"Characteristic” แปลว่า

“Characteristic” เป็นคำภาษาอังกฤษที่โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า “ลักษณะเฉพาะ” หรือ “คุณสมบัติ” ที่บ่งบอกถึงตัวตน ความเป็นเอกลักษณ์ หรือสิ่งที่ทำให้สิ่งหนึ่งสิ่งนั้นแตกต่างจากสิ่งอื่น ๆ อาจเป็นลักษณะที่มองเห็นได้ เช่น รูปร่าง หน้าตา สีสัน หรืออาจเป็นลักษณะที่มองไม่เห็น เช่น นิสัยใจคอ ความสามารถ หรือคุณสมบัติบางอย่าง

ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “characteristic” หรือ “ลักษณะเฉพาะ” เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่โดดเด่นของคน สัตว์ สิ่งของ หรือแม้แต่สถานการณ์ต่างๆ เช่น เราอาจจะพูดถึง “characteristic” ของผลไม้ชนิดหนึ่งว่ามีรสชาติหวานอมเปรี้ยว หรือ “characteristic” ของเมืองที่เราไปเยือนว่ามีบรรยากาศเงียบสงบ เรายังสามารถใช้คำนี้เพื่ออธิบายถึงนิสัยเด่นๆ ของเพื่อนเราได้ด้วย เช่น “He has a characteristic of always being late.” ซึ่งหมายความว่าเขาเป็นคนที่มีลักษณะเด่นคือมาสายเสมอ

Meaning & Usage

“Characteristic” หมายถึง คุณสมบัติพิเศษ หรือลักษณะที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวตน หรือความแตกต่างของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งลักษณะภายนอกที่มองเห็นได้ หรือลักษณะภายในที่ไม่สามารถมองเห็นได้โดยตรง เช่น คุณสมบัติ, คุณลักษณะ, เอกลักษณ์, สัญลักษณ์, ลักษณะเด่น

Examples

  • The bright red color is a key characteristic of this apple variety. (สีแดงสดเป็น ลักษณะเฉพาะ ที่สำคัญของแอปเปิ้ลสายพันธุ์นี้)
  • One of his most noticeable characteristics is his infectious laugh. (หนึ่งใน ลักษณะเฉพาะ ที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนที่สุดของเขาคือเสียงหัวเราะที่ชวนให้หัวเราะตาม)
  • The characteristic smell of the ocean filled the air. (กลิ่น อันเป็นเอกลักษณ์ ของทะเลอบอวลไปทั่วบริเวณ)

Context / Common Use

คำว่า “characteristic” มักถูกใช้ในการอธิบายถึงคุณสมบัติที่สม่ำเสมอและเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งนั้นๆ ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว

FAQ SECTION

“Characteristic” แตกต่างจาก “Feature” อย่างไร?

“Characteristic” มักจะหมายถึงคุณสมบัติที่เป็นแก่นแท้ หรือส่วนหนึ่งของตัวตนของสิ่งนั้นๆ ในขณะที่ “Feature” อาจหมายถึงส่วนประกอบที่เพิ่มเข้ามา หรือลักษณะที่โดดเด่นเป็นพิเศษ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติพื้นฐานเสมอไป

มีคำอื่นใดที่สามารถใช้แทน “Characteristic” ได้บ้าง?

ในภาษาไทย สามารถใช้คำว่า “ลักษณะเฉพาะ”, “คุณสมบัติ”, “เอกลักษณ์”, “คุณลักษณะ” หรือ “ลักษณะเด่น” เพื่อสื่อความหมายใกล้เคียงกันได้ ขึ้นอยู่กับบริบทที่ต้องการสื่อสาร

Similar Posts

  • "Follow” แปลว่า

    คำว่า “Follow” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “ติดตาม” ในภาษาไทย เมื่อนำไปใช้ในบริบทต่างๆ ความหมายจะปรับเปลี่ยนไปเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์นั้นๆ ได้อย่างเหมาะสม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นคำว่า “Follow” ใช้กันบ่อยๆ ในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะบนโซเชียลมีเดียต่างๆ เช่น Facebook, Instagram, Twitter (X), YouTube หรือ TikTok การ “Follow” ใครสักคนหมายถึงการที่เราเลือกที่จะรับข้อมูลข่าวสาร การอัปเดต หรือโพสต์ต่างๆ จากบุคคลนั้นๆ อย่างต่อเนื่อง โดยที่เราไม่ต้องไปค้นหาเอง ซึ่งเปรียบเสมือนการสมัครรับข่าวสาร หรือการเป็นแฟนคลับในอีกรูปแบบหนึ่ง นอกจากนี้ ในการสนทนาทั่วไป หากมีคนบอกให้เรา “Follow” อาจหมายถึงการให้เราทำตามคำแนะนำ หรือทำในสิ่งเดียวกันกับที่เขาทำอยู่ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Follow” แปลตรงตัวว่า “ติดตาม” แต่ในการใช้งานจริง สามารถแบ่งได้เป็นหลายลักษณะ: การติดตามบนโซเชียลมีเดีย: เป็นการกดปุ่ม “Follow” เพื่อรับข่าวสาร อัปเดต หรือโพสต์จากบัญชีนั้นๆ การทำตาม: หมายถึงการปฏิบัติตามคำสั่ง คำแนะนำ…

  • "Tease” แปลว่า

    คำว่า “Tease” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ การหยอกล้อ การยั่วเย้า หรือการแกล้งเล่นแบบขำๆ โดยไม่ได้มีเจตนาร้าย มักใช้กับสถานการณ์ที่ทำให้คนอื่นรู้สึกเขินอาย สนุกสนาน หรือบางครั้งก็อาจจะรู้สึกรำคาญเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วเป็นการกระทำที่สร้างสีสันหรือความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น ในชีวิตประจำวัน เราจะเห็นการใช้คำว่า “Tease” ได้บ่อยครั้งในหลากหลายบริบท เช่น เพื่อนสนิทอาจจะ “Tease” กันเรื่องแฟน เรื่องหน้าตา หรือเรื่องตลกขบขันที่เคยเกิดขึ้น หรืออาจจะใช้ในการโปรโมทสินค้าบางอย่างที่ต้องการสร้างความน่าสนใจ โดยการเปิดเผยข้อมูลเพียงบางส่วนเพื่อให้คนอยากติดตาม หรือแม้แต่ในการเล่นเกมที่ต้องมีการหลอกล่อคู่ต่อสู้เพื่อสร้างความสนุกสนาน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Tease” หมายถึง การหยอกล้อ แกล้งเล่น ยั่วเย้า หรือทำให้รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยเพื่อความสนุกสนาน หรือเพื่อดึงดูดความสนใจ ในภาษาไทยอาจเทียบได้กับคำว่า “หยอก” “แกล้ง” “ยั่ว” หรือ “ปั่นหัว” เล็กๆ น้อยๆ ตัวอย่างการใช้งาน “He likes to tease his sister about her new boyfriend.” (เขาชอบหยอกล้อ/แกล้งน้องสาวเรื่องแฟนใหม่ของเธอ) “The…

  • "Competition” แปลว่า

    คำว่า “Competition” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การแข่งขัน หรือการประชันขันกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งเดียวกัน หรือเพื่อแสดงความสามารถที่เหนือกว่า โดยทั่วไปแล้ว การแข่งขันสามารถเกิดขึ้นได้ในหลากหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันทางการกีฬา การแข่งขันทางธุรกิจ หรือแม้กระทั่งการแข่งขันในชีวิตประจำวัน ในชีวิตประจำวัน เรามักพบเห็นคำว่า “Competition” ได้บ่อยครั้ง เช่น เวลาดูการแข่งขันฟุตบอล เราจะพูดว่า “ฟุตบอลนัดนี้มีการแข่งขันที่ดุเดือดมาก” หรือในการทำธุรกิจ เมื่อบริษัทต่างๆ พยายามเสนอสินค้าและบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ก็เรียกว่า “Competition” ในตลาด หรือแม้กระทั่งเวลาเรากับเพื่อนแข่งกันทำคะแนนในเกม ก็ถือเป็น “Competition” เล็กๆ น้อยๆ อย่างหนึ่ง ความหมายและการใช้งาน Competition หมายถึง การแข่งขัน การประชัน หรือการชิงชัย เพื่อให้ได้เปรียบ หรือเพื่อให้เป็นที่หนึ่งในกลุ่ม สามารถใช้ได้กับกิจกรรม หรือสถานการณ์ต่างๆ ที่มีการวัดผล หรือการเปรียบเทียบความสามารถ ตัวอย่าง การแข่งขันวิ่งมาราธอน การแข่งขันในตลาดหุ้น การแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งหัวหน้างาน บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า Competition มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับตลาดธุรกิจ กีฬา การศึกษา…

  • "Yield” แปลว่า

    คำว่า “Yield” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ผลผลิต” หรือ “ผลตอบแทน” ที่ได้จากการลงทุน การเพาะปลูก หรือกระบวนการใดกระบวนการหนึ่ง โดยทั่วไปแล้วจะสื่อถึงปริมาณหรือจำนวนที่เกิดขึ้นจริงเมื่อเทียบกับสิ่งที่คาดหวังหรือลงทุนไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Yield” ในบริบทของการเงินและการลงทุน เช่น “Yield” ของหุ้น หรือ “Yield” ของพันธบัตร ซึ่งหมายถึงอัตราผลตอบแทนที่เราจะได้รับจากการถือครองสินทรัพย์นั้นๆ หรืออาจหมายถึงผลผลิตจากการเกษตร เช่น “Yield” ของข้าวโพดต่อไร่ หรือ “Yield” ของมะม่วงจากต้นหนึ่งๆ ก็ได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Yield” สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ ผลผลิต (Production): ปริมาณของสิ่งที่ผลิตได้ เช่น ผลผลิตทางการเกษตร, ผลผลิตจากโรงงาน ผลตอบแทน (Return): ผลกำไรหรือรายได้ที่ได้รับจากการลงทุน เช่น อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน, ดอกเบี้ย การยอมให้ (Giving way): ในบางกรณี “Yield” อาจหมายถึงการยอมให้หรือยอมสละ เช่น การยอมให้รถคันอื่นไปก่อนที่สี่แยก…

  • "Company” แปลว่า

    คำว่า “Company” ในภาษาไทยหมายถึงบริษัท ซึ่งเป็นองค์กรหรือหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจ แสวงหาผลกำไร หรือให้บริการบางอย่าง โดยทั่วไปแล้ว บริษัทจะมีโครงสร้างการบริหารจัดการที่ชัดเจน มีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ และมักจะมีผู้ถือหุ้นหรือเจ้าของเป็นผู้ลงทุน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Company” หรือ “บริษัท” เพื่ออ้างถึงสถานที่ทำงานของเรา หรือเมื่อพูดถึงธุรกิจต่างๆ ที่เราคุ้นเคย เช่น “ฉันทำงานอยู่ที่ Company หนึ่งในย่านอโศก” หรือ “Company นี้กำลังขยายกิจการอย่างรวดเร็ว” เราอาจได้ยินคำนี้บ่อยๆ ในข่าวสารเกี่ยวกับธุรกิจ การลงทุน หรือเมื่อมีการพูดคุยเกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกิจ ความหมายและการใช้งาน “Company” หมายถึง องค์กรธุรกิจที่จดทะเบียนอย่างเป็นทางการ มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ เช่น การผลิต การจำหน่าย การให้บริการ หรือการลงทุน การจัดตั้ง Company มักจะเกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนตามกฎหมาย การมีโครงสร้างการบริหารงาน และการมีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้และผลกำไร ตัวอย่างการใช้งาน 1. “ผมเพิ่งได้งานใหม่ที่Company ด้านเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง” (I just got a new job at…

  • "Delicate” แปลว่า

    คำว่า “Delicate” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “บอบบาง” “ละเอียดอ่อน” หรือ “อ่อนช้อย” ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ในหลายบริบท ขึ้นอยู่กับว่าเรากำลังพูดถึงอะไรค่ะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Delicate” บ่อยๆ เวลาพูดถึงสิ่งของที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เช่น เสื้อผ้าที่ทำจากผ้าเนื้อบาง หรือเครื่องประดับที่ดูสวยงามแต่ก็เปราะบาง หรือแม้กระทั่งการพูดถึงอารมณ์ความรู้สึกที่ละเอียดอ่อนของคนเรา ก็สามารถใช้คำนี้ได้เช่นกันค่ะ ความหมายและการใช้งาน “Delicate” สามารถแปลได้หลายอย่าง ขึ้นอยู่กับบริบท: บอบบาง เปราะบาง: ใช้กับสิ่งของที่แตกหักง่าย หรือเสียหายได้ง่าย เช่น “A vase made of delicate glass” (แจกันที่ทำจากแก้วเนื้อบอบบาง) ละเอียดอ่อน ประณีต: ใช้กับงานฝีมือ รสชาติ หรือกลิ่น ที่มีความซับซ้อนและต้องการความใส่ใจ เช่น “Delicate embroidery” (งานปักที่ละเอียดอ่อน) หรือ “A delicate flavour” (รสชาติที่กลมกล่อม ละมุนลิ้น) อ่อนแอ สุขภาพไม่แข็งแรง: ใช้กับคนหรือสัตว์ที่ร่างกายอ่อนแอ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *