"Burden” แปลว่า

คำว่า “Burden” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ ภาระ, น้ำหนัก, ความหนักอึ้ง หรือสิ่งที่ต้องแบกรับ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งสิ่งที่เป็นรูปธรรม เช่น การแบกของหนัก หรือสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น ความรับผิดชอบ ความกังวล หรือปัญหาที่ทำให้รู้สึกหนักใจ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Burden” เพื่ออธิบายสถานการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกเหนื่อยหน่าย ท้อแท้ หรือเป็นทุกข์ เช่น เมื่อมีคนพูดว่า “I don’t want to be a burden to my family” ก็หมายถึง ไม่อยากเป็นภาระให้กับครอบครัว หรือเมื่อพูดถึง “The burden of proof” ในทางกฎหมาย ก็หมายถึง ภาระหน้าที่ในการพิสูจน์ความจริง

ความหมายและการใช้งาน

“Burden” สื่อถึงสิ่งที่ต้องแบกรับ ไม่ว่าจะเป็นความรับผิดชอบที่หนักหนา ปัญหาที่แก้ไขได้ยาก หรือความรู้สึกที่ทำให้จิตใจห่อเหี่ยว มักใช้ในบริบทที่ต้องการเน้นถึงน้ำหนักหรือความยากลำบากของสิ่งนั้น

ตัวอย่าง

  • Financial burden: ภาระทางการเงิน หมายถึง ความหนักอึ้งที่เกิดจากปัญหาหนี้สิน หรือค่าใช้จ่ายที่สูงเกินกว่ากำลัง
  • Emotional burden: ภาระทางอารมณ์ หมายถึง ความรู้สึกผิด ความกังวล หรือความเศร้าที่ต้องแบกรับไว้
  • The burden of leadership: ภาระของการเป็นผู้นำ หมายถึง ความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงที่ผู้นำต้องเผชิญ

บริบทที่ใช้บ่อย

“Burden” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการอธิบายถึงความยากลำบาก ความรับผิดชอบ หรือปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อบุคคลหรือกลุ่มคนในเชิงลบ

“Burden” หมายถึงอะไร?

“Burden” หมายถึง ภาระ ความหนักอึ้ง หรือสิ่งที่ต้องแบกรับ ซึ่งอาจเป็นสิ่งของที่จับต้องได้หรือเป็นเรื่องนามธรรม เช่น ความรับผิดชอบ ปัญหา หรือความกังวล

สามารถใช้ “Burden” ในประโยคเกี่ยวกับความรู้สึกได้หรือไม่?

ได้แน่นอนค่ะ “Burden” สามารถใช้เพื่ออธิบายความรู้สึกหนักใจ ความกังวล หรือความทุกข์ที่ต้องแบกรับ เช่น “He carried the burden of guilt for years.” (เขารู้สึกแบกรับความรู้สึกผิดมาหลายปี)

มีคำพ้องความหมายของ “Burden” หรือไม่?

มีคำพ้องความหมายหลายคำ เช่น load, weight, encumbrance, responsibility, worry ขึ้นอยู่กับบริบทที่ต้องการสื่อ

Similar Posts

  • "Army” แปลว่า

    คำว่า “Army” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “กองทัพ” โดยทั่วไปแล้วหมายถึงหน่วยงานทางทหารที่สังกัดอยู่ในกองทัพบก ซึ่งมีหน้าที่หลักในการปกป้องประเทศ รักษาความสงบเรียบร้อย และปฏิบัติการทางทหารต่างๆ นอกจากนี้ “Army” ยังสามารถใช้ในความหมายที่กว้างขึ้น เพื่ออ้างถึงกลุ่มคนจำนวนมากที่มีจุดประสงค์หรือความสนใจร่วมกัน เช่น แฟนคลับของศิลปิน หรือกลุ่มผู้สนับสนุนแนวคิดใดแนวคิดหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Army” บ่อยครั้งในข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการทหาร การเมือง หรือสถานการณ์ความมั่นคงต่างๆ นอกจากนี้ ในวงการบันเทิง คำว่า “Army” ก็ถูกนำมาใช้เรียกกลุ่มแฟนคลับของศิลปิน K-Pop หรือดาราเกาหลีหลายวง เช่น BTS Army ซึ่งหมายถึงกลุ่มแฟนคลับของวง BTS นั่นเอง การใช้คำว่า “Army” ในบริบทนี้แสดงถึงความสามัคคี ความแข็งแกร่ง และการสนับสนุนอย่างเหนียวแน่นของกลุ่มคนเหล่านั้น ความหมายและการใช้งาน “Army” หมายถึง กองทัพบก หรือกลุ่มคนที่มีความเหนียวแน่นและสนับสนุนสิ่งเดียวกัน ตัวอย่างการใช้งาน ในข่าว: “กองทัพบกของประเทศ X ได้ทำการซ้อมรบครั้งใหญ่” (The Army of country X…

  • "Flag” แปลว่า

    คำว่า “Flag” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “ธง” ซึ่งหมายถึงผืนผ้าที่มีสีสัน ลวดลาย หรือสัญลักษณ์ต่างๆ ติดอยู่บนยอดเสา มักใช้เป็นสัญลักษณ์ประจำชาติ ประจำหน่วยงาน หรือใช้ในการส่งสัญญาณต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็น “Flag” ในหลายบริบท เช่น ธงชาติที่โบกสะบัดอยู่ตามสถานที่ราชการ หรือธงที่ใช้ในการแข่งขันกีฬาต่างๆ เพื่อแสดงถึงประเทศที่เข้าร่วม หรือใช้เป็นสัญญาณบอกจุดเริ่มต้น/เส้นชัย นอกจากนี้ “Flag” ยังถูกนำไปใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ เช่น การตั้ง “Flag” หมายถึงการกำหนดเป้าหมาย หรือการตั้งข้อสังเกตบางอย่างที่สำคัญ ความหมายและการใช้งาน “Flag” หมายถึง ธง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงอัตลักษณ์ หรือใช้ในการสื่อสาร การใช้งานในชีวิตประจำวันมีหลากหลาย เช่น ธงชาติ ธงประจำทีม หรือธงสัญญาณต่างๆ ในทางการเมือง ธงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการแสดงถึงอำนาจอธิปไตยและความเป็นชาติ ส่วนในวงการกีฬา ธงใช้เพื่อบ่งบอกสัญลักษณ์ประจำชาติของนักกีฬา หรือใช้เป็นสัญญาณในการแข่งขัน ตัวอย่างการใช้งาน นักกีฬาทุกคนชู Flag ของประเทศตนเองอย่างภาคภูมิใจ สัญญาณ Flag สีแดงถูกยกขึ้นเพื่อหยุดการแข่งขัน บริษัทได้ตั้ง Flag ในการเพิ่มยอดขายให้ได้…

  • "Draft” แปลว่า

    คำว่า “Draft” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “ฉบับร่าง” หรือ “ร่าง” ซึ่งหมายถึงเอกสาร ข้อความ หรือแผนงานที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ อยู่ในขั้นตอนของการจัดทำเบื้องต้น เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขก่อนที่จะประกาศใช้จริง หรือส่งมอบให้ผู้อื่นพิจารณา ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Draft” ในหลายบริบท เช่น เมื่อเราเขียนอีเมล เราอาจจะบันทึกเป็น “Draft” ไว้ก่อนเพื่อกลับมาอ่านทวน หรือเมื่อนักเขียนกำลังเขียนนิยาย ก็จะมี “Draft” แรกของเรื่องก่อนที่จะขัดเกลาจนสมบูรณ์ หรือแม้แต่ในการประชุม ทีมงานอาจจะทำ “Draft” ข้อเสนอโครงการเพื่อนำมาปรึกษากันก่อนนำเสนอผู้บริหาร ความหมายและการใช้งาน “Draft” หมายถึง สิ่งที่ถูกร่างขึ้นมาเบื้องต้น ยังไม่ผ่านการตรวจสอบหรือแก้ไขอย่างละเอียด อาจจะเป็นเอกสาร รายงาน จดหมาย แผนงาน หรือแม้แต่ข้อความบนโซเชียลมีเดียที่ยังไม่ได้โพสต์ การใช้งานจึงครอบคลุมตั้งแต่เรื่องส่วนตัวไปจนถึงระดับมืออาชีพ ตัวอย่างการใช้งาน อีเมล: “ฉันบันทึกอีเมลนี้เป็น Draft ไว้ก่อนนะ เดี๋ยวค่อยส่ง” (I’ll save this email as a draft for…

  • "Fearing” แปลว่า

    คำว่า “Fearing” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ หมายถึง การรู้สึกกลัว รู้สึกหวาดหวั่น หรือรู้สึกกังวลต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่อาจจะเกิดขึ้น หรือต่อสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ เป็นความรู้สึกไม่สบายใจที่เกิดจากความคาดหวังในสิ่งที่ไม่ดี ในชีวิตประจำวัน เราอาจใช้คำว่า “Fearing” เพื่ออธิบายความรู้สึกของตัวเองเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่ากลัวหรือไม่แน่นอน เช่น อาจจะรู้สึก “Fearing” การสอบที่กำลังจะมาถึง เพราะกลัวว่าจะทำข้อสอบได้ไม่ดี หรืออาจจะรู้สึก “Fearing” การพูดต่อหน้าคนเยอะๆ เพราะกลัวว่าจะประหม่าและพูดผิด เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับการกลัวในสิ่งที่จับต้องไม่ได้ เช่น กลัวความล้มเหลว กลัวการเปลี่ยนแปลง หรือกลัวอนาคต ความหมายและการใช้งาน “Fearing” หมายถึง การมีความรู้สึกกลัว หวาดหวั่น หรือวิตกกังวล เป็นการแสดงออกถึงสภาวะจิตใจที่ไม่มั่นคงเมื่อต้องเผชิญกับสิ่งเร้าที่ก่อให้เกิดความไม่สบายใจ หรือสิ่งที่คาดว่าจะนำมาซึ่งอันตรายหรือผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ ตัวอย่างการใช้งาน She is fearing the outcome of the medical test. (เธอกำลังกลัวผลการตรวจทางการแพทย์) Many people are fearing economic instability. (หลายคนกำลังหวาดหวั่นต่อความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ) He…

  • "My Self” แปลว่า

    “My Self” เป็นสำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่ออ้างถึงตัวตนของบุคคลนั้นๆ โดยตรง เมื่อแปลเป็นภาษาไทย จะมีความหมายว่า “ตัวฉันเอง” หรือ “ตัวของฉัน” เป็นการเน้นย้ำถึงความเป็นบุคคลนั้นๆ หรือการกระทำที่มาจากตัวบุคคลนั้นเอง ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเคยได้ยินหรือเห็นการใช้ “My Self” ในบริบทต่างๆ เช่น การแนะนำตัวเอง การพูดถึงความรู้สึก หรือการอธิบายการกระทำของตนเอง แม้ว่าในภาษาไทยเรามักจะใช้คำว่า “ฉัน” หรือ “ผม” แทนตัวอยู่แล้ว แต่การใช้ “My Self” ในภาษาอังกฤษจะช่วยเพิ่มน้ำหนักหรือเน้นย้ำให้เห็นว่าเป็นเรื่องของตัวผู้พูดจริงๆ ความหมายและการใช้งาน “My Self” หมายถึง ตัวตนของฉัน ความเป็นตัวฉัน หรือการกระทำที่มาจากตัวฉันเอง มักใช้เพื่อเน้นย้ำหรืออ้างถึงตัวเองโดยตรง ตัวอย่างการใช้งาน “I need to take care of my self.” (ฉันต้องดูแลตัวเอง) “This is my self-introduction.” (นี่คือการแนะนำตัวของฉันเอง) “I did it…

  • "Mood” แปลว่า

    คำว่า “Mood” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “อารมณ์” หรือ “สภาวะทางอารมณ์” เป็นคำที่ใช้อธิบายความรู้สึก ณ ขณะนั้นของบุคคล ไม่ว่าจะเป็นความสุข ความเศร้า ความหงุดหงิด ความเบื่อหน่าย หรือความตื่นเต้น เป็นต้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Mood” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงความรู้สึกของตัวเองหรือผู้อื่น เช่น “วันนี้ฉันอารมณ์ไม่ดีเลย” ก็อาจจะพูดเป็นภาษาอังกฤษว่า “I’m not in a good mood today.” หรือเมื่อเพื่อนชวนไปทำกิจกรรม แต่เรายังไม่รู้สึกอยากทำ ก็อาจจะบอกว่า “ยังไม่มี Mood เลย” หมายถึงยังไม่รู้สึกอยากทำ หรือยังไม่พร้อมที่จะทำกิจกรรมนั้นๆ คำนี้จึงเป็นคำที่สื่อสารถึงสภาวะทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ความหมายและการใช้งาน “Mood” หมายถึง สภาวะทางอารมณ์ ความรู้สึก หรือทัศนคติของบุคคลในช่วงเวลาหนึ่งๆ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อม เหตุการณ์ หรือความคิดต่างๆ การใช้งานจะเน้นไปที่การอธิบายความรู้สึก ณ ขณะนั้น ตัวอย่างการใช้งาน “วันนี้ฉันรู้สึกมี Mood…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *