"Amendment” แปลว่า

“Amendment” ในภาษาไทยแปลว่า “การแก้ไขเพิ่มเติม” หรือ “การเปลี่ยนแปลง” ซึ่งเป็นการปรับปรุงหรือเพิ่มเติมข้อความ กฎหมาย หรือข้อตกลงที่มีอยู่ให้มีความสมบูรณ์ ถูกต้อง หรือเหมาะสมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป หรือเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องที่อาจเกิดขึ้น

ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะไม่ได้ใช้คำว่า “Amendment” โดยตรงบ่อยนัก แต่แนวคิดของการแก้ไขเพิ่มเติมนั้นมีอยู่ทั่วไป เช่น เมื่อมีการแก้ไขกฎระเบียบของบริษัทให้ทันสมัยขึ้น หรือเมื่อมีการปรับปรุงสัญญาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น การ “amend” เอกสารต่างๆ ก็คือการทำให้เอกสารนั้นๆ ดีขึ้นหรือถูกต้องมากขึ้นนั่นเอง

ความหมายและการใช้งาน

“Amendment” หมายถึง การกระทำหรือผลของการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสิ่งที่มีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร กฎหมาย ข้อบังคับ หรือข้อตกลง เพื่อให้เกิดการปรับปรุงหรือเพิ่มเติมให้ดียิ่งขึ้น โดยทั่วไปมักใช้ในบริบทที่เป็นทางการ เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การแก้ไขกฎหมาย หรือการแก้ไขสัญญาต่างๆ

ตัวอย่าง

“The committee proposed an amendment to the company’s bylaws to allow for remote work.” (คณะกรรมการเสนอการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของบริษัท เพื่ออนุญาตให้ทำงานจากระยะไกลได้)

“Congress is considering an amendment to the tax law.” (สภาคองเกรสกำลังพิจารณาการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายภาษี)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Amendment” มักถูกใช้ในบริบททางกฎหมาย การเมือง และธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงเอกสารสำคัญ ข้อตกลง หรือกฎระเบียบต่างๆ เพื่อให้มีความถูกต้อง ทันสมัย หรือมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

🔷 FAQ SECTION

“Amendment” ใช้กับอะไรได้บ้าง?

“Amendment” สามารถใช้กับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้หลากหลาย เช่น รัฐธรรมนูญ กฎหมาย ข้อบังคับ สัญญา ข้อตกลง หรือแม้กระทั่งเอกสารทางเทคนิคต่างๆ

การ “amend” แตกต่างจากการ “repeal” อย่างไร?

การ “amend” คือการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้นหรือถูกต้องขึ้น ในขณะที่การ “repeal” คือการยกเลิกกฎหมายหรือข้อบังคับนั้นๆ ไปเลย

Similar Posts

  • "Nuts” แปลว่า

    คำว่า “Nuts” ในภาษาอังกฤษ สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ โดยความหมายหลักๆ ที่คนไทยมักเจอและใช้กันบ่อย มีดังนี้ ในชีวิตประจำวัน คนไทยอาจจะเคยได้ยินหรือเห็นคำว่า “Nuts” ในหลายสถานการณ์ เช่น ในภาพยนตร์ เพลง หรือเวลาพูดคุยกับเพื่อนชาวต่างชาติ บางครั้งอาจใช้ในความหมายเชิงบวก หมายถึง “เจ๋ง” หรือ “ยอดเยี่ยม” แต่ก็มีอีกความหมายที่ค่อนข้างตรงไปตรงมาและอาจฟังดูแรงกว่า คือ การใช้เพื่อแสดงความรู้สึกไม่พอใจ หงุดหงิด หรือมองว่าอะไรบางอย่าง “บ้า” หรือ “ไร้สาระ” ไปเลย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Nuts” สามารถแปลได้ดังนี้: ถั่ว: เป็นความหมายตรงตัวที่สุด หมายถึงเมล็ดพืชชนิดหนึ่งที่ใช้รับประทานได้ เช่น peanuts (ถั่วลิสง), almonds (อัลมอนด์) บ้า, เพี้ยน, ไร้สาระ: ใช้ในเชิงเปรียบเปรยเพื่อแสดงความรู้สึกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่สมเหตุสมผล น่าขบขัน หรือทำให้รู้สึกไม่พอใจ เจ๋ง, สุดยอด: ใช้ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ เพื่อแสดงความชื่นชม ตัวอย่างการใช้งาน “I love…

  • "Compound” แปลว่า

    คำว่า “Compound” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า “สารประกอบ” หรือ “ส่วนผสม” ครับ ในบริบททางเคมี หมายถึง สารที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของอะตอมของธาตุตั้งแต่สองชนิดขึ้นไปด้วยสัดส่วนที่คงที่ ซึ่งไม่สามารถแยกออกเป็นธาตุเดิมได้ด้วยวิธีทางกายภาพ แต่ต้องใช้วิธีทางเคมีในการแยก ในชีวิตประจำวัน เราอาจเจอคำว่า “Compound” ในหลากหลายบริบท เช่น ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีการผสมผสานส่วนผสมหลายอย่างเข้าด้วยกัน หรือในความหมายที่กว้างขึ้น หมายถึง สิ่งที่ประกอบขึ้นจากหลายส่วน หรือหลายองค์ประกอบรวมกัน ทำให้เกิดเป็นสิ่งใหม่ที่มีคุณสมบัติแตกต่างออกไป ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Compound” สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้: สารประกอบ (ทางเคมี): หมายถึง สารที่เกิดจากการรวมตัวของธาตุตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป เช่น น้ำ (H₂O) เป็นสารประกอบของไฮโดรเจนและออกซิเจน ส่วนผสม/การผสมผสาน: หมายถึง การรวมกันของสิ่งต่างๆ หลายอย่างเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ใหม่ เช่น ในเครื่องสำอาง อาจมีส่วนผสมที่เรียกว่า “compound ingredients” ที่พักอาศัย/พื้นที่ปิด: ในบางบริบท โดยเฉพาะในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน อาจหมายถึง อาคารหรือกลุ่มอาคารที่มีการป้องกันอย่างแน่นหนา…

  • "Oceanic” แปลว่า

    คำว่า “Oceanic” แปลว่า เกี่ยวกับมหาสมุทร หรือมาจากมหาสมุทร เป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้อธิบายสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับทะเลขนาดใหญ่ที่ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลก ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเจอคำว่า “Oceanic” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เมื่อพูดถึงสภาพอากาศที่มาจากมหาสมุทร (oceanic climate) หรือเมื่อพูดถึงสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทร (oceanic creatures) บางครั้งก็ใช้เพื่ออธิบายลักษณะที่กว้างใหญ่ไพศาล เหมือนกับมหาสมุทร เช่น “oceanic feeling” ที่หมายถึงความรู้สึกที่กว้างใหญ่ไร้ขอบเขต ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Oceanic” มาจากคำว่า “ocean” ที่แปลว่า มหาสมุทร โดยเติมปัจจัย “-ic” เข้าไปเพื่อทำให้เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึง “ซึ่งเกี่ยวกับมหาสมุทร” หรือ “อันเป็นมหาสมุทร” สามารถใช้เพื่ออธิบายได้หลายสิ่ง เช่น: ลักษณะทางภูมิศาสตร์: เช่น Oceanic trench (ร่องลึกมหาสมุทร) สภาพอากาศ: เช่น Oceanic air (อากาศจากมหาสมุทร) สิ่งมีชีวิต: เช่น Oceanic fish (ปลาทะเลน้ำลึก)…

  • "Test” แปลว่า

    คำว่า “Test” ในภาษาไทยมีความหมายตรงตัวว่า “การทดสอบ” หรือ “การสอบ” ครับ เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในหลากหลายสถานการณ์ ตั้งแต่การทดสอบสิ่งของ การทดสอบประสิทธิภาพ ไปจนถึงการสอบวัดความรู้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Test” บ่อยครั้ง เช่น การทดสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนซื้อ การทดสอบยาใหม่ การทดสอบระบบคอมพิวเตอร์ หรือแม้กระทั่งการ “test” ความรู้สึกของใครบางคนว่าคิดอย่างไรกับเรา การ “test” เป็นกระบวนการที่ช่วยให้เรามั่นใจในผลลัพธ์ หรือเพื่อหาข้อผิดพลาดและปรับปรุงให้ดีขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Test” หมายถึง การกระทำหรือกระบวนการเพื่อตรวจสอบ ประเมิน หรือพิสูจน์บางสิ่งบางอย่าง อาจเป็นการทดสอบเพื่อดูว่าสิ่งนั้นทำงานได้ตามที่คาดหวังหรือไม่ มีประสิทธิภาพเพียงใด หรือมีความถูกต้องแม่นยำแค่ไหน ในบริบทของการศึกษา “Test” ก็คือการสอบเพื่อวัดระดับความรู้ความเข้าใจของผู้เรียน ตัวอย่างการใช้งาน “เราต้องtestเครื่องก่อนส่งมอบให้ลูกค้า” (We need to test the machine before delivering it to the customer.) “คุณหมอจะtestเลือดเพื่อตรวจหาโรค” (The doctor…

  • "Firstname” แปลว่า

    “Firstname” เป็นคำภาษาอังกฤษที่หมายถึง “ชื่อต้น” หรือ “ชื่อจริง” ของบุคคล เป็นชื่อที่เราใช้เรียกกันเป็นปกติในชีวิตประจำวัน ซึ่งโดยทั่วไปจะอยู่หน้า “นามสกุล” (Lastname) เพื่อระบุตัวตนของแต่ละคน ในทางปฏิบัติ คนส่วนใหญ่มักจะใช้ “Firstname” ในการเรียกขานกันในสถานการณ์ที่ไม่เป็นทางการ หรือเมื่อมีความคุ้นเคยกันแล้ว เช่น เพื่อนร่วมงานที่สนิทกัน หรือคนในครอบครัว เวลาจะเรียกใครก็จะเรียกชื่อต้นของเขาตรงๆ เลย เช่น ถ้าชื่อ “สมชาย ใจดี” คนก็จะเรียก “สมชาย” หรือถ้าเป็นชาวต่างชาติที่ชื่อ “John Smith” ก็จะเรียกว่า “John” เป็นต้น การใช้ชื่อต้นเป็นการแสดงถึงความเป็นกันเองและความใกล้ชิดได้ระดับหนึ่ง ความหมายและการใช้งาน “Firstname” คือ ชื่อส่วนตัวของบุคคล ซึ่งเป็นชื่อที่ได้รับมาตั้งแต่เกิด หรือตั้งขึ้นมาเพื่อใช้เรียกขานกันในชีวิตประจำวัน โดยทั่วไปจะอยู่หน้า “นามสกุล” (Lastname) เพื่อให้สามารถระบุตัวตนของบุคคลนั้นได้อย่างชัดเจน ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อเพื่อนแนะนำให้รู้จักคนใหม่ เขาอาจจะบอกว่า “นี่คือ Aom, her Firstname is Aom and her…

  • "poured” แปลว่า

    คำว่า “poured” มาจากกริยา “pour” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งมีความหมายหลักๆ ว่า “เท” หรือ “หลั่ง” ลงไปอย่างรวดเร็วหรือปริมาณมาก ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “poured” เมื่อพูดถึงการเทเครื่องดื่ม เช่น เทน้ำลงในแก้ว เทกาแฟลงในถ้วย หรือแม้แต่การเทส่วนผสมต่างๆ ในการทำอาหาร นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้ เช่น ฝนตกหนักเหมือนเทลงมา หรือผู้คนหลั่งไหลเข้ามาในงาน ความหมายและการใช้งาน “Poured” เป็นรูปอดีตของกริยา “pour” หมายถึง การกระทำที่ได้เทหรือหลั่งสิ่งใดสิ่งหนึ่งลงไปแล้ว ตัวอย่าง He poured a glass of water for his guest. (เขาเทน้ำหนึ่งแก้วให้แขกของเขา) The rain poured down all night. (ฝนเทลงมาตลอดทั้งคืน) She poured her heart out to her…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *