"Minutes” แปลว่า

“Minutes” ในภาษาไทยแปลว่า “นาที” ซึ่งเป็นหน่วยวัดเวลาที่ใช้กันทั่วไปทั่วโลก โดย 1 ชั่วโมงมี 60 นาที

ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “minutes” เพื่อบอกช่วงเวลาสั้นๆ หรือนัดหมายต่างๆ เช่น “เจอกันใน 5 minutes นะ” หรือ “รอหน่อยนะ เดี๋ยวจะเสร็จในไม่กี่ minutes” นอกจากนี้ ยังอาจหมายถึง “บันทึกการประชุม” ซึ่งเป็นรายงานสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นในการประชุม โดยปกติจะถูกบันทึกเป็นภาษาอังกฤษว่า “meeting minutes”

ความหมายและการใช้งาน

“Minutes” มีความหมายหลักสองอย่าง คือ

  • หน่วยวัดเวลา: หมายถึง “นาที” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชั่วโมง
  • บันทึกการประชุม: หมายถึง “รายงานการประชุม” หรือ “บันทึกข้อความที่ได้จากการประชุม”

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “ขอเวลาอีก 5 minutes นะ” (ต้องการเวลาอีก 5 นาที)
  • “การประชุมใช้เวลาประมาณ 30 minutes” (การประชุมใช้เวลาประมาณ 30 นาที)
  • “เราจะส่ง meeting minutes ให้หลังประชุมเสร็จ” (เราจะส่งบันทึกการประชุมให้หลังประชุมเสร็จ)

บริบทการใช้งานทั่วไป

เมื่อใช้คำว่า “minutes” โดยไม่มีคำขยาย มักจะหมายถึง “นาที” ในบริบทของการบอกเวลา หรือการนัดหมาย แต่หากมีคำว่า “meeting” นำหน้า (“meeting minutes”) จะหมายถึง “บันทึกการประชุม” อย่างชัดเจน

FAQ SECTION

“Minutes” ในภาษาไทยคืออะไร?

“Minutes” ในภาษาไทยแปลว่า “นาที” ซึ่งเป็นหน่วยวัดเวลา หรืออาจหมายถึง “บันทึกการประชุม” ก็ได้ ขึ้นอยู่กับบริบท

เราใช้ “minutes” ในการบอกเวลานัดหมายได้อย่างไร?

เราสามารถใช้ “minutes” เพื่อบอกช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนถึงเวลานัดหมาย เช่น “อีก 10 minutes เจอกัน” หรือ “ขอเวลา 2 minutes”

Similar Posts

  • "Couching” แปลว่า

    “Couching” คือ การใช้คำพูดที่อ้อมค้อม หลีกเลี่ยงการพูดตรงๆ หรือการแสดงความคิดเห็นที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง หรือทำให้ผู้อื่นรู้สึกไม่สบายใจ เป็นการพูดโดยใช้คำที่นุ่มนวลกว่าปกติ หรือใช้คำเปรียบเปรย เพื่อสื่อความหมายที่แท้จริงออกไป ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Couching” บ่อยครั้งโดยไม่รู้ตัว เช่น เมื่อหัวหน้างานต้องการแจ้งข่าวร้ายเรื่องการปรับลดพนักงาน แต่เลือกที่จะพูดอ้อมๆ ว่า “บริษัทกำลังอยู่ในช่วงปรับโครงสร้างองค์กร และอาจมีบางตำแหน่งที่ต้องพิจารณาใหม่” แทนที่จะบอกตรงๆ ว่า “จะมีการปลดพนักงาน” หรือเมื่อเพื่อนสนิทต้องการขอความช่วยเหลือทางการเงิน แต่เลือกที่จะพูดเกริ่นนำด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น แทนที่จะเอ่ยปากขอตรงๆ ซึ่งทั้งหมดนี้คือตัวอย่างของการใช้ “Couching” เพื่อลดแรงกระแทก หรือรักษาความสัมพันธ์ ความหมายและการใช้งาน “Couching” มาจากคำกริยาภาษาอังกฤษ “to couch” ซึ่งมีความหมายว่า การวาง การซ่อน หรือการห่อหุ้ม การนำมาใช้ในบริบทของการสื่อสาร หมายถึง การใช้ถ้อยคำที่ถูก “ห่อหุ้ม” หรือ “ซ่อน” ความหมายที่แท้จริงไว้ เพื่อให้การสื่อสารนั้นมีความนุ่มนวล อ่อนโยน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรง มักใช้เมื่อต้องการสื่อสารในเรื่องที่ละเอียดอ่อน หรืออาจก่อให้เกิดความไม่พอใจได้ ตัวอย่าง แทนที่จะพูดว่า “คุณทำงานผิดพลาด” อาจจะพูดว่า “มีบางจุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานชิ้นนี้นะครับ/คะ”…

  • "Renew” แปลว่า

    “Renew” เป็นคำภาษาอังกฤษที่แปลว่า “ต่ออายุ” หรือ “ทำให้กลับมาใหม่” ค่ะ เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปเพื่อสื่อถึงการทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่หมดอายุไปแล้วกลับมามีผลบังคับใช้อีกครั้ง หรือการทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เสื่อมสภาพกลับมาดีเหมือนเดิม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Renew” บ่อยๆ เช่น การต่ออายุใบขับขี่ ต่ออายุหนังสือเดินทาง หรือต่ออายุสมาชิกรายปีของบริการต่างๆ นอกจากนี้ยังใช้กับการทำให้สิ่งของหรือสถานที่กลับมาดูใหม่ สดใสขึ้นได้ด้วย เช่น การปรับปรุงบ้าน หรือการฟื้นฟูธรรมชาติ ความหมายและการใช้งาน “Renew” สามารถหมายถึง: การต่ออายุ: ทำให้เอกสาร สัญญา หรือสิทธิ์ต่างๆ ที่หมดอายุแล้วกลับมามีผลอีกครั้ง เช่น Renew a driver’s license (ต่อใบขับขี่), Renew a passport (ต่อหนังสือเดินทาง), Renew a subscription (ต่ออายุสมาชิก) การทำให้กลับมาใหม่/สดชื่น: ทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งดูดีขึ้น สดใสขึ้น หรือมีพลังมากขึ้น เช่น Renew your energy (เติมพลังให้ตัวเอง), Renew the look…

  • "Those” แปลว่า

    คำว่า “Those” ในภาษาอังกฤษ เป็นคำสรรพนามหรือคำคุณศัพท์ที่ใช้ชี้เฉพาะเจาะจงถึงสิ่งของหรือบุคคลที่อยู่ห่างไกลออกไป หรือสิ่งที่ถูกกล่าวถึงไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยมีความหมายโดยรวมคือ “พวกนั้น” “เหล่านั้น” หรือ “อันนั้น” ซึ่งใช้ได้ทั้งกับคำนามที่เป็นพหูพจน์ (มากกว่าหนึ่งสิ่ง) และใช้กับคำนามที่นับไม่ได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นการใช้คำว่า “Those” บ่อยครั้งในการสนทนาทั่วไป การเขียน หรือแม้กระทั่งในสื่อต่างๆ เช่น เมื่อเรากำลังพูดถึงสิ่งของที่อยู่ไกลออกไป หรือเมื่อเราต้องการอ้างถึงกลุ่มคนหรือสิ่งของที่เราได้พูดถึงไปแล้วก่อนหน้านี้ ตัวอย่างเช่น หากเราเห็นรถยนต์หลายคันที่จอดอยู่ไกลออกไป เราอาจจะพูดว่า “Those cars are red” (รถยนต์พวกนั้นสีแดง) หรือหากเรากำลังพูดถึงหนังสือที่เราเคยอ่านไปแล้ว เราอาจจะบอกว่า “I enjoyed reading those books” (ฉันสนุกกับการอ่านหนังสือเหล่านั้น) ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Those” มีความหมายหลักๆ คือ การชี้เฉพาะเจาะจงถึงสิ่งของหรือบุคคลที่อยู่ห่างไกล หรือสิ่งที่ถูกกล่าวถึงไปแล้ว โดยมีความหมายว่า “พวกนั้น” หรือ “เหล่านั้น” ใช้ได้กับคำนามพหูพจน์ (plural nouns) หรือคำนามที่นับไม่ได้ (uncountable nouns)…

  • "dare” แปลว่า

    คำว่า “dare” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ การกล้าที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เป็นการท้าทายตัวเอง หรือท้าทายผู้อื่นให้ทำในสิ่งที่อาจจะยาก อันตราย หรือน่ากลัว ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “dare” ในบริบทของการเล่นสนุก หรือการลองทำอะไรใหม่ๆ เช่น เพื่อนอาจจะชวนกันเล่นเกม “Truth or Dare” ซึ่งเป็นการถามความจริง หรือท้าให้ทำอะไรบางอย่างตามที่ถูกเลือก หรือบางครั้งเวลาที่เราอยากจะลองทำอะไรที่ปกติเราไม่กล้าทำ ก็อาจจะบอกตัวเองว่า “I dare you to try it!” หรือ “ฉันกล้าที่จะลองทำดู!” ความหมายและการใช้งาน คำว่า “dare” สามารถใช้ได้ทั้งในฐานะกริยา (verb) และคำนาม (noun) โดยหลักๆ แล้วจะสื่อถึงการมีความกล้าหาญ การเผชิญหน้ากับความท้าทาย หรือการแสดงความมั่นใจ ตัวอย่าง Dare (verb): “She dared him to jump off the high diving board.”…

  • "Speaking” แปลว่า

    คำว่า “Speaking” ในภาษาอังกฤษ เมื่อแปลเป็นภาษาไทยแล้วมีความหมายหลักๆ คือ “การพูด” หรือ “การสนทนา” โดยสื่อถึงการใช้ภาษาเพื่อสื่อสาร ถ่ายทอดความคิด ความรู้สึก หรือข้อมูลต่างๆ ออกไป ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “speaking” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น การพูดคุยกับเพื่อน การนำเสนอข้อมูลในที่ประชุม การพูดปราศรัย หรือแม้กระทั่งการพูดคุยผ่านโทรศัพท์หรือวิดีโอคอล เราอาจจะเคยได้ยินสำนวนเช่น “English speaking countries” ซึ่งหมายถึงประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการพูดคุย หรือ “public speaking” ที่หมายถึงการพูดในที่สาธารณะ ความหมายและการใช้งาน โดยทั่วไป “speaking” หมายถึงกระบวนการออกเสียงคำพูดเพื่อสื่อสาร อาจเป็นการพูดคนเดียว การพูดโต้ตอบกับผู้อื่น หรือการพูดในกลุ่ม นอกจากนี้ยังสามารถหมายถึงความสามารถในการใช้ภาษาใดภาษาหนึ่งได้ดี เช่น “He is good at speaking French” หมายถึง เขาพูดภาษาฝรั่งเศสได้ดี ตัวอย่างการใช้งาน “I have a speaking engagement tomorrow.”…

  • "Trash” แปลว่า

    คำว่า “Trash” ในภาษาอังกฤษ แปลตรงตัวว่า “ขยะ” ครับ เป็นคำนามที่หมายถึงสิ่งของที่ไม่ต้องการแล้ว หรือสิ่งที่ถูกทิ้งแล้ว เป็นได้ทั้งของที่จับต้องได้ เช่น เศษอาหาร กล่องเปล่า หรือสิ่งของที่เสียแล้ว และยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Trash” ในบริบทของการทิ้งสิ่งของต่างๆ เช่น เมื่อเราทานอาหารเสร็จ ก็จะนำเศษอาหารไปทิ้งในถัง “Trash” หรือเมื่อมีของที่พังแล้ว ไม่สามารถซ่อมแซมหรือใช้งานต่อได้ ก็จะถือว่าเป็น “Trash” และต้องนำไปทิ้ง นอกจากนี้ คนยังอาจใช้คำว่า “Trash” เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่ไม่มีคุณภาพ หรือไม่มีคุณค่าอีกต่อไป เช่น เพลงที่แย่มากๆ หรือภาพยนตร์ที่ไม่มีใครอยากดู ก็อาจถูกเรียกว่า “Trash” ได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน “Trash” หมายถึง ขยะ สิ่งปฏิกูล หรือของที่ทิ้งแล้ว สามารถใช้ได้ทั้งในความหมายตรงตัว และความหมายเชิงเปรียบเทียบเพื่อสื่อถึงสิ่งไม่มีคุณภาพ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น “Put this in the trash.” (เอาอันนี้ไปทิ้งถังขยะ) หรือ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *