"Admitted” แปลว่า

“Admitted” เป็นคำภาษาอังกฤษที่แปลเป็นภาษาไทยได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ โดยความหมายหลักๆ ที่นิยมใช้กันคือ “ยอมรับ” หรือ “สารภาพ” หมายถึง การที่บุคคลยอมรับความจริงบางอย่าง การกระทำผิด หรือการยอมรับในสิ่งที่เคยปฏิเสธมาก่อน

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นการใช้คำว่า “Admitted” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อมีคนทำผิดแล้วยอมรับผิด หรือเมื่อมีการยอมรับในข้อเท็จจริงบางอย่างที่เกิดขึ้น เช่น การยอมรับว่าตัวเองทำผิด หรือการยอมรับว่าข่าวลือบางอย่างเป็นเรื่องจริง

ความหมายและการใช้งาน

“Admitted” มาจากกริยา “admit” ซึ่งแปลว่า ยอมรับ สารภาพ หรือรับเข้า โดยทั่วไปแล้ว เมื่อใช้ในรูปของ “Admitted” ซึ่งเป็น Past Tense หรือ Past Participle จะสื่อถึงการกระทำที่เกิดขึ้นแล้วและเสร็จสิ้นไปแล้ว

การใช้งานหลักๆ ได้แก่:

  • การยอมรับความผิด: เมื่อใครบางคนทำผิดและไม่ปฏิเสธ แต่ยอมรับว่าตนเองเป็นผู้กระทำ เช่น “He admitted he stole the money.” (เขายอมรับว่าเขาขโมยเงินไป)
  • การยอมรับความจริง: เมื่อมีข้อเท็จจริงบางอย่างที่เคยถูกปฏิเสธ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับ เช่น “She admitted that she was wrong.” (เธอยอมรับว่าเธอคิดผิด)
  • การรับเข้า: ในบริบทของการแพทย์หรือการศึกษา หมายถึงการที่โรงพยาบาลรับผู้ป่วยไว้รักษา หรือสถาบันการศึกษารับนักเรียนเข้าเรียน เช่น “The patient was admitted to the hospital.” (ผู้ป่วยถูกรับตัวเข้าโรงพยาบาล)

ตัวอย่างการใช้งาน

  • การยอมรับความผิด: “The suspect admitted to the crime after hours of questioning.” (ผู้ต้องสงสัยสารภาพในคดีหลังจากถูกซักถามนานหลายชั่วโมง)
  • การยอมรับความจริง: “The company admitted that their product had a flaw.” (บริษัทรับทราบว่าผลิตภัณฑ์ของตนมีข้อบกพร่อง)
  • การรับเข้า: “He was admitted to Harvard University.” (เขาได้รับการตอบรับเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Admitted” มักจะพบได้ในข่าว การรายงานคดีความ หรือในบทสนทนาที่เกี่ยวกับการยอมรับผิด การให้การ หรือการยืนยันข้อเท็จจริง นอกจากนี้ยังใช้ในบริบททางการแพทย์และการศึกษาเพื่อสื่อถึงการรับผู้ป่วยหรือนักเรียนเข้าสู่ระบบ

🔷 FAQ SECTION

“Admitted” แปลว่าอะไรในภาษาไทย?

“Admitted” แปลว่า “ยอมรับ” หรือ “สารภาพ” เป็นหลัก และอาจหมายถึง “รับเข้า” ในบางบริบท เช่น การรับผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาล

ใช้ “Admitted” เมื่อไหร่?

ใช้เมื่อต้องการสื่อว่ามีคนยอมรับในสิ่งที่เคยปฏิเสธ หรือยอมรับความผิด หรือในกรณีที่ถูกรับเข้าในสถาบันใดสถาบันหนึ่ง

Similar Posts

  • "Screen” แปลว่า

    คำว่า “Screen” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “หน้าจอ” หรือ “ฉาก” โดยทั่วไปแล้วเรามักจะนึกถึงหน้าจอของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น หน้าจอคอมพิวเตอร์, หน้าจอโทรศัพท์มือถือ, หน้าจอโทรทัศน์ ซึ่งเป็นส่วนที่เราใช้มองเห็นภาพและข้อมูลต่างๆ นอกจากนี้ “Screen” ยังสามารถหมายถึงฉากที่ใช้ในการบังตา หรือฉากกั้นได้ด้วย ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Screen” บ่อยครั้งในหลายบริบท เช่น เวลาพูดถึงการทำงานบนคอมพิวเตอร์ เราอาจจะบอกว่า “เปิด Screen ให้หน่อย” หมายถึงการเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือเมื่อพูดถึงโทรศัพท์มือถือ ก็จะพูดถึง “หน้าจอสัมผัส” (Touch Screen) หรือ “ขนาด Screen” ที่บอกถึงความกว้างของจอแสดงผล ในบางครั้งเราก็ใช้คำนี้ในการอธิบายถึงการฉายภาพยนตร์บนจอขนาดใหญ่ในโรงภาพยนตร์ หรือแม้กระทั่งการใช้ฉากกั้นเพื่อความเป็นส่วนตัวในออฟฟิศ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Screen” แปลว่า “หน้าจอ” เป็นส่วนแสดงผลของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์, สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, โทรทัศน์ นอกจากนี้ยังหมายถึง “ฉาก” ที่ใช้ในการบังตา, ฉากกั้น, หรือจอภาพยนตร์…

  • "Stuck” แปลว่า

    คำว่า “Stuck” เป็นภาษาอังกฤษที่แปลตรงตัวได้ว่า “ติดอยู่” หรือ “ค้างอยู่” ในสถานการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางกายภาพ ความคิด หรืออารมณ์ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะใช้คำว่า “Stuck” เพื่ออธิบายสถานการณ์ที่เราไม่สามารถก้าวต่อไปได้ หรือไม่สามารถหาทางออกได้ เช่น รถติดอยู่กลางถนน หรือมีความคิดบางอย่างที่วนเวียนอยู่ในหัวจนไม่สามารถคิดเรื่องอื่นได้ หรือแม้กระทั่งรู้สึกติดอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่พัฒนาไปไหน ความหมายและการใช้งาน “Stuck” หมายถึง สภาวะที่ถูกขัดขวาง ไม่สามารถเคลื่อนไหวไปข้างหน้าได้ หรือไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้ อาจเป็นได้ทั้งการติดขัดทางกายภาพ เช่น รถยนต์เสียจนไปต่อไม่ได้ หรือการติดขัดทางความคิด จิตใจ เช่น รู้สึกเบื่อหน่ายกับงานประจำและไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป ตัวอย่างการใช้งาน “I’m stuck in traffic.” (ฉันติดแหง็กอยู่กับการจราจร) “I feel stuck in my current job.” (ฉันรู้สึกเหมือนติดอยู่กับงานปัจจุบัน ไม่รู้จะไปต่อทางไหน) “My computer is stuck on the loading screen.”…

  • "Manually” แปลว่า

    คำว่า “Manually” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้เมื่อต้องการสื่อถึงการกระทำบางอย่างด้วยตนเอง โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์อัตโนมัติ หรือเครื่องมือช่วยที่ทำงานได้เอง เป็นการลงมือทำด้วยแรงกายหรือความคิดของคนโดยตรง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Manually” บ่อยครั้งในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การกรอกข้อมูลด้วยตนเอง การเปิด-ปิดสวิตช์ไฟ การตั้งค่าต่างๆ บนอุปกรณ์ หรือแม้กระทั่งการซ่อมแซมสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ ด้วยมือของเราเอง มันให้ความรู้สึกถึงการมีส่วนร่วมและความใส่ใจในการทำสิ่งนั้นๆ เป็นพิเศษ ความหมายและการใช้งาน Manually หมายถึง การทำด้วยมือ หรือด้วยตนเอง เป็นการตรงข้ามกับคำว่า “automatically” ซึ่งหมายถึงการทำโดยอัตโนมัติ หรือทำได้เองโดยไม่ต้องมีคนควบคุมโดยตรง ตัวอย่างการใช้งาน สมมติว่าคุณกำลังตั้งค่า Wi-Fi บนโทรศัพท์มือถือ คุณอาจจะต้องเลือกเครือข่าย Wi-Fi แล้วกรอกรหัสผ่าน “Manually” คือการที่คุณเป็นคนพิมพ์รหัสผ่านนั้นลงไปเอง ไม่ใช่ว่าโทรศัพท์ของคุณค้นหาและเชื่อมต่อให้เองโดยอัตโนมัติ อีกตัวอย่างหนึ่งคือ การสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าบางอย่างที่อาจมีทั้งระบบอัตโนมัติและระบบที่ต้องควบคุมด้วยมือ เช่น เครื่องซักผ้าบางรุ่น คุณอาจเลือกที่จะ “Manually” เลือกโปรแกรมซัก หรือปรับระดับน้ำเอง แทนที่จะปล่อยให้เครื่องทำงานตามโปรแกรมที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้า บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Manually” มักจะถูกใช้ในบริบทของการตั้งค่า การควบคุม การป้อนข้อมูล หรือการดำเนินการที่ต้องการการแทรกแซงจากผู้ใช้โดยตรง…

  • "Property” แปลว่า

    คำว่า “Property” ในภาษาไทยมีความหมายโดยรวมว่า “ทรัพย์สิน” หรือ “อสังหาริมทรัพย์” ซึ่งหมายถึงสิ่งที่มีค่าและเป็นเจ้าของได้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่ใช่สิ่งมีชีวิตก็ได้ โดยทั่วไปแล้วเราจะนึกถึงทรัพย์สินในแง่ของสิ่งของที่มีมูลค่า เช่น เงินทอง บ้าน ที่ดิน รถยนต์ หรือแม้กระทั่งสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Property” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เมื่อพูดถึงการลงทุน การซื้อขาย หรือการบริหารจัดการทรัพย์สินต่างๆ การพูดถึง “Property” ในแวดวงธุรกิจมักจะหมายถึงอสังหาริมทรัพย์ เช่น อาคารสำนักงาน โรงแรม หรือที่ดินเพื่อการพัฒนา หรือในบางครั้งอาจหมายถึงคุณสมบัติหรือลักษณะเฉพาะของสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็ได้ เช่น “The property of this material is very strong” ซึ่งแปลว่า “คุณสมบัติของวัสดุนี้แข็งแรงมาก” ความหมายและการใช้งาน “Property” สามารถแปลได้หลายความหมายขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ ในภาษาไทย ความหมายหลักๆ ได้แก่: ทรัพย์สิน (Asset): หมายถึงสิ่งที่มีมูลค่าและเป็นของบุคคลหรือนิติบุคคล สามารถซื้อขาย เปลี่ยนมือ หรือส่งต่อเป็นมรดกได้…

  • "Gift” แปลว่า

    คำว่า “Gift” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ของขวัญ” หรือ “ของกำนัล” เป็นสิ่งของที่มอบให้แก่ผู้อื่นด้วยความตั้งใจดี อาจจะเนื่องในโอกาสพิเศษ เช่น วันเกิด วันปีใหม่ หรือเพียงเพื่อแสดงความรัก ความขอบคุณ หรือความปรารถนาดีต่อผู้รับ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Gift” ในบริบทของการให้และการรับของขวัญอยู่เสมอ เช่น เมื่อเราไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อน เราอาจจะเตรียม “Gift” ไปให้ หรือเมื่อเราเดินทางไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ เราก็มักจะซื้อ “Gift” ติดไม้ติดมือไปด้วย นอกจากนี้ คำว่า “Gift” ยังสามารถหมายถึงพรสวรรค์หรือความสามารถพิเศษที่ติดตัวมาแต่กำเนิดได้อีกด้วย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Gift” มีความหมายหลักๆ สองอย่าง คือ ของขวัญ/ของกำนัล: สิ่งของที่มอบให้ผู้อื่นด้วยความตั้งใจดี พรสวรรค์/ความสามารถพิเศษ: ความสามารถที่โดดเด่นหรือพิเศษที่บุคคลมี ในการใช้งานทั่วไป คำว่า “Gift” มักจะหมายถึงของขวัญที่จับต้องได้ แต่ก็สามารถใช้ในเชิงนามธรรมเพื่ออธิบายถึงความสามารถพิเศษได้เช่นกัน ตัวอย่าง “I got a nice gift for my birthday.”…

  • "ติ๋ม” แปลว่า

    คำว่า “ติ๋ม” ในภาษาไทยมักจะมีความหมายในเชิงลบเล็กน้อย โดยหมายถึงลักษณะของบุคคลที่ดูเงียบๆ ไม่ค่อยแสดงออก ไม่ค่อยกล้าพูดกล้าทำ หรืออาจจะดูเชยๆ ไม่ทันสมัย เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ในสังคม ในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน คำว่า “ติ๋ม” มักถูกนำไปใช้บรรยายลักษณะนิสัยหรือบุคลิกภาพของคน โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่ดูเรียบร้อย พูดน้อย ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง หรืออาจจะหมายถึงคนที่แต่งตัวหรือทำอะไรที่ดูไม่ทันสมัย ล้าหลังไปหน่อย ซึ่งบางครั้งก็อาจจะใช้ในเชิงหยอกล้อ หรือบางครั้งก็อาจจะใช้ในเชิงตำหนิได้ ขึ้นอยู่กับบริบทและน้ำเสียงของผู้พูด ความหมายและการใช้งาน คำว่า “ติ๋ม” สื่อถึงลักษณะของบุคคลที่ดูสงบเสงี่ยม ไม่ค่อยมีปากเสียง ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น หรืออาจจะดูขี้อาย ไม่มั่นใจในตัวเอง ในบางบริบทอาจหมายถึงคนที่ดูบ้านๆ ไม่ทันสมัย หรือแต่งตัวเชยๆ ตัวอย่างการใช้งาน “น้องคนนั้นดูติ๋มๆ ดีนะ ไม่ค่อยพูดเลย” “เขาแต่งตัวดูติ๋มไปหน่อย ไม่ค่อยเข้ากับงานเลย” “อย่าทำตัวติ๋มๆ สิ กล้าแสดงออกหน่อย” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “ติ๋ม” มักถูกใช้ในบริบทของการพูดถึงบุคลิกภาพของคนทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อต้องการเปรียบเทียบกับคนที่ดูโดดเด่น กล้าแสดงออก หรือทันสมัยกว่า อาจใช้ในการพูดคุยกับเพื่อนฝูง หรือสังเกตลักษณะของคนรอบข้าง “ติ๋ม” เป็นคำหยาบหรือไม่? โดยทั่วไปแล้ว “ติ๋ม”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *