"Breakdown” แปลว่า

คำว่า “Breakdown” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ การพังทลาย การหยุดทำงาน หรือการวิเคราะห์แยกส่วน โดยบริบทการใช้งานจะแตกต่างกันไปตามสถานการณ์

ในชีวิตประจำวัน เรามักได้ยินคำว่า “Breakdown” เมื่อพูดถึงสิ่งของที่เสียหรือทำงานไม่ได้ เช่น รถยนต์เสีย หรือเครื่องจักรหยุดทำงาน นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับการวิเคราะห์ข้อมูลหรือปัญหาต่างๆ ให้เข้าใจง่ายขึ้น โดยการแยกออกเป็นส่วนย่อยๆ เพื่อพิจารณาในรายละเอียด

ความหมายและการใช้งาน

“Breakdown” สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบท:

  • การพังทลาย / การหยุดทำงาน: มักใช้กับเครื่องจักร ยานพาหนะ หรือระบบต่างๆ ที่ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ เช่น “รถยนต์ของฉันเกิด breakdown กลางทาง”
  • การวิเคราะห์ / การแจกแจง: หมายถึง การแยกแยะข้อมูล ปัญหา หรือแนวคิดออกเป็นส่วนย่อยๆ เพื่อทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น เช่น “เราต้องทำ breakdown ของงบประมาณรายปี”
  • ภาวะทางอารมณ์ที่รุนแรง: ในบางครั้งอาจหมายถึง สภาวะที่บุคคลไม่สามารถรับมือกับความเครียดหรือปัญหาต่างๆ ได้ ทำให้เกิดอาการทางอารมณ์ที่รุนแรง

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “The old washing machine finally had a breakdown.” (เครื่องซักผ้าเก่าเสียจนได้)
  • “The manager asked for a sales breakdown by region.” (ผู้จัดการขอให้แจกแจงยอดขายตามแต่ละภูมิภาค)
  • “He had a nervous breakdown after losing his job.” (เขามีอาการทางอารมณ์อย่างรุนแรงหลังจากตกงาน)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Breakdown” พบได้บ่อยในบริบทที่เกี่ยวข้องกับ:

  • ยานยนต์และเครื่องจักร: เมื่อเกิดการเสียหรือขัดข้อง
  • ธุรกิจและการเงิน: เมื่อต้องการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินหรือการดำเนินงาน
  • สุขภาพจิต: เมื่อกล่าวถึงภาวะทางอารมณ์ที่วิกฤต

“Breakdown” หมายถึงอะไรในบริบททั่วไป?

โดยทั่วไป “Breakdown” หมายถึง การที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งหยุดทำงาน ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ หรือการที่ระบบต่างๆ ล้มเหลว

เราสามารถใช้ “Breakdown” กับอะไรได้บ้าง?

เราสามารถใช้ “Breakdown” กับได้หลากหลาย ตั้งแต่เครื่องจักร ยานพาหนะ ไปจนถึงข้อมูล ตัวเลข หรือแม้กระทั่งสถานการณ์ทางอารมณ์

“Breakdown” มีความหมายเชิงลบเสมอไปหรือไม่?

ไม่เสมอไป แม้ว่าส่วนใหญ่จะหมายถึงการเสียหรือล้มเหลว แต่ในบริบทของการวิเคราะห์หรือการแจกแจงข้อมูล “Breakdown” ก็สามารถเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการทำความเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น

Similar Posts

  • "Extension” แปลว่า

    คำว่า “Extension” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ส่วนต่อเติม” หรือ “ส่วนเสริม” ครับ โดยทั่วไปแล้วเราจะใช้คำนี้เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่มีอยู่เดิมแล้ว แต่มีการเพิ่มหรือขยายส่วนใดส่วนหนึ่งเข้าไป ทำให้มันมีขนาดใหญ่ขึ้น มีฟังก์ชันการทำงานเพิ่มขึ้น หรือมีความสามารถมากขึ้นกว่าเดิม ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า “Extension” ในบริบทต่างๆ เช่น การต่อเติมบ้านที่เรียกว่า “Home Extension” ซึ่งก็คือการสร้างส่วนเพิ่มให้กับบ้านเดิม หรือในเรื่องของเส้นผมที่เรียกว่า “Hair Extension” คือการต่อผมเพื่อให้ผมดูยาวขึ้น หรือแม้กระทั่งในโลกของเทคโนโลยีอย่าง “Browser Extension” ที่เป็นโปรแกรมเสริมเพื่อให้เว็บเบราว์เซอร์ทำงานได้หลากหลายขึ้นกว่าเดิมครับ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Extension” หมายถึง การยืดออก การขยายออก หรือส่วนที่ถูกต่อเติมเข้าไปจากสิ่งที่มีอยู่เดิม เพื่อเพิ่มขนาด เพิ่มความยาว หรือเพิ่มฟังก์ชันการทำงานให้มากขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน 1. การต่อเติมบ้าน: ถ้าคุณมีบ้านหลังเล็กแล้วอยากได้พื้นที่เพิ่ม อาจจะทำ “Extension” หรือส่วนต่อเติมออกไปด้านข้างหรือด้านหลังบ้าน 2. การต่อผม: ผู้หญิงที่อยากมีผมยาวสวย อาจจะเลือกใช้ “Hair Extension” หรือผมต่อที่ทำมาจากผมจริงหรือผมสังเคราะห์มาติดเสริมกับผมเดิม 3. ส่วนเสริมของโปรแกรม:…

  • "Cooked” แปลว่า

    คำว่า “Cooked” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “สุก” ซึ่งหมายถึงอาหารที่ผ่านการปรุงให้สุกพร้อมรับประทานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการต้ม ทอด ผัด อบ หรือย่าง แต่ในบริบทของการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในภาษาพูด คำว่า “Cooked” ยังมีความหมายแฝงที่น่าสนใจอีกด้วย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Cooked” ถูกใช้ในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความพร้อม หรือการเตรียมการบางอย่างให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ไม่ใช่แค่กับอาหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแผนงาน โครงการ หรือแม้กระทั่งสถานการณ์ที่ถูกจัดฉากขึ้นมาเพื่อให้เป็นไปตามที่ต้องการ พูดง่ายๆ คือ ทุกอย่างพร้อมแล้ว หรือถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วนั่นเอง ความหมายและการใช้งาน ความหมายตรงตัวของ “Cooked” คือ “สุก” ใช้กับอาหารที่ผ่านการปรุงแล้ว เช่น “The rice is cooked.” (ข้าวสุกแล้ว) แต่ในความหมายแฝง “Cooked” หมายถึง การเตรียมการ การจัดเตรียมให้พร้อม หรือการถูกจัดฉาก ซึ่งมักจะใช้ในบริบทที่ค่อนข้างไม่เป็นทางการ ตัวอย่างการใช้งาน เกี่ยวกับอาหาร: “I’ll be there in 10…

  • "Preserve” แปลว่า

    คำว่า “Preserve” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักคือ การเก็บรักษา การถนอม หรือการสงวนไว้ ซึ่งหมายถึงการทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งคงอยู่ต่อไปในสภาพเดิม ไม่ให้เสื่อมเสียหรือสูญหายไปตามกาลเวลา หรือจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Preserve” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น การถนอมอาหารเพื่อให้เก็บไว้ได้นานขึ้น การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อไม่ให้ถูกทำลาย หรือการรักษาประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามให้คงอยู่สืบไป ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Preserve” สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ โดยทั่วไปแล้วจะหมายถึง: การเก็บรักษา (Keep safe): การดูแลรักษาสิ่งของหรือข้อมูลไม่ให้สูญหายหรือเสียหาย การถนอม (Keep in good condition): การดูแลไม่ให้อาหารหรือสิ่งของเน่าเสียหรือเสื่อมสภาพ การอนุรักษ์ (Protect from harm): การปกป้องสิ่งที่มีคุณค่า เช่น ธรรมชาติ วัฒนธรรม หรือประวัติศาสตร์ ไม่ให้ถูกทำลาย การสงวน (Keep in reserve): การเก็บไว้ใช้ในภายหลัง หรือการไม่ใช้จนหมด ตัวอย่างการใช้งาน การถนอมอาหาร: “We need to preserve…

  • "Arrives” แปลว่า

    คำว่า “Arrives” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษที่ใช้เมื่อมีคน สัตว์ สิ่งของ หรือเหตุการณ์ มาถึงสถานที่หรือเวลาที่กำหนดไว้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Arrives” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงการเดินทาง เช่น “The train arrives at 3 PM” (รถไฟจะมาถึงเวลา 15:00 น.) หรือเมื่อพูดถึงการได้รับสิ่งของ เช่น “My package arrives tomorrow” (พัสดุของฉันจะมาถึงพรุ่งนี้) นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในเชิงนามธรรมได้ เช่น “The moment of truth arrives” (ช่วงเวลาแห่งความจริงมาถึงแล้ว) ซึ่งหมายถึงช่วงเวลาสำคัญที่ต้องเผชิญหน้ากับความจริง ความหมายและการใช้งาน “Arrives” หมายถึง การมาถึง การปรากฏตัว หรือการเกิดขึ้นในสถานที่หรือเวลาที่ระบุ เป็นรูปกริยาช่องที่ 3 (Past Participle) ของกริยา “arrive” ซึ่งใช้กับประธานที่เป็นเอกพจน์บุรุษที่ 3 ในรูปปัจจุบันกาล (Present…

  • "Cold” แปลว่า

    คำว่า “Cold” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายหลักๆ ที่เกี่ยวข้องกับ “ความหนาวเย็น” หรือ “อุณหภูมิต่ำ” ครับ ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่หนาวเย็น หรือความรู้สึกเย็นเมื่อสัมผัสสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Cold” ในหลายบริบทครับ เช่น เวลาพูดถึงสภาพอากาศที่อากาศเย็นจนรู้สึกหนาว ก็จะบอกว่า “It’s cold today” หรือเมื่อจับสิ่งของแล้วรู้สึกเย็น ก็จะบอกว่า “This glass is cold” นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย เช่น ความรู้สึกที่ไม่เป็นมิตร หรือความสัมพันธ์ที่ห่างเหิน ก็อาจจะใช้คำว่า “cold” บรรยายได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Cold” แปลว่า “เย็น” หรือ “หนาว” ใช้ได้ทั้งกับอุณหภูมิของอากาศ วัตถุ หรือแม้กระทั่งความรู้สึกของคน ตัวอย่างการใช้งาน อากาศ: “The weather is cold in winter.” (อากาศหนาวในฤดูหนาว) สิ่งของ:…

  • "Mercy” แปลว่า

    คำว่า “Mercy” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ความเมตตา” หรือ “ความปรานี” เป็นความรู้สึกสงสาร เห็นอกเห็นใจ และพร้อมที่จะให้อภัยหรือผ่อนปรนให้กับผู้ที่อ่อนแอกว่า หรือผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าสงสาร โดยไม่ต้องการลงโทษหรือเอาผิดอย่างถึงที่สุด ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นการใช้คำว่า “Mercy” ในสถานการณ์ต่างๆ ที่ต้องการแสดงความเห็นอกเห็นใจ เช่น เมื่อมีคนทำผิดพลาดไป และเราตัดสินใจไม่ลงโทษเขาอย่างรุนแรง หรือเมื่อเราเห็นใครกำลังลำบากและยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือโดยหวังเพียงให้เขาพ้นทุกข์ หรือแม้แต่ในบริบทของเกมหรือการแข่งขันที่ฝ่ายหนึ่งสามารถเลือกที่จะ “ไว้ชีวิต” หรือไม่ทำร้ายอีกฝ่ายจนถึงที่สุด การใช้คำว่า “Mercy” จะสื่อถึงการตัดสินใจที่เกิดจากความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อผู้อื่น ความหมายและการใช้งาน “Mercy” หมายถึง การแสดงความกรุณา ความสงสาร หรือการผ่อนปรนต่อผู้ที่อยู่ในอำนาจของเรา หรือผู้ที่ทำผิดพลาด โดยไม่ลงโทษอย่างเต็มที่ หรือให้อภัยในความผิดนั้นๆ ตัวอย่าง ในสถานการณ์ที่ลูกทำผิด พ่อแม่อาจจะตัดสินใจให้ “mercy” ด้วยการตักเตือนแทนการลงโทษอย่างรุนแรง นักรบที่ชนะการต่อสู้ อาจจะเลือกที่จะให้ “mercy” แก่ข้าศึกที่ยอมแพ้ แทนที่จะสังหารทิ้ง บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Mercy” มักปรากฏในบริบทที่เกี่ยวข้องกับศาสนา (เช่น ความเมตตาของพระเจ้า) กฎหมาย (การลดหย่อนโทษ)…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *