"Away” แปลว่า

คำว่า “Away” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไปในหลายบริบท โดยมีความหมายหลักๆ คือ “ไปเสีย”, “ห่างออกไป”, “ไม่อยู่” หรือ “ในที่อื่น” เป็นคำที่บ่งบอกถึงการเคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งหรือสถานะเดิม หรือการไม่ปรากฏตัว ณ ที่ใดที่หนึ่ง

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Away” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อมีคนถามว่า “Where is John?” แล้วตอบว่า “He is away on business” หมายถึง เขาเดินทางไปทำธุรกิจต่างจังหวัดหรือไม่ก็ต่างประเทศ หรือเมื่อพูดถึงการแข่งขันกีฬา เราอาจจะบอกว่า “Our team is playing away this Saturday” ซึ่งหมายถึง ทีมของเราจะไปแข่งขันนอกบ้าน หรือที่สนามของคู่ต่อสู้

ความหมายและการใช้งาน

“Away” สามารถใช้ได้ในหลายลักษณะ

  • การเคลื่อนที่ออกจากที่หนึ่ง: เช่น “Go away!” (ไปให้พ้น!) หรือ “The bird flew away.” (นกบินหนีไป)
  • การไม่อยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง: เช่น “The manager is away today.” (ผู้จัดการไม่อยู่ในวันนี้)
  • การอยู่ห่างออกไป: เช่น “Keep away from the fire.” (อยู่ห่างจากกองไฟ)
  • ในบริบทของกีฬา: หมายถึง การแข่งขันที่สนามของคู่ต่อสู้

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “Please put the toys away when you’re done playing.” (โปรดเก็บของเล่นเข้าที่ให้เรียบร้อยเมื่อเล่นเสร็จ)
  • “He’s been away from home for a month.” (เขาอยู่ห่างบ้านไปเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้ว)
  • “The shop is open every day except Sunday, when it’s closed for the day.” (ร้านเปิดทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์ ซึ่งจะปิดทำการทั้งวัน)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Away” มักปรากฏในวลีที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน เช่น “go away” (ไปให้พ้น, ออกไป), “stay away” (อยู่ห่างๆ), “take away” (นำออกไป, หิ้วกลับบ้าน – ในบริบทของอาหาร) และ “far away” (ไกลออกไป) นอกจากนี้ยังใช้ในสำนวนเกี่ยวกับการเดินทางหรือการไม่อยู่ เช่น “away from home” (ห่างบ้าน) หรือ “away on vacation” (ไปพักร้อน)

🔷 FAQ SECTION

“Away” กับ “Out” ต่างกันอย่างไร?

“Away” มักจะหมายถึงการเคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งหรือสถานะเดิม หรือการไม่อยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ในขณะที่ “Out” อาจหมายถึงการออกไปข้างนอก การไม่อยู่ในสถานที่ปิด หรือการหมดไป เช่น “He is out” อาจหมายถึงเขาออกไปข้างนอก หรือเขาไม่อยู่ในห้อง

คำว่า “away” ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้หรือไม่?

ได้ ในบางกรณี “away” อาจใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้ เช่น “His mind was far away” หมายถึง จิตใจของเขากำลังล่องลอยไปที่อื่น ไม่ได้อยู่ที่นี่

Similar Posts

  • "Foodie” แปลว่า

    คำว่า “Foodie” (ฟู้ดดี้) เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ หมายถึง คนที่ชื่นชอบอาหารเป็นพิเศษ หลงใหลในการกินอาหารอร่อยๆ ชอบลองเมนูใหม่ๆ หรือให้ความสำคัญกับประสบการณ์การกินอาหารเป็นอย่างมาก ไม่ใช่แค่กินเพื่ออิ่มท้อง แต่เป็นการเสพสุนทรียะจากรสชาติ กลิ่น สีสัน และบรรยากาศของร้านอาหารด้วย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคนพูดถึงคำว่า “Foodie” ในบริบทของการแนะนำร้านอาหาร การรีวิวเมนูต่างๆ หรือเวลาพูดคุยเรื่องการเดินทางไปหาของกินอร่อยๆ บางคนอาจจะเรียกตัวเองว่าเป็น Foodie หรือใช้คำนี้เรียกเพื่อนที่ชอบกินเหมือนกัน เป็นคำที่แสดงถึงความรักและความใส่ใจในเรื่องอาหารนั่นเอง ความหมายและการใช้งาน Foodie คือคนที่รักและมีความสนใจในอาหารอย่างลึกซึ้ง พวกเขาอาจจะมีความรู้เรื่องวัตถุดิบ เทคนิคการทำอาหาร หรือติดตามเทรนด์อาหารอยู่เสมอ การเป็น Foodie ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนที่กินอาหารหรูหราเท่านั้น แต่รวมถึงคนที่ชื่นชอบอาหารข้างทางอร่อยๆ หรืออาหารพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์ด้วย ตัวอย่างการใช้งาน “ร้านนี้เป็นสวรรค์ของเหล่า Foodie เลยนะ ทั้งเมนูและบรรยากาศดีงามมาก” “เพื่อนฉันเป็น Foodie ตัวจริง ไปเที่ยวไหนก็ต้องหาร้านเด็ดๆ กินตลอด” บริบทและการใช้งานทั่วไป คำว่า Foodie มักถูกใช้ในวงสนทนาเกี่ยวกับอาหาร การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) หรือในโซเชียลมีเดียที่เกี่ยวกับอาหาร เป็นคำที่สื่อถึงไลฟ์สไตล์และความชอบส่วนตัวที่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องการกิน Foodie…

  • "Lie” แปลว่า

    คำว่า “Lie” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักว่า “การโกหก” หรือ “การพูดความเท็จ” ค่ะ เป็นการบอกสิ่งที่ไม่เป็นความจริง หรือการแถลงการณ์ที่ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Lie” ในสถานการณ์ที่คนเราจงใจบิดเบือนความจริงเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา หรือเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง เช่น เด็กอาจจะโกหกพ่อแม่เรื่องการทำการบ้าน หรือเพื่อนอาจจะโกหกเรื่องการไปเที่ยวกับใครสักคน เป็นต้น การใช้คำนี้มักจะมีความหมายในเชิงลบ เพราะสื่อถึงการไม่ซื่อสัตย์ค่ะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Lie” ใช้เพื่ออธิบายถึงการกระทำที่ตั้งใจพูดหรือแสดงสิ่งที่ตรงข้ามกับความจริง อาจจะเป็นการพูดปด การสร้างเรื่องหลอกลวง หรือการปกปิดข้อมูลสำคัญ เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจผิดไปจากข้อเท็จจริง ตัวอย่างการใช้งาน “He told a lie to avoid getting into trouble.” (เขาโกหกเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา) “Don’t lie to me, I know what happened.” (อย่าโกหกฉัน ฉันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น) “She caught him in a lie.”…

  • "Relief” แปลว่า

    คำว่า “Relief” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การบรรเทา การผ่อนคลาย หรือการปลดเปลื้องจากความทุกข์ ความเจ็บปวด ความกังวล หรือความกดดันต่างๆ ค่ะ พูดง่ายๆ ก็คือ สภาวะที่รู้สึกดีขึ้น สบายใจขึ้น หรือโล่งอกนั่นเอง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Relief” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เมื่อเราหายจากอาการป่วยกะทันหัน หรือเมื่อได้รับข่าวดีหลังจากที่เคยเป็นกังวลใจอย่างมาก หรือแม้กระทั่งเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจที่หนักหนาสาหัสแล้วรู้สึกได้ปลดปล่อย การได้พักผ่อนหลังจากทำงานหนัก หรือการได้รับความช่วยเหลือเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ก็ล้วนเป็น “Relief” ในรูปแบบต่างๆ ได้เช่นกันค่ะ ความหมายและการใช้งาน “Relief” ใช้เพื่ออธิบายความรู้สึกของการหลุดพ้นจากสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวดทางร่างกาย ความเครียดทางจิตใจ หรือภาระหน้าที่ที่หนักอึ้ง สามารถใช้ได้ทั้งในเชิงรูปธรรมและนามธรรม ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่ 1: หลังจากทานยาแก้ปวด ฉันก็รู้สึกถึง relief จากอาการปวดหัวทันที (After taking the painkiller, I felt immediate relief from the…

  • "Wed” แปลว่า

    คำว่า “Wed” เป็นคำย่อที่ใช้กันทั่วไปในภาษาอังกฤษ หมายถึง วันพุธ ซึ่งเป็นวันที่สามของสัปดาห์ โดยปกติแล้วจะใช้ในการเขียนหรือการสื่อสารที่ไม่เป็นทางการ เพื่อประหยัดพื้นที่และเวลา เช่น ในตารางนัดหมาย ปฏิทิน หรือข้อความสั้นๆ ในชีวิตประจำวัน ผู้คนมักจะใช้ “Wed” ในการสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน ครอบครัว หรือเพื่อนฝูง เพื่อบอกเล่าเกี่ยวกับแผนการหรือกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในวันพุธ เช่น การนัดประชุม การนัดทานข้าว หรือการแจ้งกำหนดการต่างๆ การใช้คำย่อนี้ช่วยให้การสื่อสารกระชับและรวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องพิมพ์ข้อความหรือเขียนบันทึกสั้นๆ ความหมายและการใช้งาน “Wed” ย่อมาจาก “Wednesday” ซึ่งแปลว่า “วันพุธ” เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในบริบททั่วไปที่ไม่เป็นทางการ เช่น การนัดหมาย การวางแผนกิจกรรม หรือการสื่อสารผ่านข้อความสั้นๆ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น หากต้องการนัดประชุมในวันพุธ อาจจะเขียนว่า “Meeting on Wed at 10 AM.” หรือหากต้องการบอกเพื่อนว่ามีแผนจะไปเที่ยวในวันพุธ อาจจะพูดว่า “Let’s go out this Wed.” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า…

  • "Good Evening” แปลว่า

    “Good Evening” เป็นคำทักทายภาษาอังกฤษที่ใช้ในช่วงเวลาเย็นถึงค่ำ โดยมีความหมายตรงตัวว่า “สวัสดีตอนเย็น” หรือ “ราตรีสวัสดิ์” ในภาษาไทย เป็นคำที่สุภาพและเป็นทางการเล็กน้อย ใช้เพื่อทักทายผู้คนเมื่อเริ่มพบปะกันในช่วงเวลาดังกล่าว ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Good Evening” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อพนักงานต้อนรับของโรงแรมทักทายแขกที่มาถึงในช่วงเย็น พนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารกล่าวทักทายลูกค้า หรือเมื่อกล่าวลาเพื่อนร่วมงานที่เลิกงานในช่วงเย็น เป็นการแสดงความสุภาพและเป็นมิตรในการสื่อสาร ความหมายและการใช้งาน “Good Evening” ใช้เป็นการทักทายในช่วงเวลาประมาณ 18:00 น. (หกโมงเย็น) ไปจนถึงก่อนที่จะเข้าช่วงกลางคืน หรือก่อนเข้านอน โดยทั่วไปจะใช้เมื่อพบปะผู้คนเป็นครั้งแรกในวันนั้นๆ ในช่วงเวลาดังกล่าว หรือใช้กล่าวลาเมื่อแยกย้ายกันในช่วงเย็น ตัวอย่างการใช้งาน หากคุณเดินเข้าไปในร้านอาหารตอน 19:00 น. พนักงานอาจจะกล่าวว่า “Good Evening, welcome!” (สวัสดีตอนเย็น ยินดีต้อนรับครับ/ค่ะ) หรือเมื่อคุณโทรศัพท์หาเพื่อนในช่วง 20:00 น. คุณอาจจะเริ่มบทสนทนาด้วย “Hey, Good Evening!” (เฮ้ สวัสดีตอนเย็น!) บริบทและการใช้งานทั่วไป “Good Evening” มักใช้ในบริบทที่เป็นทางการและกึ่งทางการ…

  • "Ask” แปลว่า

    คำว่า “Ask” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “ถาม” หรือ “สอบถาม” ครับ เป็นคำกริยาที่ใช้เมื่อเราต้องการขอข้อมูล หรือต้องการทราบสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากผู้อื่น ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Ask” กันอยู่บ่อยๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นการถามคำถามในชั้นเรียน การสอบถามเส้นทาง การถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ หรือแม้แต่การขอความช่วยเหลือ ก็ล้วนแต่เป็นการ “Ask” ทั้งสิ้น บางครั้งเราอาจจะใช้คำนี้ในบริบทที่กว้างขึ้น เช่น การ “Ask” ความคิดเห็น หรือการ “Ask” ให้ใครทำอะไรให้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Ask” หมายถึง การเปล่งเสียงหรือเขียนคำถามเพื่อต้องการทราบข้อมูล หรือการร้องขอสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ตัวอย่างการใช้งาน เช่น “Can I ask you a question?” (ฉันขอถามอะไรคุณหน่อยได้ไหม?) หรือ “He asked for directions.” (เขาขอเส้นทาง) บริบทที่ใช้บ่อย เรามักจะใช้ “Ask” ในสถานการณ์ทั่วไปที่ต้องการข้อมูล…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *