"Pedestrian” แปลว่า

คำว่า “Pedestrian” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง คนเดินเท้า หรือผู้ที่กำลังสัญจรด้วยการเดินเท้า ไม่ได้ใช้ยานพาหนะใดๆ เช่น รถยนต์ จักรยาน หรือมอเตอร์ไซค์

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Pedestrian” เพื่อกล่าวถึงผู้คนบนท้องถนนที่กำลังเดิน โดยเฉพาะในบริบทที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย หรือกฎจราจร เช่น การเตือนให้คนขับรถระมัดระวังคนเดินเท้า หรือการกำหนดพื้นที่สำหรับคนเดินเท้าโดยเฉพาะ

ความหมายและการใช้งาน

Pedestrian คือ บุคคลที่กำลังเดินเท้า เป็นคำที่ใช้ทั่วไปเพื่ออธิบายถึงผู้คนที่ไม่ใช่ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารยานพาหนะใดๆ

ตัวอย่างการใช้งาน

ในป้ายจราจร อาจมีสัญลักษณ์รูปคนกำลังเดิน ซึ่งหมายถึง “Pedestrian Crossing” หรือทางข้ามสำหรับคนเดินเท้า

เวลาพูดถึงอุบัติเหตุจราจร อาจมีการกล่าวว่า “รถชนกับ Pedestrian” หมายถึง รถได้เฉี่ยวชนกับคนเดินเท้า

บริบทที่พบบ่อย

คำนี้มักพบในคู่มือการขับขี่ กฎหมายจราจร สภาพแวดล้อมในเมือง หรือการพูดคุยเกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนน

🔷 FAQ SECTION

“Pedestrian” กับ “Walker” ต่างกันอย่างไร?

โดยทั่วไป “Pedestrian” หมายถึง คนเดินเท้าในบริบทของการสัญจรหรือจราจร ส่วน “Walker” อาจหมายถึงคนที่กำลังเดิน หรืออาจหมายถึงอุปกรณ์ช่วยเดินสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหาในการเดิน

เราควรเรียกคนเดินเท้าว่าอะไรในภาษาไทย?

ในภาษาไทย เราสามารถเรียกคนเดินเท้าว่า “คนเดินถนน”, “คนสัญจรทางเท้า” หรือ “ผู้ใช้ทางเท้า” ก็ได้ ขึ้นอยู่กับบริบท

Similar Posts

  • "Purchases” แปลว่า

    คำว่า “Purchases” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “การซื้อ” หรือ “รายการที่ซื้อ” โดยทั่วไปแล้วหมายถึงการกระทำของการซื้อสินค้าหรือบริการ หรือหมายถึงสินค้าหรือบริการที่ได้ซื้อมาแล้วก็ได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Purchases” ในหลายบริบท เช่น เมื่อคุณไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า พนักงานอาจจะถามว่า “Do you have any other purchases?” ซึ่งหมายถึง “คุณมีรายการอื่นที่จะซื้ออีกไหม?” หรือเมื่อคุณได้รับใบเสร็จจากการซื้อของ ใบเสร็จนั้นก็จะแสดงรายการ “Purchases” ของคุณ หรือในแอปพลิเคชันเกี่ยวกับการช้อปปิ้ง ก็จะมีส่วนที่เรียกว่า “My Purchases” เพื่อให้คุณดูประวัติการซื้อของคุณได้ ความหมายและการใช้งาน “Purchases” เป็นคำนามพหูพจน์ของคำว่า “Purchase” ซึ่งหมายถึง การซื้อ หรือ สิ่งที่ซื้อมา การใช้งานจึงขึ้นอยู่กับบริบทว่ากำลังพูดถึงการกระทำของการซื้อ หรือสิ่งของที่ซื้อมาแล้ว ตัวอย่าง “I need to check my recent purchases.” (ฉันต้องตรวจสอบรายการซื้อล่าสุดของฉัน) “The store offers a…

  • "Places” แปลว่า

    คำว่า “Places” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง สถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่สาธารณะ สถานที่ส่วนตัว หรือสถานที่ที่ใช้ในการอ้างอิงถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยทั่วไปแล้วเราจะใช้คำนี้เพื่อกล่าวถึงที่ตั้ง หรือบริเวณที่มีลักษณะเฉพาะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Places” ในหลากหลายบริบท เช่น การพูดคุยเกี่ยวกับการเดินทาง การนัดหมาย หรือการอธิบายถึงสถานที่ที่เราเคยไปหรืออยากจะไป ตัวอย่างเช่น เมื่อเพื่อนถามว่า “Have you been to any interesting places lately?” (ช่วงนี้ไปเที่ยวที่ไหนน่าสนใจมาบ้างไหม?) เราก็จะเข้าใจว่าเขากำลังถามถึงสถานที่ท่องเที่ยวหรือสถานที่ที่น่าสนใจต่างๆ ที่เราได้ไปเยือนมา หรือเมื่อเราวางแผนการเดินทาง เราก็อาจจะพูดว่า “Let’s find some good places to eat.” (เรามาหาที่กินอร่อยๆ กันเถอะ) ซึ่งหมายถึงการหาร้านอาหารหรือแหล่งกินต่างๆ นั่นเอง ความหมายและการใช้งาน “Places” เป็นคำนามพหูพจน์ของ “Place” ซึ่งหมายถึง ที่, สถานที่, ตำแหน่ง, พื้นที่ หรือบ้านเรือน สามารถใช้กล่าวถึงสถานที่ได้หลากหลายรูปแบบ…

  • "Stacker” แปลว่า

    “Stacker” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ผู้ที่ซ้อน” หรือ “สิ่งที่ใช้ซ้อน” ครับ เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงบุคคลหรือสิ่งของที่มีหน้าที่ทำการซ้อนหรือจัดเรียงสิ่งของต่างๆ ในลักษณะซ้อนกันขึ้นไป ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเห็นคนที่เป็น “Stacker” ในหลายๆ สถานการณ์ เช่น พนักงานในซูเปอร์มาร์เก็ตที่ทำการจัดเรียงสินค้าบนชั้นให้ดูเป็นระเบียบ หรือคนงานในคลังสินค้าที่ต้องนำสินค้ามาวางซ้อนกันเป็นชั้นๆ เพื่อประหยัดพื้นที่ หรือแม้แต่ในบริบทของเกมหรือกิจกรรมที่ต้องมีการวางสิ่งของซ้อนกันให้สูงที่สุดโดยไม่ล้ม ก็เรียกผู้เล่นที่ทำหน้าที่นั้นว่า “Stacker” ได้เช่นกันครับ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Stacker” มาจากคำกริยาภาษาอังกฤษว่า “stack” ซึ่งแปลว่า “ซ้อน” หรือ “กอง” ดังนั้น “Stacker” จึงหมายถึง ผู้กระทำกริยา “stack” นั่นเองครับ ในบริบททั่วไปสามารถแบ่งการใช้งานได้ดังนี้: บุคคล: ใช้เรียกคนที่ทำหน้าที่ซ้อนสิ่งของ เช่น พนักงานในร้านค้า, คนงานในโกดัง, หรือแม้แต่ผู้เล่นในเกมที่ต้องวางบล็อกซ้อนกัน เครื่องมือ/อุปกรณ์: บางครั้งอาจใช้เรียกเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยในการซ้อนสิ่งของโดยเฉพาะ เช่น เครื่องยกที่ใช้ซ้อนพาเลทสินค้า ตัวอย่างการใช้งาน “พนักงานคนนั้นเป็น Stacker ที่ดีมาก จัดของขึ้นชั้นได้เป็นระเบียบเรียบร้อย” “ในเกมนี้ ใครซ้อนกล่องได้สูงที่สุด ถือว่าเป็น…

  • "Mess” แปลว่า

    คำว่า “Mess” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “ความยุ่งเหยิง” หรือ “สภาพที่รกเรื้อ ไม่เป็นระเบียบ” ค่ะ มันสามารถใช้อธิบายได้ทั้งสิ่งของ สถานที่ หรือแม้กระทั่งสถานการณ์ต่างๆ ที่ดูสับสน วุ่นวาย หรือไม่เรียบร้อย ทำให้ยากต่อการจัดการหรือทำความเข้าใจ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคนใช้คำว่า “mess” ในหลายๆ บริบท เช่น เวลาเห็นห้องนอนของใครที่ของวางเกลื่อนกลาด หรือเวลาพูดถึงปัญหาที่ซับซ้อนจนไม่รู้จะเริ่มแก้ยังไง หรือแม้แต่เวลาพูดถึงตัวเองที่กำลังรู้สึกสับสนวุ่นวายภายในจิตใจ ก็อาจจะใช้คำว่า “I’m a mess” ได้ค่ะ เป็นคำที่ค่อนข้างตรงไปตรงมาและสื่อถึงสภาพที่ไม่เข้าที่เข้าทางได้ดี ความหมายและการใช้งาน คำว่า “mess” โดยทั่วไปหมายถึง สภาพที่ไร้ระเบียบ สับสน ยุ่งเหยิง ไม่เรียบร้อย หรือไม่สะอาด ทำให้ดูไม่น่ามอง หรือยากต่อการใช้งานหรือจัดการ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่ 1: “ห้องนอนของฉันกลายเป็น mess ไปหมดเลยหลังจากสอบเสร็จ” (หมายถึง ห้องนอนรกมาก) ตัวอย่างที่ 2: “สถานการณ์ทางการเงินของบริษัทตอนนี้เป็น mess มาก…

  • "Stronger” แปลว่า

    คำว่า “Stronger” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “แข็งแรงขึ้น” หรือ “มีกำลังมากขึ้น” เป็นคำคุณศัพท์ขั้นกว่า (comparative adjective) ที่ใช้เปรียบเทียบว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือใครบางคน มีความแข็งแรงหรือมีกำลังมากกว่าอีกสิ่งหนึ่งหรืออีกคนหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Stronger” เพื่ออธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นในแง่ของความแข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นร่างกาย จิตใจ หรือแม้กระทั่งความสัมพันธ์ เช่น เมื่อเราออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เราก็จะรู้สึกว่าตัวเอง “Stronger” ขึ้น หรือเมื่อเราผ่านอุปสรรคที่ยากลำบากมาได้ เราก็จะรู้สึกว่าจิตใจของเรา “Stronger” ขึ้นกว่าเดิม ความหมายและการใช้งาน “Stronger” มาจากคำว่า “Strong” ที่แปลว่า แข็งแรง เมื่อเติม -er เข้าไป จะกลายเป็นรูปเปรียบเทียบขั้นกว่า หมายถึง “แข็งแรงกว่า” หรือ “มีกำลังมากกว่า” ใช้ได้กับทั้งรูปธรรมและนามธรรม ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่ 1: “After exercising for a month, I feel much…

  • "Enchante” แปลว่า

    คำว่า “Enchante” เป็นภาษาฝรั่งเศสที่ใช้ทักทายกัน โดยมีความหมายหลักๆ คือ “ยินดีที่ได้รู้จัก” หรือ “ยินดีที่ได้พบ” เป็นการแสดงความรู้สึกดีใจที่ได้เจอใครสักคน เป็นคำที่สุภาพและมีความเป็นทางการเล็กน้อย แต่ก็สามารถใช้ได้ในสถานการณ์ทั่วไปเช่นกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Enchante” เมื่อมีการแนะนำตัวกับคนใหม่ๆ เช่น หลังจากการแนะนำชื่อกันเสร็จแล้ว ผู้พูดอาจจะกล่าว “Enchante” เพื่อแสดงความยินดีที่ได้รู้จักอีกฝ่าย หรือเมื่อเราไปงานสังคมต่างๆ และได้พบปะผู้คนใหม่ๆ การกล่าว “Enchante” ก็เป็นวิธีทักทายที่น่าประทับใจและแสดงถึงความเป็นมิตรได้ดี ความหมายและการใช้งาน “Enchante” มาจากคำกริยาภาษาฝรั่งเศส “enchanter” ที่แปลว่า ทำให้ยินดี ทำให้พอใจ หรือทำให้หลงใหล เมื่อใช้ในบริบทของการทักทาย “Enchante” จึงสื่อถึงความรู้สึกยินดีที่ได้พบปะหรือได้รู้จักกับบุคคลนั้นๆ เป็นการแสดงความรู้สึกเชิงบวกและสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตร ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อคุณเจอคนใหม่ในงานปาร์ตี้และเขาแนะนำตัวว่า “Je m’appelle Pierre.” (ผมชื่อปิแอร์) คุณอาจจะตอบกลับว่า “Enchante!” เพื่อแสดงความยินดีที่ได้รู้จัก ในสถานการณ์ทางธุรกิจ เมื่อมีการแนะนำคู่ค้าหรือผู้ร่วมงานใหม่ คุณสามารถกล่าว “Enchante” หลังจากการแนะนำชื่อ เพื่อสร้างความประทับใจแรกที่ดี บริบทที่ใช้บ่อย “Enchante” มักใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการแสดงความสุภาพและเป็นมิตรเมื่อพบเจอผู้คนเป็นครั้งแรก…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *