"Capability” แปลว่า

คำว่า “Capability” ในภาษาไทยหมายถึง “ความสามารถ” หรือ “ศักยภาพ” ครับ เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงคุณสมบัติหรือทักษะที่บุคคล องค์กร หรือสิ่งของมีอยู่ ซึ่งทำให้สามารถทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จลุล่วงได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเรียนรู้ หรือการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพูดถึง “Capability” ในหลายบริบท เช่น เวลาที่บริษัทมองหาพนักงานใหม่ เขาจะดูว่าผู้สมัครมี “Capability” ในด้านใดบ้างที่ตรงกับตำแหน่งงาน หรือเวลาที่เราประเมินผลการทำงานของตัวเอง เราอาจจะบอกว่า “ปีนี้ฉันพัฒนา “Capability” ของตัวเองในด้านการสื่อสารได้ดีขึ้น” หรือเมื่อพูดถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ก็อาจจะบอกว่า “สมาร์ทโฟนรุ่นนี้มี “Capability” ในการถ่ายภาพที่น่าทึ่งมาก” เป็นต้น

ความหมายและการใช้งาน

“Capability” หมายถึงความสามารถที่ติดตัวมา หรือความสามารถที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมา ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เราสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจเป็นความสามารถทางกายภาพ ความสามารถทางสติปัญญา หรือความสามารถในการจัดการกับปัญหาต่างๆ

ตัวอย่างการใช้งาน

ตัวอย่างเช่น “พนักงานคนนี้มี “Capability” สูงในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า” หรือ “องค์กรของเรากำลังเสริมสร้าง “Capability” ด้านดิจิทัลให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น” ในอีกแง่หนึ่ง “Capability” ยังหมายถึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ ซึ่งรอการดึงออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

บริบทที่ใช้บ่อย

“Capability” มักถูกใช้ในบริบทของการทำงาน การพัฒนาตนเอง การประเมินผล การศึกษา และการพัฒนาองค์กร เพื่อบ่งบอกถึงสมรรถนะหรือขีดความสามารถที่มีอยู่ หรือที่ต้องการจะพัฒนาให้เกิดขึ้น

Capability หมายถึงอะไร?

“Capability” หมายถึงความสามารถหรือศักยภาพในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จ

เราใช้คำว่า Capability ในสถานการณ์ไหนได้บ้าง?

เราใช้คำว่า “Capability” เมื่อต้องการกล่าวถึงความสามารถของบุคคล องค์กร หรือสิ่งของ ในการทำงาน การเรียนรู้ หรือการเผชิญปัญหาต่างๆ

Capability กับ Ability ต่างกันอย่างไร?

โดยทั่วไป “Capability” มักจะเน้นที่ศักยภาพหรือความสามารถที่สามารถพัฒนาขึ้นได้ หรือเป็นความสามารถที่ต้องอาศัยการเรียนรู้และประสบการณ์ ในขณะที่ “Ability” มักจะหมายถึงความสามารถที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติ หรือเป็นทักษะที่ได้รับการฝึกฝนมาแล้ว

Similar Posts

  • "Mondays” แปลว่า

    คำว่า “Mondays” ในภาษาไทยหมายถึง “วันจันทร์” ค่ะ เป็นคำนามพหูพจน์ของวันจันทร์ โดยทั่วไปแล้วจะใช้เพื่อกล่าวถึงวันจันทร์หลายๆ วัน หรือใช้ในบริบทที่ต้องการเน้นถึงลักษณะหรือความรู้สึกที่เกี่ยวข้องกับวันจันทร์โดยรวม ในชีวิตประจำวัน คนไทยอาจจะไม่ได้ใช้คำว่า “Mondays” โดยตรงบ่อยนัก มักจะพูดถึง “วันจันทร์” เป็นหลัก แต่ถ้าเป็นการพูดคุยแบบไม่เป็นทางการ หรือได้รับอิทธิพลจากการใช้ภาษาอังกฤษ ก็อาจจะได้ยินคำนี้บ้างค่ะ เช่น เวลาพูดถึงความรู้สึกไม่ค่อยอยากไปทำงาน หรือรู้สึกเหนื่อยล้าหลังจากหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่หลายคนมักจะโยงกับวันจันทร์ ความหมายและการใช้งาน “Mondays” คือรูปพหูพจน์ของคำว่า “Monday” ซึ่งแปลว่า “วันจันทร์” การใช้รูปพหูพจน์นี้มักจะสื่อถึงวันจันทร์หลายๆ วัน หรือใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อกล่าวถึงลักษณะทั่วไปของวันจันทร์ เช่น ความรู้สึกเบื่อหน่าย หรือความรู้สึกเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “Mondays” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในวันจันทร์ หรือใช้เพื่ออธิบายสภาวะที่คนส่วนใหญ่ประสบ เช่น ความรู้สึกไม่อยากกลับไปทำงานหลังจากวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือความรู้สึกของการเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ที่อาจจะเต็มไปด้วยความท้าทาย “Mondays” หมายถึงอะไร? “Mondays” เป็นคำนามพหูพจน์ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “วันจันทร์” หลายๆ วัน หรือใช้เพื่อกล่าวถึงลักษณะทั่วไปของวันจันทร์ คนไทยใช้คำว่า “Mondays”…

  • "Leaned” แปลว่า

    คำว่า “Leaned” เป็นรูปอดีต (Past Tense) และกริยาช่องที่ 3 (Past Participle) ของคำกริยา “lean” ซึ่งมีความหมายหลักๆ ว่า “เอน” หรือ “โน้ม” ไปข้างใดข้างหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “leaned” เพื่ออธิบายการกระทำที่ร่างกายหรือสิ่งของเอียงไปจากตำแหน่งปกติ เช่น เมื่อเรารู้สึกเหนื่อย เราอาจจะ “leaned” พิงกำแพง หรือเมื่อเรากำลังฟังใครพูดอย่างตั้งใจ เราก็อาจจะ “leaned” เข้าหาเขาเพื่อให้ได้ยินชัดขึ้น หรือแม้แต่การที่สิ่งของที่วางไม่สมดุลก็อาจจะ “leaned” ไปด้านใดด้านหนึ่งได้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “leaned” หมายถึง การเอน การโน้ม หรือการพิง โดยมักจะใช้เพื่อแสดงท่าทางหรือการวางตัวที่ไม่ได้อยู่ในระนาบตรงปกติ ตัวอย่าง He leaned against the wall to rest. (เขาเอนพิงกำแพงเพื่อพักผ่อน) She leaned forward to hear…

  • "Sleepy” แปลว่า

    คำว่า “Sleepy” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง อาการง่วงนอน หรือรู้สึกไม่สดชื่น ต้องการจะนอนหลับ เป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้อธิบายสภาพของคนหรือสัตว์ที่กำลังจะมีอาการง่วงนอน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Sleepy” เมื่อรู้สึกว่าร่างกายต้องการพักผ่อน เช่น หลังจากการทำงานหนัก หรือเมื่อถึงช่วงเวลาที่ร่างกายมักจะรู้สึกง่วงนอนตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับเด็กเล็กที่เริ่มจะง่วงนอน หรือแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงที่แสดงอาการง่วงนอน เช่น หาว หรือหรี่ตา ความหมายและการใช้งาน โดยทั่วไป “Sleepy” หมายถึง การมีอาการง่วงนอน รู้สึกเพลีย อยากจะหลับ สามารถใช้ได้ทั้งกับคน สัตว์ หรือแม้กระทั่งสิ่งของที่ดูเหมือนจะ “ง่วงนอน” เช่น เก้าอี้นุ่มๆ ที่ทำให้น่านอน ตัวอย่างการใช้งาน “I’m feeling sleepy after lunch.” (ฉันรู้สึกง่วงนอนหลังอาหารกลางวัน) “The baby is getting sleepy.” (เด็กน้อยเริ่มง่วงนอนแล้ว) “This warm weather makes me sleepy.” (อากาศอบอุ่นแบบนี้ทำให้ฉันง่วงนอน) บริบทการใช้งานทั่วไป…

  • "Mechanic” แปลว่า

    คำว่า “Mechanic” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในการซ่อมแซม บำรุงรักษา และติดตั้งเครื่องจักรกล อุปกรณ์ หรือยานพาหนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องยนต์และระบบที่เกี่ยวข้อง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอกับคำว่า “Mechanic” ในบริบทของการนำรถยนต์ไปซ่อมแซมที่อู่ซ่อมรถ หรือเมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเครื่องจักรกลต่างๆ ช่างเหล่านี้คือผู้ที่ใช้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกและระบบต่างๆ เพื่อวินิจฉัยปัญหาและแก้ไขให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Mechanic” หมายถึง ช่างผู้ชำนาญด้านเครื่องกล หรือผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการซ่อมแซมและบำรุงรักษาเครื่องจักรกลต่างๆ เช่น ช่างซ่อมรถยนต์ ช่างซ่อมเครื่องจักรในโรงงาน หรือช่างที่ดูแลระบบเครื่องกลในอาคาร ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อรถยนต์เสีย เรามักจะพูดว่า “ต้องเอารถไปให้ Mechanic ดู” หรือ “Mechanic ที่อู่นี้เก่งมาก ซ่อมได้ทุกอย่าง” นอกจากนี้ยังอาจใช้ในกรณีของเครื่องจักรอื่นๆ เช่น “เครื่องจักรในโรงงานเสีย ต้องเรียก Mechanic มาซ่อมด่วน” FAQ SECTION “Mechanic” กับ “ช่าง” ต่างกันอย่างไร? คำว่า “Mechanic” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่เน้นความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเครื่องกลหรือเครื่องยนต์ ส่วนคำว่า “ช่าง” เป็นคำไทยที่กว้างกว่า อาจหมายถึงช่างในสาขาอื่นๆ ได้ด้วย…

  • "Without” แปลว่า

    คำว่า “Without” เป็นคำบุพบท (preposition) ในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อแสดงถึงการขาดหายไป การไม่มีอยู่ หรือการไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยมีความหมายหลักๆ คือ “ปราศจาก”, “โดยไม่มี”, “หากไม่” หรือ “เว้นแต่” ซึ่งเป็นการบอกว่าบางสิ่งไม่เกิดขึ้นหรือไม่รวมอยู่ด้วย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอการใช้ “without” ในสถานการณ์ที่หลากหลาย เช่น การบอกว่าทำบางสิ่งบางอย่างโดยไม่ต้องการอะไรมาเกี่ยวข้อง เช่น “I can’t live without coffee.” (ฉันขาดกาแฟไม่ได้เลย) หรือการบอกเงื่อนไขว่าถ้าไม่มีสิ่งนี้ จะเกิดอะไรขึ้น เช่น “You won’t succeed without hard work.” (คุณจะไม่มีวันสำเร็จหากไม่ทำงานหนัก) หรือแม้แต่ใช้ในความหมายว่า “นอกจาก” ในบางบริบท เช่น “Everyone went to the party without him.” (ทุกคนไปงานปาร์ตี้กันหมด ยกเว้นเขา) การทำความเข้าใจความหมายและการใช้งานของ “without” จะช่วยให้เราเข้าใจประโยคภาษาอังกฤษได้ดียิ่งขึ้นและสื่อสารได้อย่างถูกต้อง Meaning…

  • "ถวิล” แปลว่า

    คำว่า “ถวิล” เป็นคำกริยาในภาษาไทย หมายถึง คิดถึง คะนึงหา หรือนึกถึงสิ่งที่ผ่านไปแล้วหรือสิ่งที่ปรารถนาอยากจะได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “ถวิล” เพื่อแสดงถึงความรู้สึกโหยหา หรือความคิดถึงใครบางคน สถานที่บางแห่ง หรือช่วงเวลาที่น่าประทับใจที่ผ่านไปแล้ว เช่น เมื่อนึกถึงบ้านเกิด หรือเมื่อคิดถึงคนรักที่จากไป หรือแม้กระทั่งเมื่อปรารถนาสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างแรงกล้า ความหมายและการใช้งาน คำว่า “ถวิล” ให้ความหมายที่ลึกซึ้งกว่าคำว่า “คิดถึง” ทั่วไป โดยแฝงไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกของการคะนึงหา โหยหา หรือปรารถนาอย่างแรงกล้า ตัวอย่าง เขายังคงถวิลหาอ้อมกอดของมารดา นักเดินทางถวิลถึงบ้านเกิดเมืองนอน เธอถวิลหาความสุขสงบที่เคยมี บริบทการใช้งานทั่วไป มักพบคำว่า “ถวิล” ในบทกวี วรรณกรรม หรือการกล่าวถึงความรู้สึกที่ค่อนข้างลึกซึ้งและมีความหมายทางอารมณ์ “ถวิล” กับ “คิดถึง” ต่างกันอย่างไร คำว่า “คิดถึง” เป็นคำทั่วไปที่ใช้แสดงการนึกถึงใครหรือสิ่งใดก็ได้ แต่ “ถวิล” จะมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่า แฝงไปด้วยความโหยหา คะนึงหา หรือปรารถนาอย่างแรงกล้า “ถวิล” ใช้ในสถานการณ์ใดได้บ้าง “ถวิล” สามารถใช้ได้ในสถานการณ์ที่ต้องการสื่อถึงความรู้สึกนึกถึงอย่างลึกซึ้ง เช่น…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *