"Apply” แปลว่า

คำว่า “Apply” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ การสมัคร การยื่นคำร้อง หรือการนำไปใช้ ในบริบททั่วไป เมื่อเราพูดถึงการ “Apply” มักจะหมายถึงการแสดงความจำนงเพื่อขอสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือเพื่อเข้าร่วมในกระบวนการใดกระบวนการหนึ่ง

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Apply” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกี่ยวข้องกับการหางาน การสมัครเรียน หรือการขอใบอนุญาตต่างๆ เช่น การ “Apply” เพื่อเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย การ “Apply” เพื่อขอตำแหน่งงาน การ “Apply” เพื่อขอวีซ่า หรือแม้กระทั่งการ “Apply” ครีมบำรุงผิวบนใบหน้า ก็เป็นการใช้คำนี้ในความหมายของการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Apply” สามารถแปลเป็นภาษาไทยได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้:

  • การสมัคร: ใช้เมื่อต้องการยื่นใบสมัครเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม, สมัครงาน, หรือสมัครเรียน
  • การยื่นคำร้อง: ใช้เมื่อต้องการยื่นเรื่องเพื่อขออนุมัติ, ขออนุญาต, หรือขอความช่วยเหลือ
  • การนำไปใช้: ใช้เมื่อกล่าวถึงการนำทฤษฎี, ความรู้, หรือสิ่งของไปปฏิบัติให้เกิดผล

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “I want to apply for that job.” (ฉันต้องการสมัครงานตำแหน่งนั้น)
  • “You need to apply for a visa before traveling.” (คุณต้องยื่นคำร้องขอวีซ่าก่อนเดินทาง)
  • “This knowledge can be applied in many situations.” (ความรู้นี้สามารถนำไปใช้ได้ในหลายสถานการณ์)
  • “Please apply the lotion evenly.” (กรุณาทาโลชั่นให้ทั่ว)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Apply” มักจะปรากฏในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการ หรือการแสดงความประสงค์อย่างเป็นทางการ เช่น ในประกาศรับสมัครงาน, แบบฟอร์มใบสมัครต่างๆ, หรือคำแนะนำในการใช้งานผลิตภัณฑ์

🔷 FAQ SECTION

“Apply” ใช้กับงานอย่างไร?

เมื่อพูดถึงการสมัครงาน คำว่า “Apply” หมายถึงการยื่นใบสมัคร, ส่งประวัติส่วนตัว (Resume/CV), หรือแสดงความสนใจในตำแหน่งงานที่เปิดรับ

“Apply” หมายถึงการทาหรือเปล่า?

ในบางบริบท “Apply” สามารถหมายถึงการทาได้ เช่น การ “apply” ครีม, โลชั่น, หรือยาลงบนผิวหนัง

Similar Posts

  • "Accept” แปลว่า

    คำว่า “Accept” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ยอมรับ” หรือ “รับเอา” เป็นการแสดงออกถึงการยินยอม การตกลง หรือการรับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอ การเชิญชวน คำขอ หรือแม้กระทั่งการยอมรับในสถานการณ์หรือความเป็นจริงบางอย่าง ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Accept” ในหลากหลายบริบท ตัวอย่างเช่น เมื่อเราได้รับอีเมลเชิญเข้าร่วมงาน เราอาจจะตอบกลับไปว่า “I accept your invitation” ซึ่งหมายถึง “ฉันยอมรับคำเชิญของคุณ” หรือเมื่อเพื่อนชวนไปเที่ยว เราก็สามารถตอบรับได้ว่า “Okay, I accept” แปลว่า “ตกลง ฉันไปด้วย” นอกจากนี้ยังใช้กับการยอมรับความผิดพลาด หรือการยอมรับในสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น “We must accept that things have changed” หรือ “เราต้องยอมรับว่าสิ่งต่างๆ ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว” ความหมายและการใช้งาน “Accept” หมายถึง การยินยอม ตกลง หรือรับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเข้ามาอย่างเต็มใจ อาจเป็นการตอบรับข้อเสนอ…

  • "Countryside” แปลว่า

    คำว่า “Countryside” หมายถึง บริเวณชนบท หรือพื้นที่นอกเมืองที่มีลักษณะเป็นทุ่งนา ป่าเขา หรือพื้นที่เกษตรกรรมต่างๆ ซึ่งตรงข้ามกับความเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างหนาแน่น ในชีวิตประจำวัน คนส่วนใหญ่มักใช้คำว่า “Countryside” เพื่ออธิบายถึงบรรยากาศที่เงียบสงบ อากาศบริสุทธิ์ และความเป็นธรรมชาติที่หาได้ยากในเมืองใหญ่ เช่น การพูดถึงการเดินทางกลับบ้านเกิดที่ต่างจังหวัด การไปพักผ่อนหย่อนใจในช่วงสุดสัปดาห์ หรือการเปรียบเทียบวิถีชีวิตระหว่างคนเมืองกับคนชนบท ความหมายและการใช้งาน “Countryside” คือคำนามที่ใช้เรียกพื้นที่ชนบท โดยเน้นถึงลักษณะทางภูมิศาสตร์และสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ เช่น ทุ่งหญ้า ป่าไม้ ภูเขา ลำธาร รวมถึงพื้นที่เพาะปลูกและฟาร์มต่างๆ เป็นคำที่สื่อถึงความสงบ ความเรียบง่าย และความห่างไกลจากความวุ่นวายของเมือง ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อพูดถึงการท่องเที่ยว หลายคนอาจบอกว่า “I love visiting the countryside for its peaceful atmosphere.” (ฉันชอบไปเที่ยวชนบทเพราะบรรยากาศที่เงียบสงบ) หรือในการเปรียบเทียบชีวิต อาจมีคนกล่าวว่า “Life in the countryside is much slower than in…

  • "Affected” แปลว่า

    คำว่า “Affected” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า ได้รับผลกระทบ หรือได้รับอิทธิพลต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะเป็นไปในทางที่ดีหรือไม่ดีก็ได้ ขึ้นอยู่กับบริบทของประโยคนั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Affected” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก หรือเมื่อการตัดสินใจของคนคนหนึ่งส่งผลต่อการกระทำของผู้อื่น หรือแม้กระทั่งเมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลกระทบต่อการเกษตรกรรม เป็นต้น เราจะใช้คำนี้เพื่ออธิบายถึงสภาวะที่สิ่งหนึ่งถูกเปลี่ยนแปลงหรือได้รับผลมาจากอีกสิ่งหนึ่ง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Affected” มาจากกริยา “affect” ซึ่งหมายถึง การมีอิทธิพลต่อ, การกระทบ, การส่งผลต่อ เมื่อเติม “-ed” เข้าไป จะกลายเป็นรูปอดีตของกริยา หรือเป็นคำคุณศัพท์ที่บอกว่าสิ่งนั้นๆ ได้รับผลกระทบแล้ว ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น: “The new policy will affect all employees.” (นโยบายใหม่จะมีผลกระทบต่อพนักงานทุกคน) “His mood was affected by the bad news.” (อารมณ์ของเขาได้รับผลกระทบจากข่าวร้าย) “The…

  • "Touched” แปลว่า

    คำว่า “Touched” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ถูกสัมผัส” หรือ “รู้สึกประทับใจ/ซาบซึ้ง” ซึ่งการใช้งานจะแตกต่างกันไปตามบริบทที่ปรากฏ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเคยได้ยินหรือใช้คำว่า “Touched” ในสถานการณ์ที่ได้รับความช่วยเหลือ ได้รับของขวัญ หรือได้รับคำพูดดีๆ จนรู้สึกประทับใจจนน้ำตาไหล หรือรู้สึกขอบคุณมากๆ ตัวอย่างเช่น เพื่อนซื้อของขวัญวันเกิดให้ ก็อาจจะบอกว่า “I’m so touched!” ซึ่งหมายถึงรู้สึกประทับใจมาก หรือเมื่อมีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในยามลำบาก ก็สามารถพูดได้ว่า “Thank you, I’m really touched by your kindness.” ความหมายและการใช้งาน “Touched” เป็นคำกริยาช่องที่ 3 ของกริยา “touch” ซึ่งแปลว่า สัมผัส จับต้อง หรือแตะต้อง แต่ในอีกความหมายหนึ่งที่นิยมใช้กันคือการแสดงถึงความรู้สึกที่ถูกกระทบใจอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นความสุข ความซาบซึ้งใจ หรือความรู้สึกดีๆ ที่ได้รับจากผู้อื่น ตัวอย่าง ถูกสัมผัสทางกายภาพ: “The painting was touched by…

  • "Fatter” แปลว่า

    คำว่า “Fatter” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่มาจากคำว่า “fat” ซึ่งหมายถึง “อ้วน” เมื่อเติม “-er” เข้าไป จะกลายเป็นรูปขั้นกว่า (comparative degree) ใช้เพื่อเปรียบเทียบว่าสิ่งหนึ่ง “อ้วนกว่า” อีกสิ่งหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินหรือใช้คำว่า “fatter” เมื่อพูดถึงรูปร่างของคน สัตว์ หรือแม้กระทั่งสิ่งของที่ดูอ้วนกลมกว่าเดิม หรือมีขนาดใหญ่กว่าที่เคยเป็น เช่น ถ้าเพื่อนคนหนึ่งเคยผอม แต่ตอนนี้ดูมีน้ำมีนวลขึ้น เราก็อาจจะบอกว่าเขา “fatter” ลง หรือถ้าเราเปรียบเทียบขนาดของผลไม้สองลูกที่เหมือนกัน แต่ลูกหนึ่งดูใหญ่กว่า เราก็อาจจะบอกว่าลูกนั้น “fatter” กว่า ความหมายและการใช้งาน “Fatter” แปลตรงตัวว่า “อ้วนกว่า” ใช้เพื่อเปรียบเทียบว่าสิ่งใดมีลักษณะความอ้วนมากกว่าอีกสิ่งหนึ่ง ตัวอย่าง 1. “This cat is much fatter than the one next door.” (แมวตัวนี้อ้วนกว่าแมวข้างบ้านมาก) 2. “After the holidays,…

  • "Absorb” แปลว่า

    คำว่า “Absorb” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายหลักๆ คือ การดูดซับ การซึมซับ หรือการรับเข้ามา ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ในหลายบริบท ทั้งในเชิงกายภาพและเชิงนามธรรม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Absorb” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น ผ้าขนหนูที่ “Absorb” น้ำได้ดี หมายถึง ผ้าขนหนูที่ซับน้ำได้เยอะ หรือเวลาที่เราเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สมองของเราก็กำลัง “Absorb” ข้อมูลใหม่ๆ เข้ามา หรือแม้กระทั่งเวลาที่เราฟังเพลงโปรด เราก็อาจจะกำลัง “Absorb” บรรยากาศ หรืออารมณ์ของเพลงนั้นๆ ก็ได้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Absorb” สามารถแปลเป็นภาษาไทยได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้: การดูดซับ (ทางกายภาพ): ใช้กับวัสดุที่สามารถดูดซึมของเหลวได้ เช่น ฟองน้ำดูดซับน้ำ การซึมซับ (ข้อมูล/ความรู้): ใช้กับการเรียนรู้ หรือการรับข้อมูลต่างๆ เข้ามา เช่น นักเรียนกำลังซึมซับความรู้จากอาจารย์ การรับเข้ามา/รวมเข้าไป: ใช้กับการที่สิ่งหนึ่งถูกรวมเข้าไปในอีกสิ่งหนึ่ง หรือการที่ธุรกิจหนึ่งถูกซื้อกิจการไป การดูดซับ (พลังงาน/เสียง): ใช้กับการที่วัตถุสามารถลดทอนพลังงาน หรือเสียงได้…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *