"Completely” แปลว่า

“Completely” เป็นคำวิเศษณ์ (adverb) ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “อย่างสิ้นเชิง”, “โดยสมบูรณ์”, “ทั้งหมด”, “เต็มที่” หรือ “อย่างครบถ้วน” ใช้เพื่อเน้นย้ำว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นหรือเป็นไปอย่างเต็มที่ ไม่มีส่วนขาดหรือส่วนเกิน

ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Completely” เพื่อบอกว่าเราทำบางสิ่งบางอย่างจนเสร็จสิ้นสมบูรณ์ หรือเพื่ออธิบายสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ เช่น เมื่อเราพูดว่า “I have completely forgotten” หมายถึง เราลืมไปหมดสิ้นแล้วจริงๆ หรือเมื่อเราบอกว่า “The room was completely silent” ก็หมายความว่าในห้องนั้นเงียบสนิทจริงๆ ไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมาเลย

ความหมายและการใช้งาน

“Completely” ใช้เพื่อบอกระดับความสมบูรณ์ของการกระทำ สภาพการณ์ หรือการเปลี่ยนแปลง โดยบ่งชี้ว่าสิ่งนั้นได้เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ ครบถ้วน หรือโดยสิ้นเชิง

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “I’ve completely finished my homework.” (ฉันทำการบ้านเสร็จอย่างสมบูรณ์แล้ว)
  • “The painting was completely ruined by the water.” (ภาพวาดเสียหายอย่างสิ้นเชิงจากน้ำ)
  • “She was completely exhausted after the marathon.” (เธอเหนื่อยเต็มที่หลังจากวิ่งมาราธอน)

บริบทและการใช้ทั่วไป

คำว่า “Completely” มักใช้เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้กับการอธิบาย เพื่อให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านเข้าใจถึงระดับความสมบูรณ์หรือการสิ้นสุดของสิ่งนั้นๆ ได้อย่างชัดเจน


“Completely” ใช้กับอะไรได้บ้าง?

“Completely” สามารถใช้ขยายคำกริยา (verb), คำคุณศัพท์ (adjective) หรือคำวิเศษณ์อื่นๆ เพื่อบอกระดับความสมบูรณ์ เช่น completely understand (เข้าใจอย่างถ่องแท้), completely full (เต็มที่), completely new (ใหม่เอี่ยม)

มีความหมายเหมือนกับคำว่า “Totally” หรือไม่?

โดยทั่วไปแล้ว “Completely” และ “Totally” มีความหมายใกล้เคียงกันมากและมักใช้แทนกันได้ในหลายบริบท เพื่อสื่อถึงความเป็นที่สุด หรือความสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม ในบางครั้ง “Completely” อาจเน้นถึงความสมบูรณ์ที่ไม่มีอะไรขาดหาย ในขณะที่ “Totally” อาจเน้นถึงการเกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบหรือโดยสิ้นเชิง

Similar Posts

  • "Humidify” แปลว่า

    คำว่า “Humidify” ในภาษาไทยมีความหมายว่า การทำให้ความชื้นเพิ่มขึ้น หรือ การทำให้บรรยากาศมีความชื้นมากขึ้น โดยทั่วไปมักใช้กับการใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า “เครื่องทำความชื้น” (Humidifier) เพื่อเพิ่มระดับความชื้นในอากาศภายในอาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่อากาศแห้ง เช่น ในห้องปรับอากาศ หรือในฤดูหนาว ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินหรือเห็นคำว่า “Humidify” ในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงการดูแลสุขภาพผิวพรรณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง หรือเมื่อพูดถึงการดูแลสุขภาพทางเดินหายใจ การเพิ่มความชื้นในอากาศสามารถช่วยบรรเทาอาการไอ เจ็บคอ หรืออาการคัดจมูกที่เกิดจากอากาศแห้งได้ นอกจากนี้ยังมีการใช้เพื่อรักษาอุปกรณ์บางชนิดที่ไวต่อความแห้ง เช่น เครื่องดนตรี หรือเฟอร์นิเจอร์ไม้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแตกร้าว ความหมายและการใช้งาน “Humidify” มาจากคำว่า “humid” ที่แปลว่า ชื้น และเติมปัจจัย “-ify” เพื่อให้เป็นคำกริยา หมายถึง การทำให้ชื้น หรือการเพิ่มความชื้น การใช้งานหลักคือการกล่าวถึงกระบวนการเพิ่มความชื้นในอากาศ โดยใช้อุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะ ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อรู้สึกว่าอากาศในห้องนอนแห้งเกินไป คุณอาจเปิด “เครื่องทำความชื้น” เพื่อช่วย humidify อากาศให้สบายขึ้น แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ humidifier เพื่อช่วย humidify…

  • "อายะ” แปลว่า

    คำว่า “อายะ” (Aya) เป็นคำทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่นที่มักใช้เรียกชื่อคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศญี่ปุ่น ชื่อ “อายะ” เป็นชื่อที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้หญิง และมีความหมายที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับตัวคันจิที่ใช้เขียน แต่โดยทั่วไปแล้วมักสื่อถึงความหมายที่ดีงาม สง่างาม หรือมีความเกี่ยวข้องกับธรรมชาติ ในการใช้งานในชีวิตประจำวัน หากได้ยินชื่อ “อายะ” ผู้คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงบุคคลที่เป็นผู้หญิง อาจจะเป็นเพื่อน คนรู้จัก หรือตัวละครในสื่อบันเทิงต่างๆ เช่น อนิเมะ มังงะ หรือละครโทรทัศน์ การเรียกชื่อ “อายะ” เป็นการเรียกโดยตรงถึงบุคคลนั้นๆ โดยไม่มีความหมายแฝงอื่นใดนอกเหนือจากเป็นชื่อเฉพาะ ความหมายและการใช้งาน ชื่อ “อายะ” ในภาษาญี่ปุ่นสามารถเขียนด้วยตัวคันจิได้หลายแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็จะให้ความหมายที่แตกต่างกันไป ตัวอย่างเช่น: 彩 (Aya): หมายถึง สีสัน ลวดลาย การประดับประดา สื่อถึงความสดใส มีชีวิตชีวา 綾 (Aya): หมายถึง ลวดลาย ผ้าทอ ลายทแยง สื่อถึงความสง่างาม ประณีต 亜弥 (Aya): ความหมายอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับตัวคันจิที่ใช้ แต่ก็มักจะมีความหมายที่ดี ในการใช้งานทั่วไป…

  • "bait” แปลว่า

    คำว่า “bait” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง เหยื่อ หรือ สิ่งล่อใจ ใช้เพื่อดึงดูดหรือหลอกให้สัตว์หรือคนเข้ามาหา หรือติดกับ โดยทั่วไปมักใช้กับเหยื่อตกปลา หรือเหยื่อล่อสัตว์ต่างๆ แต่ก็สามารถนำไปใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้เช่นกัน ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า “bait” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น การใช้เหยื่อล่อปลาเพื่อการตกปลา หรือการใช้เหยื่อล่อสัตว์ป่าเพื่อจับ หรือแม้กระทั่งในโลกออนไลน์ ก็มีการใช้คำว่า “bait” ในลักษณะของการสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้คน หรือที่เรียกว่า “clickbait” นั่นเอง ความหมายและการใช้งาน “Bait” มีความหมายหลักคือ “เหยื่อ” ซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้ล่อให้เป้าหมายเข้ามาหา อาจเป็นอาหารสำหรับสัตว์ หรือสิ่งยั่วยุสำหรับมนุษย์ ในเชิงเปรียบเทียบ “bait” อาจหมายถึง กลอุบาย หรือสิ่งล่อใจที่ใช้เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์บางอย่าง หรือเพื่อหลอกลวง ตัวอย่างการใช้งาน ชาวประมงใช้หนอนเป็น bait เพื่อตกปลา โจรวางแผนใช้เงินปลอมเป็น bait เพื่อล่อให้เหยื่อตายใจ เว็บไซต์นั้นใช้หัวข้อข่าวที่น่าตื่นเต้นเป็น bait เพื่อเพิ่มยอดคลิก บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “bait” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการดึงดูดหรือหลอกล่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการตกปลา การล่าสัตว์…

  • "Eventually” แปลว่า

    คำว่า “Eventually” เป็นคำในภาษาอังกฤษที่ใช้บ่งบอกถึงการสิ้นสุดหรือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในที่สุด หลังจากที่ผ่านช่วงเวลาหนึ่งหรือเหตุการณ์หลายอย่างมาแล้ว มักจะมีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า “ในที่สุด”, “ท้ายที่สุด”, “สุดท้ายแล้ว”, หรือ “วันใดวันหนึ่ง” ในภาษาไทย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Eventually” ในสถานการณ์ที่ต้องรอคอยบางสิ่งบางอย่าง หรือเมื่อพูดถึงเหตุการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะอีกไม่นาน หรืออีกนานแค่ไหนก็ตาม มันให้ความรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือเป็นผลลัพธ์ที่ตามมาอย่างเป็นธรรมชาติ เช่น เมื่อเรากำลังพยายามทำอะไรบางอย่างที่ยากลำบาก เราอาจจะพูดว่า “It’s hard now, but eventually it will be easier” (ตอนนี้มันยาก แต่ในที่สุดมันจะง่ายขึ้นเอง) หรือเมื่อพูดถึงแผนการที่ยังไม่เกิดขึ้นทันที เช่น “We plan to travel around the world eventually” (เราวางแผนว่าจะเที่ยวรอบโลกในที่สุด) ความหมายและการใช้งาน Eventually หมายถึง ในที่สุด, ท้ายที่สุด, สุดท้ายแล้ว หรือวันใดวันหนึ่ง เป็นการบอกถึงผลลัพธ์หรือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากผ่านช่วงเวลาหนึ่งหรือมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นแล้ว มักใช้เมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่รอคอย…

  • "Pls” แปลว่า

    คำว่า “Pls” เป็นคำย่อที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสื่อสารแบบไม่เป็นทางการ เช่น ข้อความแชท อีเมล หรือโซเชียลมีเดีย ย่อมาจากคำว่า “Please” ซึ่งมีความหมายว่า “โปรด” หรือ “กรุณา” ในภาษาไทย เป็นคำที่ใช้แสดงความสุภาพเมื่อต้องการขอร้องหรือสั่งให้ใครทำอะไรบางอย่าง ในชีวิตประจำวัน เราจะเห็นคนใช้ “Pls” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เมื่อต้องการขอความช่วยเหลือ หรือขอให้ใครทำอะไรให้ โดยไม่ต้องใช้คำว่า “Please” เต็มๆ ซึ่งอาจจะดูยาวเกินไปสำหรับบริบทที่ไม่เป็นทางการ ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการขอให้เพื่อนส่งรูปมาให้ ก็อาจจะพิมพ์ว่า “ส่งรูปมาให้หน่อย Pls” หรือถ้าต้องการขอให้ใครช่วยตอบอีเมล ก็อาจจะเขียนว่า “ช่วยตอบอีเมลนี้ให้หน่อย Pls ขอบคุณครับ/ค่ะ” การใช้ “Pls” ทำให้การสื่อสารดูรวดเร็วและกระชับมากขึ้น โดยที่ยังคงความสุภาพอยู่ ความหมายและการใช้งาน “Pls” ย่อมาจาก “Please” ซึ่งแปลว่า “โปรด” หรือ “กรุณา” ใช้เพื่อแสดงความสุภาพเมื่อต้องการขอร้องหรือสั่งให้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ตัวอย่าง “ช่วยส่งไฟล์งานให้หน่อย Pls” (Can…

  • "Happy Anniversary 1 Year” แปลว่า

    “Happy Anniversary 1 Year” เป็นคำทักทายหรือคำอวยพรที่ใช้แสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 1 ปีของการคบหาดูใจกันของคู่รัก หรือครบรอบการแต่งงาน 1 ปี เป็นการบอกกล่าวหรือแสดงความรู้สึกดีๆ ต่อกันในวันพิเศษนี้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นคำนี้ใช้กันในหลากหลายสถานการณ์ เช่น ในวันครบรอบ 1 ปีที่แฟนคบกัน คู่รักอาจจะโพสต์รูปคู่พร้อมแคปชั่น “Happy Anniversary 1 Year” หรือมอบของขวัญให้กัน หรือในกรณีแต่งงานครบ 1 ปี สามีภรรยาก็อาจจะใช้คำนี้ในการสื่อสารเพื่อระลึกถึงวันสำคัญ หรืออาจจะมีการจัดงานฉลองเล็กๆ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ที่ผ่านมา 1 ปี ความหมายและการใช้งาน “Happy Anniversary 1 Year” แปลตรงตัวว่า “สุขสันต์วันครบรอบ 1 ปี” เป็นวลีที่ใช้แสดงความยินดีและเฉลิมฉลองให้กับความสัมพันธ์ที่ดำเนินมาครบ 1 ปี ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบคู่รัก หรือการแต่งงาน การใช้งานมีความหมายหลักคือการแสดงความรู้สึกดีๆ และรับรู้ถึงความสำคัญของระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาด้วยกัน ตัวอย่างการใช้งาน คู่รักที่คบกันมา 1 ปี อาจจะโพสต์รูปพร้อมแคปชั่นว่า…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *