"Catch” แปลว่า

คำว่า “Catch” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “จับ” หรือ “คว้า” ครับ เป็นคำกริยาที่ใช้เมื่อเราต้องการรับหรือยึดสิ่งของที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาหาเรา หรือเมื่อเราต้องการทำให้บางสิ่งหยุดนิ่ง

ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Catch” บ่อยครั้งในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เวลาเล่นกีฬา เช่น “catch a ball” (รับลูกบอล) หรือ “catch a fish” (จับปลา) นอกจากนี้ยังใช้ในความหมายอื่นๆ ได้อีก เช่น “catch a cold” (เป็นหวัด) หรือ “catch a train/bus” (ขึ้นรถไฟ/รถประจำทางให้ทัน) บางครั้งก็ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการรับทราบหรือเข้าใจ เช่น “Did you catch what I said?” (คุณเข้าใจที่ฉันพูดไหม?) หรือ “catch up” ที่แปลว่า “ตามให้ทัน” หรือ “พูดคุยปรับทุกข์” ครับ

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Catch” แปลว่า “จับ” หรือ “คว้า” ใช้ได้ทั้งการจับสิ่งของ การจับสัตว์ หรือแม้แต่การจับสิ่งที่มองไม่เห็น เช่น ความคิด หรือ อารมณ์ นอกจากนี้ยังมีความหมายอื่นๆ ที่เป็นสำนวน เช่น การเป็นหวัด หรือ การขึ้นรถให้ทันเวลา

ตัวอย่างการใช้งาน

  • Catch a ball: เขาโยนบอลมา ฉันก็ catch มันไว้ได้
  • Catch a cold: ระวังเป็นหวัดนะช่วงนี้ อากาศเปลี่ยนบ่อย เดี๋ยวจะ catch a cold เอา
  • Catch a train: ฉันต้องรีบวิ่งไป catch รถไฟขบวนสุดท้าย
  • Catch up: เราไม่ได้เจอกันนาน มาหาอะไรดื่มคุยกัน catch up กันหน่อยไหม

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Catch” มักจะถูกใช้ในบริบทของการเคลื่อนไหว การรับ การคว้า หรือการไล่ตามให้ทัน ไม่ว่าจะเป็นการจับสิ่งของจริงๆ หรือการจับเวลาเพื่อให้ทันอะไรบางอย่าง นอกจากนี้ยังพบได้บ่อยในสำนวนที่เกี่ยวกับสุขภาพ (catch a cold) หรือการสื่อสาร (catch a meaning)

“Catch” แปลว่าอะไรได้อีกบ้าง?

นอกจากความหมายว่า “จับ” แล้ว “Catch” ยังสามารถแปลว่า “เป็น” (เช่น เป็นหวัด – catch a cold) หรือ “ขึ้น” (เช่น ขึ้นรถไฟให้ทัน – catch a train) ได้ด้วย ขึ้นอยู่กับบริบทของประโยคครับ

สำนวน “Catch up” หมายถึงอะไร?

“Catch up” หมายถึง การตามให้ทัน หรือการพูดคุยอัปเดตเรื่องราวหลังจากที่ไม่ได้เจอกันนานครับ

Similar Posts

  • "Style” แปลว่า

    คำว่า “Style” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ ว่า “สไตล์” ซึ่งหมายถึง รูปแบบ ลักษณะ หรือวิธีการที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของบุคคล สิ่งของ หรือแนวคิดนั้นๆ โดยอาจเกี่ยวข้องกับแฟชั่น การออกแบบ ศิลปะ การดำเนินชีวิต หรือแม้กระทั่งวิธีการพูดและการคิด ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Style” ถูกนำมาใช้ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เวลาที่เราพูดถึงการแต่งตัวของใครสักคน เราอาจจะบอกว่า “เขาคนนี้มีสไตล์มาก” หมายถึง เขามีวิธีการแต่งตัวที่ดูดี มีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร หรือเมื่อพูดถึงการตกแต่งบ้าน ก็อาจจะบอกว่า “บ้านหลังนี้ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น” ซึ่งหมายถึง การตกแต่งบ้านตามแบบฉบับของสไตล์โมเดิร์น นอกจากนี้ “Style” ยังสามารถหมายถึง ทัศนคติหรือแนวทางการใช้ชีวิต เช่น “เธอใช้ชีวิตแบบมีสไตล์” ซึ่งอาจหมายถึง การใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มีความชัดเจนในตัวเอง และไม่ตามกระแสมากจนเกินไป ความหมายและการใช้งาน “Style” หมายถึง รูปแบบ ลักษณะเฉพาะ หรือวิธีการที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้กับหลายสิ่งหลายอย่าง เช่น แฟชั่น (Style of dress),…

  • "เปาเป่า” แปลว่า

    คำว่า “เปาเป่า” เป็นคำแสลงที่ใช้เรียกแทน “เป๋าตัง” ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่พัฒนาโดยธนาคารกรุงไทย เพื่อใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ เช่น การชำระเงิน การโอนเงิน และการรับสิทธิประโยชน์จากภาครัฐ ในชีวิตประจำวัน คนไทยมักจะเรียกแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ด้วยคำว่า “เปาเป่า” อย่างติดปาก โดยเฉพาะในกลุ่มเพื่อนฝูง หรือเมื่อพูดถึงโครงการของรัฐบาลที่ต้องใช้แอปนี้ เช่น โครงการคนละครึ่ง เราชนะ หรือ ม.33 เรารักกัน การเรียก “เปาเป่า” จึงเป็นเหมือนภาษาเฉพาะกลุ่มที่เข้าใจกันง่ายและรวดเร็ว ความหมายและการใช้งาน คำว่า “เปาเป่า” มาจากการออกเสียงคำว่า “เป๋าตัง” ที่อาจจะฟังดูคล้ายคลึงกัน และถูกนำมาใช้เป็นคำเรียกแทนอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อให้ฟังดูน่ารัก สนุกสนาน หรือเป็นกันเองมากขึ้น การใช้งานส่วนใหญ่จะอยู่ในบริบทของการพูดคุยทั่วไป ไม่ใช่การใช้งานที่เป็นทางการ ตัวอย่างการใช้งาน “แก โหลดแอปเปาเป่าไว้ยัง จะได้ไปใช้สิทธิ์คนละครึ่ง” “วันนี้ได้เงินเยียวยาเข้าเปาเป่าแล้ว ดีใจจัง” “ไปจ่ายค่ากาแฟด้วยเปาเป่ากัน” บริบทที่พบบ่อย คำว่า “เปาเป่า” มักถูกใช้ในการพูดคุยเกี่ยวกับแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับโครงการของรัฐบาลที่ต้องใช้แอปนี้ในการรับเงินหรือใช้จ่าย เป็นคำที่นิยมใช้ในหมู่คนรุ่นใหม่หรือกลุ่มคนที่คุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีและแอปพลิเคชันต่างๆ “เปาเป่า” กับ “เป๋าตัง”…

  • "Sticks” แปลว่า

    คำว่า “Sticks” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วหมายถึง “แท่ง” หรือ “กิ่งไม้” ครับ เป็นคำนามที่ใช้เรียกสิ่งของที่มีลักษณะยาวๆ เรียวๆ คล้ายๆ ไม้ หรือแท่งวัตถุต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Sticks” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เวลาพูดถึงของเล่นที่ทำจากไม้สำหรับสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัข หรือเวลาพูดถึงอุปกรณ์บางอย่างที่ทำจากแท่งไม้ หรือแม้กระทั่งในสำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้เปรียบเทียบสิ่งต่างๆ ให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Sticks” หมายถึง แท่ง หรือ กิ่งไม้ โดยทั่วไปมักใช้เรียกสิ่งของที่มีลักษณะยาวและเรียว เช่น ไม้จิ้มฟัน (toothpicks), ไม้ไอศกรีม (popsicle sticks), หรือแม้กระทั่งกิ่งไม้แห้งที่หล่นจากต้นไม้ ตัวอย่างการใช้งาน เช่น “The dog loves to play with sticks in the park.” (สุนัขชอบเล่นกับกิ่งไม้ในสนาม) หรือ “She used chopsticks to eat…

  • "Extinction” แปลว่า

    คำว่า “Extinction” ในภาษาไทยหมายถึง การสูญพันธุ์ ซึ่งหมายถึงการสิ้นสุดของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในสายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่ง หรือการสิ้นสุดของกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่เคยมีอยู่บนโลกนี้ไปอย่างถาวร ไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์ หรือจุลินทรีย์ เมื่อสายพันธุ์นั้นๆ ไม่สามารถสืบพันธุ์ต่อไปได้ หรือประชากรทั้งหมดได้ตายจากไปหมดแล้ว ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพูดถึง “Extinction” เมื่อเราพูดถึงสัตว์หรือพืชที่กำลังจะหายไป หรือได้หายไปจากโลกแล้ว เช่น เราอาจจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ หรือพูดคุยกันถึงสาเหตุที่ทำให้สัตว์บางชนิดต้องเผชิญกับภาวะ “Extinction” นี้ ซึ่งอาจเกิดจากภัยธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือการกระทำของมนุษย์ ความหมายและการใช้งาน “Extinction” คือ สภาวะที่สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่งหรือกลุ่มสิ่งมีชีวิตทั้งหมดได้สิ้นสุดลงอย่างถาวร ไม่เหลือแม้แต่ตัวเดียวอีกต่อไปแล้ว คำนี้ใช้ได้ทั้งกับสิ่งมีชีวิตในอดีตที่สูญพันธุ์ไปแล้ว และสิ่งมีชีวิตในปัจจุบันที่กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ตัวอย่างการใช้งาน เช่น ไดโนเสาร์ได้เผชิญกับ “Extinction” เมื่อหลายล้านปีก่อน หรือ การล่าสัตว์อย่างผิดกฎหมายเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้แรดบางชนิดเสี่ยงต่อ “Extinction” บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Extinction” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับชีววิทยา นิเวศวิทยา การอนุรักษ์ธรรมชาติ และการศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของสิ่งมีชีวิตบนโลก “Extinction” คืออะไร? “Extinction” หมายถึง การสูญพันธุ์ ซึ่งคือการสิ้นสุดลงของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในสายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่งอย่างถาวร อะไรเป็นสาเหตุของการ “Extinction”?…

  • "อาอี้” แปลว่า

    คำว่า “อาอี้” เป็นคำที่คนไทยนิยมใช้เรียกแทน “คุณปู่” หรือ “คุณตา” โดยเฉพาะในบริบทที่แสดงถึงความสนิทสนม ความรัก และความผูกพันที่ลูกหลานมีต่อคุณตาคุณปู่ ซึ่งมักจะเป็นการเรียกอย่างเอ็นดูและเป็นกันเอง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “อาอี้” จากเด็กๆ ที่เรียกคุณตาคุณปู่ของตนเอง หรือผู้ใหญ่ที่ใช้เรียกคุณตาคุณปู่ของเพื่อนสนิท หรือคนในครอบครัวที่นับถือเหมือนญาติผู้ใหญ่ การเรียกแบบนี้แสดงให้เห็นถึงความใกล้ชิดและอบอุ่นในความสัมพันธ์ ทำให้ผู้ฟังรู้สึกได้ถึงความน่ารักและเป็นกันเอง ความหมายและการใช้งาน “อาอี้” มาจากภาษาจีนแต้จิ๋ว หมายถึง ปู่ หรือ ตา ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกแทนญาติผู้ใหญ่ฝ่ายพ่อหรือฝ่ายแม่ที่อาวุโสกว่าตนเอง ในสังคมไทยที่ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจีน คำนี้จึงถูกนำมาใช้เป็นคำเรียกที่แสดงถึงความเคารพ ความรัก และความสนิทสนมต่อคุณตาคุณปู่ ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อเด็กๆ ไปหาคุณตาคุณปู่ อาจจะพูดว่า “อาอี้ครับ/คะ หนูมาแล้ว” หรือเมื่อพูดถึงคุณตาคุณปู่กับคนอื่น อาจจะกล่าวว่า “อาอี้ของหนูใจดีมากเลย” เป็นต้น บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “อาอี้” มักจะได้ยินบ่อยในครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีน หรือครอบครัวที่มีความคุ้นเคยและนิยมใช้คำศัพท์ภาษาจีนในการเรียกญาติผู้ใหญ่ เพื่อแสดงถึงความผูกพันและความเป็นกันเอง FAQ SECTION “อาอี้” เรียกใครได้บ้าง? โดยทั่วไป “อาอี้” ใช้เรียกคุณตาหรือคุณปู่ที่เรารักและสนิทสนม อาจจะเป็นคุณตาคุณปู่แท้ๆ…

  • "Notes” แปลว่า

    คำว่า “Notes” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง บันทึก หรือ ข้อความสั้นๆ ที่จดไว้เพื่อช่วยจำ หรือเพื่อสื่อสารข้อมูลสำคัญ โดยทั่วไปแล้ว “Notes” จะมีความหมายครอบคลุมตั้งแต่การจดบันทึกย่อในห้องเรียน การจดรายการสิ่งที่ต้องทำ การจดไอเดีย หรือแม้แต่การเขียนข้อความสั้นๆ ฝากไว้ให้ผู้อื่น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้ “Notes” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อไปประชุม เราอาจจะจด “Notes” เกี่ยวกับประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุย หรือเมื่อไปร้านค้า เราอาจจะจดรายการของที่ต้องซื้อลงใน “Notes” เพื่อไม่ให้ลืม หรือแม้แต่การบันทึกเบอร์โทรศัพท์ หรือข้อมูลติดต่อต่างๆ ก็ถือเป็น “Notes” รูปแบบหนึ่งเช่นกัน นอกจากนี้ ในยุคดิจิทัล เรายังสามารถใช้แอปพลิเคชันต่างๆ ที่มีฟังก์ชัน “Notes” เพื่อบันทึกข้อมูลต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Notes” มีความหมายหลักๆ คือ การจดบันทึก หรือ ข้อความสั้นๆ เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น การช่วยจำ: จดสิ่งสำคัญที่ไม่อยากลืม เช่น การบ้าน…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *