"Avoids” แปลว่า

คำว่า “avoids” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษที่แปลว่า “หลีกเลี่ยง” หรือ “พยายามไม่ให้เผชิญหน้า” กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยมีความหมายครอบคลุมถึงการพยายามที่จะไม่พบเจอ ไม่สัมผัส หรือไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานการณ์ หรือสิ่งของที่ไม่ต้องการ

ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “avoids” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น การหลีกเลี่ยงการเจอกับคนที่ไม่อยากพบ การหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารบางชนิดที่ไม่ชอบ หรือการหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีการจราจรติดขัด เพื่อให้การเดินทางสะดวกสบายขึ้น นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงการหลีกเลี่ยงความผิดพลาด หรือการหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่ปัญหาได้

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “avoids” หมายถึง การกระทำเพื่อป้องกันตนเองจากสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นอันตราย ความไม่สะดวก หรือความรู้สึกไม่สบายใจ การหลีกเลี่ยงนี้อาจทำได้โดยการเปลี่ยนเส้นทาง การไม่พูดถึงเรื่องบางเรื่อง หรือการไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมบางอย่าง

ตัวอย่างการใช้งาน

1. He avoids crowded places. (เขาหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน)

2. She tries to avoid talking about her past. (เธอพยายามหลีกเลี่ยงการพูดถึงอดีตของเธอ)

3. You should avoid eating too much sugar. (คุณควรหลีกเลี่ยงการรับประทานน้ำตาลมากเกินไป)

บริบทและการใช้งานทั่วไป

คำว่า “avoids” มักใช้ในบริบทที่ต้องการแสดงถึงการตัดสินใจหรือการกระทำเพื่อป้องกันตนเองจากผลลัพธ์ที่ไม่ต้องการ เป็นคำที่ใช้ได้ทั่วไปในภาษาอังกฤษ และมีความหมายที่เข้าใจได้ง่ายในสถานการณ์ต่างๆ

🔷 FAQ SECTION

“avoids” กับ “escape” ต่างกันอย่างไร?

“Avoids” เน้นที่การป้องกันหรือการไม่เข้าไปเผชิญหน้ากับสิ่งนั้นตั้งแต่แรก ในขณะที่ “escape” หมายถึงการหนีออกมาจากสถานการณ์ที่ได้เข้าไปเผชิญอยู่แล้ว

มีคำอื่นที่ใช้แทน “avoids” ได้หรือไม่?

มีคำอื่นที่ใกล้เคียง เช่น “shuns”, “evades”, “sidesteps” ซึ่งแต่ละคำอาจมีความหมายที่แตกต่างกันเล็กน้อยในด้านน้ำหนักหรือลักษณะของการหลีกเลี่ยง

Similar Posts

  • "Books” แปลว่า

    คำว่า “Books” เป็นคำนามในภาษาอังกฤษ หมายถึง หนังสือ โดยทั่วไปแล้ว หนังสือคือชุดของกระดาษที่ถูกเขียนหรือพิมพ์ขึ้น และเย็บติดกันเป็นเล่มเพื่อใช้ในการบันทึกข้อมูล เรื่องราว ความรู้ หรือความบันเทิง หนังสือมีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่หนังสือเรียน ตำรา นวนิยาย หนังสือบทกวี ไปจนถึงหนังสือภาพสำหรับเด็ก ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Books” หรือ “หนังสือ” ในหลายบริบท เช่น เวลาที่เราพูดถึงการอ่านหนังสือเพื่อหาความรู้ หรือเพื่อความเพลิดเพลิน เราอาจจะบอกว่า “I love reading Books” ซึ่งหมายถึง “ฉันชอบอ่านหนังสือ” หรือเมื่อเราไปร้านหนังสือ เราก็มองหา “Books” ที่เราสนใจ หรือเมื่อเราพูดถึงการเรียน เราก็มักจะพูดถึง “Textbooks” ซึ่งก็คือหนังสือเรียนนั่นเอง นอกจากนี้ ในยุคดิจิทัล เราก็มี “eBooks” ซึ่งเป็นหนังสือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถอ่านได้บนอุปกรณ์ต่างๆ ความหมายและการใช้งาน “Books” แปลว่า หนังสือ ซึ่งเป็นสื่อกลางในการบันทึกและถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และจินตนาการ สามารถใช้ได้ทั้งในรูปแบบรูปธรรม (หนังสือเล่ม)…

  • "Point” แปลว่า

    คำว่า “Point” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “จุด” หรือ “ประเด็น” ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้หลากหลายบริบท ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่พูดถึง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Point” ในการสนทนาทั่วไป เช่น เมื่อกำลังถกเمเรื่องอะไรบางอย่าง เราอาจจะพูดว่า “What’s your point?” เพื่อถามว่า “ประเด็นของคุณคืออะไร” หรือเมื่อกำลังเล่นกีฬา เช่น บาสเกตบอล เราอาจจะนับ “point” ที่ทำได้ หรือเมื่อกำลังอธิบายอะไรสักอย่าง เราอาจจะบอกว่า “Let me make my point clear” เพื่อเน้นย้ำว่า “ให้ฉันอธิบายประเด็นของฉันให้ชัดเจนนะ” นอกจากนี้ คำว่า “Point” ยังสามารถหมายถึง “ทิศทาง” หรือ “มุมมอง” ได้ด้วย เช่น “The point of view” หมายถึง “มุมมอง” หรือ “จุดยืน” ในการมองสิ่งใดสิ่งหนึ่ง…

  • "Additional” แปลว่า

    คำว่า “Additional” เป็นคำภาษาอังกฤษที่แปลว่า “เพิ่มเติม” หรือ “ส่วนเพิ่ม” โดยทั่วไปแล้วใช้เพื่อบ่งบอกถึงสิ่งที่มีอยู่แล้ว และมีการเพิ่มสิ่งอื่นเข้าไปอีก หรือเป็นการกล่าวถึงสิ่งที่ไม่ใช่ส่วนหลัก แต่เป็นส่วนที่เข้ามาเสริมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Additional” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อสั่งอาหารแล้วต้องการสั่งเครื่องเคียงเพิ่ม หรือเมื่อซื้อสินค้าแล้วมีของแถมเพิ่มเติม หรือแม้แต่ในการทำงานที่อาจมีการมอบหมายงานเพิ่มเติมนอกเหนือจากงานหลักที่เราทำอยู่ เป็นคำที่ช่วยให้เราเข้าใจว่ามีบางสิ่งเข้ามาเสริมหรือเพิ่มจากเดิม ความหมายและการใช้งาน “Additional” หมายถึง สิ่งที่เพิ่มเข้ามา นอกเหนือจากที่มีอยู่แล้ว หรือเป็นส่วนเสริมเพื่อให้ครบถ้วนสมบูรณ์มากขึ้น สามารถใช้ได้กับทั้งคำนามและคำกริยาในบริบทที่แตกต่างกัน ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อสั่งกาแฟ อาจจะบอกว่า “ขอวิปครีม additional ได้ไหมครับ” หมายถึง ขอวิปครีมเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ปกติมีให้ ในการซื้อของออนไลน์ อาจมีข้อความว่า “Additional discount for members” หมายถึง ส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับสมาชิก ในการประชุม อาจมีวาระการประชุมว่า “Additional agenda items” หมายถึง วาระการประชุมเพิ่มเติม บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Additional” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับการเพิ่ม การเสริม หรือการมีสิ่งอื่นเข้ามาประกอบ…

  • "Factory” แปลว่า

    คำว่า “Factory” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้กันแพร่หลายในภาษาไทย หมายถึง โรงงาน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้ในการผลิตสินค้าหรือวัตถุต่างๆ โดยใช้เครื่องจักร แรงงาน และกระบวนการผลิตต่างๆ เพื่อแปรรูปวัตถุดิบให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Factory” หรือ “โรงงาน” บ่อยครั้ง เช่น เวลาพูดถึงแหล่งผลิตสินค้า การจ้างงาน หรือแม้แต่ในข่าวสารที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรม การใช้คำนี้จะสื่อถึงสถานที่ที่มีการผลิตสินค้าจำนวนมาก อาจจะเป็นโรงงานผลิตรถยนต์ โรงงานผลิตเสื้อผ้า โรงงานผลิตอาหาร หรือโรงงานประเภทอื่นๆ ที่เราพบเห็นได้ทั่วไป ความหมายและการใช้งาน “Factory” หมายถึง โรงงาน ซึ่งเป็นอาคารหรือกลุ่มอาคารที่มีการผลิตสินค้าหรือวัตถุต่างๆ โดยใช้เครื่องจักรและกระบวนการผลิต คำนี้ใช้ได้กับโรงงานทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโรงงานขนาดใหญ่ที่มีเครื่องจักรอันทันสมัย หรือโรงงานขนาดเล็กที่มีการผลิตแบบดั้งเดิม ตัวอย่างการใช้งาน เราอาจจะได้ยินประโยคเช่น “โรงงานแห่งนี้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ส่งออกไปทั่วโลก” หรือ “เขาทำงานอยู่ใน factory ที่ผลิตขนมขบเคี้ยว” ซึ่งเป็นการใช้คำว่า “factory” เพื่อระบุถึงสถานที่ผลิตสินค้า บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “Factory” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม การผลิต การจ้างงาน และเศรษฐกิจ โดยทั่วไปมักจะนึกถึงภาพของอาคารขนาดใหญ่ที่มีเครื่องจักรทำงานและมีคนงานจำนวนมาก Factory คืออะไร?…

  • "หมด Passion” แปลว่า

    คำว่า “หมด Passion” เป็นการผสมผสานระหว่างภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยคำว่า “หมด” หมายถึง สิ้นสุด ไม่มีเหลือ หรือหมดไป ส่วนคำว่า “Passion” (แพชชั่น) เป็นคำภาษาอังกฤษที่หมายถึง ความหลงใหล ความกระตือรือร้น แรงบันดาลใจ หรือความปรารถนาอย่างแรงกล้า เมื่อนำมารวมกัน “หมด Passion” จึงหมายถึง การที่ความรู้สึกหลงใหล ความกระตือรือร้น หรือแรงบันดาลใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้สิ้นสุดลงไปแล้ว ทำให้รู้สึกเบื่อหน่าย ไม่มีความสุข หรือไม่เห็นคุณค่าในสิ่งนั้นอีกต่อไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคนพูดถึงการ “หมด Passion” ในหลายบริบท เช่น นักเรียนอาจจะบอกว่า “หมด Passion” กับการเรียนในบางวิชา หรือพนักงานออฟฟิศอาจจะรู้สึก “หมด Passion” กับงานที่ทำประจำทุกวัน จนทำให้รู้สึกว่าการทำงานเป็นเพียงหน้าที่ที่ต้องทำไปวันๆ ไม่ได้รู้สึกสนุกหรือมีความท้าทายอีกต่อไป หรือแม้กระทั่งในความสัมพันธ์ คนรักก็อาจจะบอกว่า “หมด Passion” ที่จะดูแลกัน หรือหมดความรู้สึกโรแมนติกที่มีให้กันแล้ว มันคือสภาวะที่ความรู้สึกดีๆ หรือความตื่นเต้นที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้จางหายไป ความหมายและการใช้งาน “หมด Passion”…

  • "Rapids” แปลว่า

    คำว่า “Rapids” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง แก่ง หรือบริเวณที่แม่น้ำไหลเชี่ยวและมีหินขวางกั้น ทำให้เกิดกระแสน้ำที่แรงและปั่นป่วน มักพบในแม่น้ำที่ไหลลงจากภูเขาหรือพื้นที่สูงชัน ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Rapids” เมื่อมีการพูดถึงกิจกรรมผจญภัยทางน้ำ เช่น การล่องแก่ง (rafting) ซึ่งเป็นการใช้เรือยางล่องไปตามแม่น้ำที่มีแก่ง หรืออาจใช้ในการอธิบายลักษณะภูมิประเทศของแม่น้ำบางสายที่ไหลผ่านบริเวณที่มีหินโผล่พ้นน้ำ หรือมีระดับน้ำที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความหมายและการใช้งาน Rapids คือ ส่วนของแม่น้ำที่กระแสน้ำไหลแรงและเร็วเนื่องจากความลาดชันของพื้นท้องน้ำ หรือมีสิ่งกีดขวาง เช่น หิน หรือโขดหิน ทำให้เกิดคลื่นและฟองอากาศ การล่องแก่ง (rafting) เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมในบริเวณที่มี Rapids ตัวอย่างการใช้งาน นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาเพื่อสัมผัสประสบการณ์ล่องแก่งในแม่น้ำที่มี Rapids ที่สวยงาม ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินเรือต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อนำเรือผ่านบริเวณที่มี Rapids บริบทที่ใช้ทั่วไป คำว่า Rapids มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับภูมิศาสตร์ กีฬาผจญภัย และการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ Rapids คืออะไร? Rapids คือ บริเวณที่แม่น้ำไหลเชี่ยวและมีอุปสรรคใต้น้ำ ทำให้เกิดกระแสน้ำที่รุนแรงและปั่นป่วน การล่องแก่งเกี่ยวข้องกับ Rapids อย่างไร? การล่องแก่ง (rafting) คือ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *