"Case” แปลว่า

คำว่า “Case” ในภาษาไทย สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ โดยทั่วไปแล้ว “Case” หมายถึง “กรณี” หรือ “สถานการณ์” ที่กำลังกล่าวถึง หรืออาจหมายถึง “กล่อง” หรือ “ซอง” ที่ใช้บรรจุสิ่งของบางอย่าง

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Case” บ่อยครั้งในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อพูดถึงคดีความ เราอาจจะได้ยินคำว่า “case number” ซึ่งก็คือหมายเลขคดี หรือเมื่อพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เราอาจจะบอกว่า “It’s a difficult case” หมายถึงเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบาก หรือเมื่อพูดถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เราอาจจะหมายถึง “phone case” หรือเคสโทรศัพท์มือถือที่ใช้ป้องกันเครื่อง

ความหมายและการใช้งาน

“Case” สามารถหมายถึง:

  • กรณี (Situation/Instance): ใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ หรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น “In this case, we need to be careful.” (ในกรณีนี้ เราต้องระมัดระวัง)
  • คดี (Legal Matter): ใช้ในบริบทของกฎหมาย เช่น “The lawyer is handling a new case.” (ทนายกำลังจัดการคดีใหม่)
  • กล่อง/ซอง (Container): ใช้เรียกสิ่งของที่ใช้บรรจุ หรือห่อหุ้ม เช่น “I bought a new laptop case.” (ฉันซื้อเคสแล็ปท็อปอันใหม่)
  • ตัวอย่าง/แบบอย่าง (Example): ในบางครั้งอาจใช้ในความหมายของตัวอย่าง เช่น “This is a classic case of…” (นี่เป็นตัวอย่างคลาสสิกของ…)

ตัวอย่างการใช้งาน

  • Case study: การศึกษาเฉพาะกรณี เพื่อวิเคราะห์ปัญหา หรือสถานการณ์
  • In any case: ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม, ในทุกกรณี
  • Worst-case scenario: สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด
  • Travel case: กล่องหรือกระเป๋าสำหรับเดินทาง

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Case” มักถูกใช้ในภาษาพูดและภาษาเขียนในหลากหลายวงการ ตั้งแต่วงการกฎหมาย การแพทย์ ธุรกิจ ไปจนถึงชีวิตประจำวันเกี่ยวกับอุปกรณ์ต่างๆ

คำถามที่พบบ่อย

“Case” ในภาษาไทยมีความหมายว่าอะไรบ้าง?

คำว่า “Case” สามารถแปลได้หลากหลาย เช่น กรณี, สถานการณ์, คดี, กล่อง, ซอง ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าต้องแปล “Case” ว่าอะไร?

คุณต้องพิจารณาจากประโยค หรือสถานการณ์ที่คำว่า “Case” ถูกใช้ เพื่อเลือกความหมายที่เหมาะสมที่สุด

Similar Posts

  • "Exploit” แปลว่า

    คำว่า “Exploit” (เอ็กซ์พลอยต์) ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ การใช้ประโยชน์จากสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เกิดผลสูงสุด หรือบางครั้งอาจหมายถึง การใช้ประโยชน์ในทางที่มิชอบ หรือการหาช่องโหว่เพื่อเอาเปรียบก็ได้ ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า exploit ในบริบทที่แตกต่างกันไป เช่น ในโลกเทคโนโลยี การ exploit อาจหมายถึงการค้นพบช่องโหว่ของระบบเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ซึ่งอาจเป็นไปในทางสร้างสรรค์ เช่น การทดสอบความปลอดภัย หรือในทางที่ไม่สร้างสรรค์ เช่น การเจาะระบบเพื่อขโมยข้อมูล ในแง่ธุรกิจ การ exploit อาจหมายถึงการใช้โอกาสหรือจุดแข็งของบริษัทให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Exploit” สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบท: การใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่: หมายถึงการนำทรัพยากร ความสามารถ หรือโอกาสที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การหาช่องโหว่/จุดอ่อน: ในทางเทคโนโลยีหรือความปลอดภัย หมายถึงการค้นพบและใช้ประโยชน์จากข้อผิดพลาดหรือช่องโหว่ของระบบ ซอฟต์แวร์ หรือเครือข่าย การเอาเปรียบ: ในบางบริบท อาจหมายถึงการแสวงหาผลประโยชน์จากผู้อื่นในทางที่ไม่เป็นธรรม บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “Exploit” มักถูกใช้ในบริบทเหล่านี้: เทคโนโลยีและความปลอดภัยทางไซเบอร์: เช่น “exploit kit” คือชุดเครื่องมือที่ใช้ในการโจมตีทางไซเบอร์โดยอาศัยช่องโหว่ของระบบ…

  • "จื่อบ่” แปลว่า

    คำว่า “จื่อบ่” เป็นภาษาถิ่นภาคเหนือของประเทศไทย มีความหมายตรงตัวว่า “จำได้ไหม” หรือ “ยังจำได้หรือเปล่า” เป็นคำถามที่ใช้เพื่อทบทวนความทรงจำ หรือสอบถามว่าอีกฝ่ายยังคงนึกถึงเรื่องราว บุคคล หรือเหตุการณ์ในอดีตได้หรือไม่ ในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน คนเหนือจะใช้คำว่า “จื่อบ่” เมื่อต้องการถามเพื่อนฝูง ญาติสนิท หรือคนรู้จักที่เคยมีประสบการณ์ร่วมกันมาก่อน เช่น เมื่อเจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนาน อาจจะทักทายด้วยประโยคว่า “อ้าว บักหล่า/อีหล้า สบายดีก่? จื่อบ่ได้แล้วบ่?” (อ้าว ลูกเอ๊ย สบายดีไหม? จำไม่ได้แล้วหรือ?) หรือเมื่อพูดถึงเรื่องราวในอดีตแล้วอยากรู้ว่าอีกฝ่ายยังจำได้อยู่ไหม ก็จะถามว่า “เรื่องตอนนั้น จื่อบ่?” (เรื่องตอนนั้น จำได้ไหม?) เป็นการชวนคุยและรื้อฟื้นความทรงจำระหว่างกัน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “จื่อบ่” ประกอบด้วยคำว่า “จื่อ” ซึ่งแปลว่า “จำ” และ “บ่” ซึ่งเป็นคำลงท้ายที่แสดงการถามในภาษาเหนือ เมื่อรวมกันจึงมีความหมายว่า “จำได้ไหม” ใช้เพื่อสอบถามเกี่ยวกับความทรงจำต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว เหตุการณ์สำคัญ หรือบุคคลที่เคยรู้จัก ตัวอย่าง “บ้านเก่าเฮานี่ จื่อบ่ได้แล้วกา?” (บ้านเก่าของเรานี่…

  • "mistake” แปลว่า

    คำว่า “mistake” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ความผิดพลาด การทำอะไรผิดไปจากที่ควรจะเป็น หรือการตัดสินใจที่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่ถูกต้อง เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปในชีวิตประจำวันเพื่ออธิบายถึงการกระทำที่ไม่ได้ตั้งใจให้ผิดพลาด แต่กลับมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “mistake” เมื่อเราทำอะไรผิดไป เช่น ลืมของสำคัญ, พูดอะไรผิดหูคนอื่น, หรือคำนวณตัวเลขผิดพลาด เราอาจจะพูดว่า “Oh, that was a mistake!” หรือ “I made a mistake.” เพื่อยอมรับว่าเราได้ทำผิดไปแล้ว เป็นเรื่องปกติที่ทุกคนสามารถทำ mistake ได้ และการเรียนรู้จาก mistake เหล่านั้นก็เป็นส่วนสำคัญของการเติบโต Meaning & Usage Mistake แปลว่า “ความผิดพลาด” หรือ “การทำผิด” ใช้เมื่อมีการกระทำ การตัดสินใจ หรือการเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปจากความถูกต้อง หรือความคาดหวัง Examples “I made a mistake when I sent…

  • "Benches” แปลว่า

    คำว่า “Benches” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ม้านั่ง” หรือ “ที่นั่งสาธารณะ” ซึ่งเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้สำหรับนั่งพักผ่อน โดยทั่วไปมักพบเห็นได้ตามสวนสาธารณะ ริมทางเท้า ชายหาด หรือพื้นที่สาธารณะอื่นๆ ที่ผู้คนต้องการนั่งพัก หรือรอสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เราจะใช้ “Benches” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น การไปนั่งพักผ่อนอ่านหนังสือในสวนสาธารณะ การนั่งรอรถประจำทาง การนั่งชมวิวริมทะเล หรือแม้แต่การนั่งพูดคุยกับเพื่อนๆ ในพื้นที่สาธารณะ ดังนั้น “Benches” จึงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ที่ช่วยอำนวยความสะดวกและสร้างพื้นที่สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจให้กับผู้คน ความหมายและการใช้งาน “Benches” หมายถึง ม้านั่ง ซึ่งเป็นที่นั่งยาวที่ออกแบบมาสำหรับให้คนหลายคนนั่งได้พร้อมกัน มักทำจากวัสดุที่ทนทาน เช่น ไม้ โลหะ หรือคอนกรีต เพื่อให้สามารถใช้งานได้ในที่กลางแจ้งและรองรับการใช้งานหนักได้ ตัวอย่างการใช้งาน เรามักจะเห็น “Benches” ในสถานที่ต่างๆ เช่น: สวนสาธารณะ: ผู้คนใช้นั่งพักผ่อน ชมวิว หรือทำกิจกรรมต่างๆ ริมทางเท้า: สำหรับคนเดินเท้าที่ต้องการหยุดพัก สถานีขนส่งสาธารณะ: สำหรับผู้โดยสารที่รอรถ พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ: เช่น ริมทะเล หรือริมแม่น้ำ…

  • "บรรทม” แปลว่า

    คำว่า “บรรทม” เป็นคำราชาศัพท์ที่ใช้สำหรับพระมหากษัตริย์ พระราชินี หรือพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง หมายถึง การนอนหลับ หรือ การประทับหลับ ในชีวิตประจำวัน เราจะไม่ได้ยินคำว่า “บรรทม” บ่อยนัก เพราะเป็นคำที่สงวนไว้ใช้กล่าวถึงพระอิริยาบถของพระมหากษัตริย์หรือพระบรมวงศานุวงศ์เท่านั้น หากเราต้องการกล่าวถึงการนอนหลับของบุคคลทั่วไป เราจะใช้คำว่า “นอน” หรือ “หลับ” แทน ความหมายและการใช้งาน “บรรทม” มีความหมายตรงตัวคือ การนอนหลับ แต่ด้วยความเป็นคำราชาศัพท์ จึงมีความหมายที่แฝงด้วยความเคารพและความสูงส่ง มักใช้ในบริบทที่เป็นทางการ หรือเมื่อกล่าวถึงพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ เช่น “ในหลวงทรงบรรทมพักผ่อน” หรือ “สมเด็จพระราชินีทรงบรรทมอยู่” เป็นต้น บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “บรรทม” จะปรากฏให้เห็นหรือได้ยินในข่าวสารเกี่ยวกับพระราชวงศ์ ในพระบรมราชวัง หรือในบทความ วรรณกรรม ที่กล่าวถึงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ การใช้คำนี้แสดงถึงความเหมาะสมตามกาลเทศะและสถานะของผู้ที่ถูกกล่าวถึง คำว่า “บรรทม” ใช้กับใครบ้าง? คำว่า “บรรทม” ใช้สำหรับพระมหากษัตริย์ พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงเท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้กับบุคคลทั่วไปได้ มีความแตกต่างระหว่าง “บรรทม” กับ “นอน”…

  • "Seasoned” แปลว่า

    คำว่า “Seasoned” ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่า มีประสบการณ์, ช่ำชอง, หรือผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี ทำให้มีความเชี่ยวชาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ มักใช้กับบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่สั่งสมมานานในสายงานหรือกิจกรรมนั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นคำว่า “Seasoned” ถูกนำไปใช้เพื่ออธิบายถึงบุคคลที่มีความเก่งกาจและผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ เช่น “a seasoned traveler” หมายถึง นักเดินทางที่ผ่านประสบการณ์การเดินทางมาอย่างโชกโชน รู้ดีว่าจะต้องเจออะไรบ้าง หรือ “a seasoned professional” คือมืออาชีพที่ทำงานมานาน มีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับ เป็นต้น การใช้คำนี้แสดงถึงการยอมรับในความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่สั่งสมมา ความหมายและการใช้งาน “Seasoned” หมายถึง ผู้ที่มีประสบการณ์มาก หรือช่ำชองในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ คำนี้บ่งบอกถึงการผ่านการฝึกฝน การเรียนรู้ และการลงมือปฏิบัติจริงมาเป็นระยะเวลานาน จนเกิดความเชี่ยวชาญและมีความสามารถที่โดดเด่น ตัวอย่างการใช้งาน Seasoned chef: เชฟที่มีประสบการณ์สูง ทำอาหารอร่อยและมีฝีมือ Seasoned investor: นักลงทุนที่มีประสบการณ์ยาวนาน เข้าใจตลาดและสามารถตัดสินใจได้ดี Seasoned performer: นักแสดงที่ผ่านการขึ้นเวทีมาแล้วมากมาย มีความมั่นใจและแสดงได้อย่างมืออาชีพ บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Seasoned” มักใช้ในบริบทที่ต้องการเน้นย้ำถึงความเชี่ยวชาญที่ได้มาจากการสั่งสมประสบการณ์ ไม่ใช่แค่ความรู้ทางทฤษฎีเท่านั้น แต่รวมถึงทักษะที่ผ่านการฝึกฝนและแก้ไขปัญหาจริงมาแล้ว…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *