งนั้นๆ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Owner” หมายถึงผู้ที่มีสิทธิ์ตามกฎหมายในการเป็นเจ้าของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งรวมถึงสิทธิ์ในการควบคุม จัดการ และใช้ประโยชน์จากสิ่งนั้นๆ การใช้งานทั่วไปจะเน้นไปที่การระบุตัวบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจสูงสุดเหนือทรัพย์สินหรือกิจการนั้นๆ ตัวอย่างการใช้งาน “He is the owner of this restaurant.” (เขาเป็นเจ้าของร้านอาหารแห่งนี้) “Are you the owner of that car?” (คุณเป็นเจ้าของรถคันนั้นหรือเปล่า?) “The software owner…

  • "him” แปลว่า

    คำว่า “him” เป็นสรรพนามบุรุษที่ 3 ในรูปกรรม (object pronoun) ของบุรุษสรรพนาม “he” ซึ่งใช้แทนผู้ชาย หรือสิ่งของที่ถือว่าเป็นเพศชายในภาษาอังกฤษ หมายถึง “เขา” หรือ “แด่เขา” หรือ “ให้กับเขา” ใช้เป็นกรรมของประโยค หรือใช้ตามหลังบุพบท ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้ “him” เมื่อเราพูดถึงผู้ชายคนใดคนหนึ่งที่เราได้กล่าวถึงไปแล้ว หรือเป็นที่เข้าใจกันอยู่แล้ว เช่น เมื่อเพื่อนถามว่า “Did you see John?” เราอาจจะตอบว่า “Yes, I saw him at the park.” หรือเมื่อเราต้องการจะให้ของแก่ใครสักคน เราก็อาจจะพูดว่า “I bought this gift for him.” เพื่อบอกว่าของขวัญชิ้นนี้มีไว้สำหรับเขาคนนั้น ความหมายและการใช้งาน “Him” ใช้แทนผู้ชายคนเดียว หรือสิ่งของที่ถูกระบุว่าเป็นเพศชายในบริบทนั้นๆ โดยจะทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค (Object of the…

  • "Massively” แปลว่า

    คำว่า “Massively” เป็นคำวิเศษณ์ (adverb) ในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อขยายความหมายของคำกริยา คำคุณศัพท์ หรือคำวิเศษณ์อื่น ๆ เพื่อบอกให้รู้ว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นหรือมีขนาดใหญ่มาก ใหญ่โตมโหฬาร หรือในปริมาณที่มากมายมหาศาล ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเคยได้ยินคำนี้ในบริบทที่เกี่ยวกับการเติบโต การแพร่กระจาย หรือผลกระทบที่ใหญ่หลวง เช่น บริษัทที่เติบโตแบบ “Massively” หมายถึงเติบโตอย่างรวดเร็วและมีขนาดใหญ่มาก หรือแคมเปญที่ประสบความสำเร็จแบบ “Massively” ก็คือประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย หรือได้รับความนิยมอย่างมหาศาล ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Massively” สื่อถึงความเป็น “อย่างมาก” “อย่างใหญ่หลวง” “อย่างมหาศาล” หรือ “อย่างท่วมท้น” ใช้เพื่อเน้นย้ำถึงขนาด ปริมาณ ความรุนแรง หรือผลกระทบที่เกินกว่าปกติทั่วไป ตัวอย่างการใช้งาน The company has grown massively in the last five years. (บริษัทเติบโตขึ้นอย่างมหาศาลในช่วงห้าปีที่ผ่านมา) The new movie was a massively popular…

  • "Wallets” แปลว่า

    คำว่า “Wallets” ในภาษาไทยหมายถึง “กระเป๋าเงิน” ครับ เป็นคำนามที่ใช้เรียกสิ่งของที่ใช้สำหรับเก็บเงินสด บัตรเครดิต บัตรประจำตัว หรือสิ่งของเล็กๆ อื่นๆ ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพก Wallets ติดตัวอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการออกไปซื้อของ จ่ายค่าบริการ หรือแค่เดินทางไปไหนมาไหน Wallets ช่วยให้เราจัดเก็บสิ่งของสำคัญเหล่านี้ได้อย่างเป็นระเบียบและหยิบใช้งานได้สะดวก ไม่ต้องกังวลว่าจะลืมหรือทำหายครับ บางคนอาจจะใช้ Wallets ที่มีขนาดเล็กพอดีกับกระเป๋าเสื้อ หรือบางคนอาจจะเลือก Wallets ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อยเพื่อใส่ของได้มากขึ้น เช่น นามบัตร หรือใบเสร็จต่างๆ ความหมายและการใช้งาน “Wallets” โดยทั่วไปหมายถึงกระเป๋าเงิน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ได้ตามลักษณะการใช้งาน เช่น กระเป๋าเงินแบบพับได้ (bifold wallet), กระเป๋าเงินแบบยาว (long wallet) หรือกระเป๋าใส่บัตร (cardholder) การใช้งานหลักๆ คือเพื่อเก็บรักษาสิ่งของมีค่าให้ปลอดภัยและหยิบใช้ได้ง่าย ตัวอย่างการใช้งาน “ฉันลืม Wallets ไว้ที่บ้าน เลยไม่มีเงินสดมาจ่ายค่ารถ” หรือ “เขาเพิ่งซื้อ Wallets ใบใหม่เป็นของขวัญวันเกิด”…

  • "Carry” แปลว่า

    คำว่า “Carry” เป็นคำกริยาภาษาอังกฤษที่มีความหมายหลักๆ คือ “แบก” หรือ “หิ้ว” ไปด้วย หมายถึงการนำพาบางสิ่งบางอย่างจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ คน หรือแม้กระทั่งความรับผิดชอบ ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Carry” ได้ในหลายสถานการณ์ เช่น เวลาเราถือกระเป๋าไปไหนมาไหน เราก็สามารถพูดได้ว่า “I carry my bag” หรือเมื่อเราต้องนำเอกสารสำคัญไปให้ใคร ก็จะบอกว่า “I need to carry these documents to the office” นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงการรับผิดชอบในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น “He carries the responsibility for the project” ซึ่งหมายถึงเขาเป็นผู้รับผิดชอบโครงการนั้นๆ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Carry” สามารถแปลได้หลายความหมายขึ้นอยู่กับบริบท: แบก, หิ้ว, นำพา: ใช้กับการนำสิ่งของติดตัวไป เช่น “Can you…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *