"Avoid” แปลว่า

คำว่า “Avoid” ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่า “หลีกเลี่ยง” หรือ “พยายามไม่ให้เกิดขึ้น” เป็นคำกริยาที่ใช้เมื่อเราต้องการที่จะไม่พบเจอ ไม่สัมผัส หรือไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นคน สถานการณ์ เหตุการณ์ หรือแม้กระทั่งความคิด

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Avoid” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเราต้องการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับปัญหา เราอาจจะเลือกที่จะ “avoid” การพูดคุยในเรื่องที่ละเอียดอ่อน หรือเมื่อเราต้องการดูแลสุขภาพ เราก็อาจจะ “avoid” อาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ หรือเมื่อเราต้องการประหยัดเวลา เราก็อาจจะ “avoid” เส้นทางที่รถติด การใช้คำนี้แสดงถึงการตัดสินใจที่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่เราไม่ต้องการ

Meaning & Usage

โดยพื้นฐานแล้ว “Avoid” หมายถึง การกระทำเพื่อป้องกันไม่ให้บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น หรือเพื่อไม่ให้ตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ต้องการ

Examples

1. I try to avoid eating too much sugar. (ฉันพยายาม หลีกเลี่ยง การกินน้ำตาลมากเกินไป)

2. She decided to avoid him after their argument. (เธอตัดสินใจ หลีกเลี่ยง เขาหลังจากที่ทะเลาะกัน)

3. We should avoid driving during rush hour. (เราควร หลีกเลี่ยง การขับรถในช่วงเวลาเร่งด่วน)

Context / Common Use

คำว่า “Avoid” มักใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเพื่อป้องกันตนเองจากสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ เช่น การหลีกเลี่ยงอันตราย การหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง หรือการหลีกเลี่ยงผลกระทบเชิงลบต่างๆ

คำถามที่พบบ่อย

“Avoid” ใช้กับอะไรได้บ้าง?

สามารถใช้ “Avoid” กับได้แทบทุกสิ่งที่คุณต้องการหลีกเลี่ยง ไม่ว่าจะเป็นบุคคล สถานการณ์ กิจกรรม อาหาร ความรู้สึก หรือแม้กระทั่งความคิด

มีคำอื่นที่มีความหมายคล้ายกับ “Avoid” หรือไม่?

มีคำอื่นที่มีความหมายใกล้เคียง เช่น “shun”, “eschew”, “sidestep”, “steer clear of” แต่ “Avoid” เป็นคำที่ใช้ทั่วไปและเข้าใจง่ายที่สุด

Similar Posts

  • "Acting” แปลว่า

    คำว่า “Acting” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “การแสดง” หรือ “การสวมบทบาท” ซึ่งหมายถึงการที่บุคคลหนึ่งแสดงออกหรือกระทำการใดๆ โดยเลียนแบบหรือสมมติว่าเป็นบุคคลอื่น หรือแสดงอารมณ์ ความรู้สึก หรือสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจหรือคล้อยตาม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นคำว่า “Acting” ถูกนำไปใช้ในหลากหลายบริบท ไม่ว่าจะเป็นการแสดงในภาพยนตร์ ละครเวที การแสดงตลก หรือแม้กระทั่งการแสดงออกที่ไม่ได้ตั้งใจ เช่น การที่เด็กๆ “acting” เป็นซูเปอร์ฮีโร่ หรือการที่ใครบางคน “acting” ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไรบางอย่างเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา คำนี้จึงสื่อถึงการแสดงออกที่อาจจะจริงจังเพื่ออาชีพ หรือเป็นการแสดงออกเล่นๆ ในสถานการณ์ทั่วไปก็ได้ ความหมายและการใช้งาน “Acting” หมายถึง การแสดง การรับบทบาท หรือการสวมบทบาท เป็นการกระทำที่สร้างขึ้นเพื่อให้ดูเหมือนจริง หรือเพื่อสื่อสารอารมณ์ ความคิด หรือเรื่องราวต่างๆ อาจเป็นการแสดงบนเวที ในภาพยนตร์ หรือแม้แต่การแสดงออกในชีวิตประจำวัน ตัวอย่างการใช้งาน ในวงการบันเทิง เรามักได้ยินคำว่า “นักแสดง” หรือ “acting” เมื่อพูดถึงนักแสดงที่กำลังถ่ายทำภาพยนตร์ หรือละคร เช่น “นักแสดงคนนี้มีฝีมือในการ acting…

  • "Black” แปลว่า

    คำว่า “Black” เป็นภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ที่เกี่ยวข้องกับ “สีดำ” ซึ่งเป็นสีที่ตรงข้ามกับสีขาว ไม่มีแสงสะท้อนกลับ หรือเป็นสีที่เกิดจากการดูดกลืนแสงทุกสีเข้าไว้ด้วยกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “Black” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น การพูดถึงสีของสิ่งของต่างๆ เช่น รถยนต์สีดำ (black car) เสื้อผ้าสีดำ (black clothes) หรือแม้กระทั่งในสำนวนที่ใช้เปรียบเปรยถึงสถานการณ์ที่ไม่ดี เช่น “black mood” ที่หมายถึงอารมณ์ขุ่นมัว หรือ “black market” ที่หมายถึงตลาดมืด ความหมายและการใช้งาน ความหมายหลักของ “Black” คือ “สีดำ” แต่ก็สามารถนำไปใช้ในความหมายอื่นๆ ได้อีก เช่น สี: ใช้เรียกสีดำโดยตรง ทึบ/มืด: ใช้บรรยายสิ่งที่ไม่มีแสงสว่าง หรือมองไม่เห็น ไม่ดี/เลวร้าย: ใช้ในเชิงเปรียบเปรยถึงสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ หรือสถานการณ์ที่แย่ ชาวผิวดำ: ใช้เรียกบุคคลที่มีเชื้อสายแอฟริกัน หรือมีผิวพรรณสีเข้ม (แต่ควรใช้อย่างระมัดระวังและให้เกียรติ) ตัวอย่างการใช้งาน “I like to wear…

  • "Freaking” แปลว่า

    คำว่า “Freaking” เป็นคำสแลงในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อเน้นย้ำความรู้สึกบางอย่าง โดยทั่วไปแล้วมักใช้เพื่อแสดงความรู้สึกหงุดหงิด รำคาญ หรือประหลาดใจอย่างมาก มักจะมีความหมายแฝงไปในทางลบเล็กน้อย แต่ก็สามารถใช้ในบริบทที่แสดงความตื่นเต้นหรือประหลาดใจในทางบวกได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและสถานการณ์ที่ใช้ ในชีวิตประจำวัน ผู้คนมักใช้ “Freaking” เพื่อเสริมความรู้สึกให้หนักแน่นขึ้น เช่น เมื่อรู้สึกหงุดหงิดกับบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้น หรือเมื่อเจอเรื่องที่น่าประหลาดใจจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง การใช้คำนี้ช่วยให้การสื่อสารดูเป็นธรรมชาติและแสดงอารมณ์ได้ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเพื่อนหรือสถานการณ์ที่ไม่เป็นทางการ Meaning & Usage “Freaking” เป็นคำกริยาที่มาจากคำว่า “freak” ซึ่งมีความหมายว่า “ทำให้ประหลาดใจอย่างมาก” หรือ “ทำให้เสียสติ” เมื่อนำมาใช้เป็นคำสแลงในลักษณะนี้ จะทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ (adverb) เพื่อขยายความรู้สึกของคำนามหรือคำคุณศัพท์ที่ตามมา เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของอารมณ์นั้นๆ เช่น “It’s freaking cold!” (หนาวชะมัด!) หรือ “I’m freaking out!” (ฉันกำลังจะบ้า/ตกใจมาก!) Examples “This traffic is freaking awful!” (รถติดบ้าอะไรเนี่ย!) – แสดงความหงุดหงิดอย่างมาก “That movie was…

  • "Completely” แปลว่า

    “Completely” เป็นคำวิเศษณ์ (adverb) ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “อย่างสิ้นเชิง”, “โดยสมบูรณ์”, “ทั้งหมด”, “เต็มที่” หรือ “อย่างครบถ้วน” ใช้เพื่อเน้นย้ำว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นหรือเป็นไปอย่างเต็มที่ ไม่มีส่วนขาดหรือส่วนเกิน ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Completely” เพื่อบอกว่าเราทำบางสิ่งบางอย่างจนเสร็จสิ้นสมบูรณ์ หรือเพื่ออธิบายสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ เช่น เมื่อเราพูดว่า “I have completely forgotten” หมายถึง เราลืมไปหมดสิ้นแล้วจริงๆ หรือเมื่อเราบอกว่า “The room was completely silent” ก็หมายความว่าในห้องนั้นเงียบสนิทจริงๆ ไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมาเลย ความหมายและการใช้งาน “Completely” ใช้เพื่อบอกระดับความสมบูรณ์ของการกระทำ สภาพการณ์ หรือการเปลี่ยนแปลง โดยบ่งชี้ว่าสิ่งนั้นได้เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ ครบถ้วน หรือโดยสิ้นเชิง ตัวอย่างการใช้งาน “I’ve completely finished my homework.” (ฉันทำการบ้านเสร็จอย่างสมบูรณ์แล้ว) “The painting was completely ruined by…

  • "Rescuers” แปลว่า

    คำว่า “Rescuers” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ผู้ช่วยเหลือ” หรือ “หน่วยกู้ภัย” โดยทั่วไปแล้วจะหมายถึงบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ที่ตกอยู่ในอันตราย หรือประสบภัยพิบัติต่างๆ เช่น อุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ หรือสถานการณ์ฉุกเฉินอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Rescuers” บ่อยครั้งในข่าวที่รายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ภัยพิบัติ หรืออุบัติเหตุต่างๆ เช่น เมื่อเกิดแผ่นดินไหว ผู้ประสบภัยจะได้รับการช่วยเหลือจาก “Rescuers” ที่เป็นทีมกู้ภัย หรือเมื่อมีคนพลัดตกน้ำ ทีม “Rescuers” ที่เป็นหน่วยกู้ภัยทางน้ำก็จะถูกส่งไปช่วยเหลือทันที นอกจากนี้ คำนี้ยังสามารถใช้ในบริบทที่กว้างขึ้น หมายถึงใครก็ตามที่เข้ามาช่วยเหลือในสถานการณ์ที่ยากลำบากได้ ความหมายและการใช้งาน “Rescuers” มาจากคำกริยา “rescue” ที่แปลว่า “ช่วยเหลือ” ดังนั้น “Rescuers” จึงหมายถึง “ผู้ที่ทำการช่วยเหลือ” นั่นเอง คำนี้ใช้เรียกได้ทั้งบุคคลทั่วไปที่เข้าไปช่วยเหลือผู้อื่น หรือหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อปฏิบัติหน้าที่กู้ภัยโดยเฉพาะ เช่น หน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง หรือหน่วยกู้ภัยในต่างประเทศ ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่อาคารแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยกู้ภัยที่เรียกว่า “Rescuers” จะรีบเข้าไปควบคุมเพลิงและช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ภายใน ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำ ทีม “Rescuers” จะเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและนำส่งโรงพยาบาล บริบทที่ใช้บ่อย…

  • "Disrupt” แปลว่า

    คำว่า “Disrupt” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หรือการเข้ามาทำให้สิ่งที่มีอยู่เดิมต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง มักใช้ในบริบทของการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือโมเดลธุรกิจแบบใหม่เข้ามาพลิกโฉมอุตสาหกรรมหรือตลาดที่มีอยู่เดิม ทำให้ผู้เล่นรายเก่าต้องปรับตัว หรืออาจถึงขั้นล้มหายไป ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า Disrupt บ่อยครั้งเมื่อพูดถึงธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว หรือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค เช่น สมาร์ทโฟนเข้ามา Disrupt ตลาดโทรศัพท์มือถือแบบเดิม หรือบริการสตรีมมิ่งเข้ามา Disrupt ธุรกิจให้เช่าดีวีดี การ Disrupt ไม่ได้จำกัดแค่เทคโนโลยี แต่ยังรวมถึงแนวคิดใหม่ๆ ที่เข้ามาท้าทายขนบเดิมๆ ทำให้เกิดนวัตกรรมและการแข่งขันที่น่าสนใจมากขึ้น ความหมายและการใช้งาน Disrupt หมายถึง การรบกวน การขัดขวาง หรือการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของธุรกิจและเทคโนโลยี มักหมายถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโมเดลธุรกิจที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ซึ่งสามารถเข้ามาแทนที่หรือทำลายตลาดที่มีอยู่เดิมได้ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การเกิดขึ้นของแพลตฟอร์มเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน ที่เข้ามา Disrupt ธุรกิจแท็กซี่แบบดั้งเดิม หรือการที่ E-commerce เข้ามา Disrupt ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม บริบทที่พบบ่อย คำว่า Disrupt มักถูกใช้ในวงการสตาร์ทอัพ เทคโนโลยี…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *