"Minutes” แปลว่า

“Minutes” ในภาษาไทยแปลว่า “นาที” ซึ่งเป็นหน่วยวัดเวลาที่ใช้กันทั่วไปทั่วโลก โดย 1 ชั่วโมงมี 60 นาที

ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “minutes” เพื่อบอกช่วงเวลาสั้นๆ หรือนัดหมายต่างๆ เช่น “เจอกันใน 5 minutes นะ” หรือ “รอหน่อยนะ เดี๋ยวจะเสร็จในไม่กี่ minutes” นอกจากนี้ ยังอาจหมายถึง “บันทึกการประชุม” ซึ่งเป็นรายงานสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นในการประชุม โดยปกติจะถูกบันทึกเป็นภาษาอังกฤษว่า “meeting minutes”

ความหมายและการใช้งาน

“Minutes” มีความหมายหลักสองอย่าง คือ

  • หน่วยวัดเวลา: หมายถึง “นาที” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชั่วโมง
  • บันทึกการประชุม: หมายถึง “รายงานการประชุม” หรือ “บันทึกข้อความที่ได้จากการประชุม”

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “ขอเวลาอีก 5 minutes นะ” (ต้องการเวลาอีก 5 นาที)
  • “การประชุมใช้เวลาประมาณ 30 minutes” (การประชุมใช้เวลาประมาณ 30 นาที)
  • “เราจะส่ง meeting minutes ให้หลังประชุมเสร็จ” (เราจะส่งบันทึกการประชุมให้หลังประชุมเสร็จ)

บริบทการใช้งานทั่วไป

เมื่อใช้คำว่า “minutes” โดยไม่มีคำขยาย มักจะหมายถึง “นาที” ในบริบทของการบอกเวลา หรือการนัดหมาย แต่หากมีคำว่า “meeting” นำหน้า (“meeting minutes”) จะหมายถึง “บันทึกการประชุม” อย่างชัดเจน

FAQ SECTION

“Minutes” ในภาษาไทยคืออะไร?

“Minutes” ในภาษาไทยแปลว่า “นาที” ซึ่งเป็นหน่วยวัดเวลา หรืออาจหมายถึง “บันทึกการประชุม” ก็ได้ ขึ้นอยู่กับบริบท

เราใช้ “minutes” ในการบอกเวลานัดหมายได้อย่างไร?

เราสามารถใช้ “minutes” เพื่อบอกช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนถึงเวลานัดหมาย เช่น “อีก 10 minutes เจอกัน” หรือ “ขอเวลา 2 minutes”

Similar Posts

  • "Laugh” แปลว่า

    คำว่า “Laugh” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การหัวเราะ ซึ่งเป็นการแสดงออกทางอารมณ์อย่างหนึ่งที่เกิดจากความรู้สึกสนุกสนาน ขบขัน หรือพอใจ เป็นเสียงที่เปล่งออกมาจากลำคอพร้อมกับการสั่นสะเทือนของกล่องเสียง และมักจะแสดงออกทางสีหน้า เช่น การยิ้มกว้าง การหยีตา หรือการเบิกตากว้าง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Laugh” หรือ “หัวเราะ” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อได้ฟังเรื่องตลก ได้ดูหนังตลก หรือเมื่อมีคนเล่าเรื่องสนุกๆ ให้ฟัง เราอาจจะหัวเราะกับเพื่อน ครอบครัว หรือแม้กระทั่งหัวเราะคนเดียวเมื่อนึกถึงเรื่องที่ขบขัน การหัวเราะเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารทางอารมณ์ที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและลดความตึงเครียดได้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Laugh” หมายถึง การหัวเราะ ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความรู้สึกสนุกสนาน ขบขัน หรือพอใจ สามารถใช้ได้ทั้งในความหมายตรงตัว คือ การเปล่งเสียงหัวเราะ และในความหมายเปรียบเปรย เช่น “Don’t laugh at me” ซึ่งหมายถึง อย่าหัวเราะเยาะฉัน ตัวอย่างการใช้งาน He couldn’t stop his laugh. (เขาหยุดหัวเราะไม่ได้)…

  • "Beautiful” แปลว่า

    คำว่า “Beautiful” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง สวยงาม น่ามอง น่าชื่นชม เป็นคำที่ใช้บรรยายถึงสิ่งต่างๆ ที่มีลักษณะดี งดงาม ทั้งรูปกายภายนอก ความรู้สึก หรือแม้กระทั่งคุณลักษณะภายใน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Beautiful” เพื่อชมเชยสิ่งต่างๆ รอบตัว เช่น ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ชมผลงานศิลปะที่น่าประทับใจ หรือแม้กระทั่งชมคนที่มีบุคลิกดี มีจิตใจงดงาม เราอาจจะได้ยินคำนี้บ่อยๆ ในบทสนทนาทั่วไป การชมเชยในโซเชียลมีเดีย หรือในสื่อต่างๆ ความหมายและการใช้งาน “Beautiful” สามารถใช้ได้กับหลายสิ่งหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น รูปธรรม: เช่น A beautiful dress (ชุดสวย), a beautiful flower (ดอกไม้สวย), a beautiful landscape (ทิวทัศน์สวยงาม) นามธรรม: เช่น A beautiful idea (ความคิดที่งดงาม), a beautiful song (เพลงที่ไพเราะ),…

  • "Couple” แปลว่า

    คำว่า “Couple” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “คู่รัก” หรือ “คนสองคนที่คบหากันในเชิงโรแมนติก” โดยทั่วไปแล้วจะใช้เรียกผู้ชายและผู้หญิงที่อยู่ในความสัมพันธ์แบบแฟนหรือสามีภรรยา แต่ในบางบริบทก็สามารถใช้เรียกคนสองคนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันในลักษณะอื่นได้เช่นกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Couple” บ่อยครั้งในการพูดคุยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ เช่น เมื่อเพื่อนของคุณมีแฟนใหม่ ก็อาจจะบอกว่า “เขามี couple แล้วนะ” หรือเวลาไปเที่ยวกับแฟน ก็อาจจะบอกว่า “เราไปเที่ยวแบบ couple กัน” นอกจากนี้ คำว่า “Couple” ยังสามารถใช้ในเชิงธุรกิจหรือกิจกรรมได้ด้วย เช่น “couple package” หมายถึง แพ็กเกจสำหรับสองคน หรือ “couple’s massage” คือการนวดสำหรับคู่รัก ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Couple” หลักๆ แล้วหมายถึง “คู่รัก” ซึ่งเป็นคนสองคนที่คบหากันอย่างเปิดเผยและมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง อาจจะเป็นแฟนกัน หมั้นกัน หรือแต่งงานกันแล้วก็ได้ การใช้งานมีความยืดหยุ่น สามารถใช้ได้ทั้งในสถานการณ์ที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ตัวอย่าง “They have been a couple…

  • "Dose” แปลว่า

    คำว่า “Dose” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ปริมาณ” หรือ “ขนาด” ที่ใช้สำหรับยาหรือสารบางอย่าง โดยทั่วไปจะหมายถึงปริมาณยาที่เหมาะสมที่ควรรับประทานหรือฉีดในแต่ละครั้ง หรือต่อวัน เพื่อให้เกิดผลในการรักษาหรือป้องกันโรคตามที่แพทย์หรือเภสัชกรกำหนด ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบคำว่า “Dose” ในบริบทของการใช้ยา เช่น เมื่อไปหาหมอ หมออาจจะสั่งยาพร้อมระบุ “Dose” ที่ชัดเจน หรือบนฉลากยาจะมีระบุ “Dose” เป็นปริมาณที่ต้องรับประทาน เช่น “รับประทานครั้งละ 1 Dose วันละ 2 ครั้ง” หรือในกรณีของวัคซีน ก็จะมีการกำหนด “Dose” ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละช่วงวัย หรือแต่ละชนิดของวัคซีน เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันอย่างมีประสิทธิภาพ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Dose” หมายถึง ปริมาณของยา สารอาหาร หรือสารอื่น ๆ ที่กำหนดให้ใช้ในแต่ละครั้ง หรือต่อวัน เพื่อให้ได้ผลตามที่ต้องการ อาจเป็นปริมาณที่น้อยที่สุดที่ยังให้ผล หรือปริมาณที่มากที่สุดที่ยังปลอดภัย ตัวอย่าง ตัวอย่างการใช้ “Dose” ในประโยค: “คุณหมอสั่งยาแก้ปวดให้ผม โดยระบุว่าต้องรับประทาน 1…

  • "Filled” แปลว่า

    คำว่า “Filled” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “เต็ม” หรือ “ที่ถูกเติมให้เต็ม” ค่ะ สามารถใช้ได้ทั้งในความหมายตรงตัว เช่น แก้วที่เต็มไปด้วยน้ำ หรือในความหมายเปรียบเปรย เช่น หัวใจที่เต็มไปด้วยความสุข ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Filled” บ่อยครั้งในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อเราสั่งเครื่องดื่ม พนักงานอาจจะถามว่า “Filled to the top?” ซึ่งหมายถึง “เติมให้เต็มแก้วเลยไหม?” หรือเวลาพูดถึงแบบฟอร์มต่างๆ ที่ต้องกรอกข้อมูล เราอาจจะเห็นคำว่า “Form is filled” หมายถึง “แบบฟอร์มกรอกครบถ้วนแล้ว” นอกจากนี้ ยังอาจใช้ในเชิงอารมณ์ได้อีกด้วย เช่น “My heart is filled with joy” แปลว่า “หัวใจของฉันเต็มไปด้วยความสุข” ความหมายและการใช้งาน “Filled” เป็นคำกริยาช่องที่ 3 (Past Participle) ของกริยา “fill” ซึ่งแปลว่า…

  • "Associate” แปลว่า

    คำว่า “Associate” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “ผู้ร่วมงาน” หรือ “ผู้ที่เกี่ยวข้อง” โดยมักใช้เรียกบุคคลที่ทำงานร่วมกันในระดับหนึ่ง อาจจะไม่ได้มีตำแหน่งที่สูงเท่าหัวหน้าหรือผู้บริหาร แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของทีมหรือองค์กรเดียวกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Associate” ถูกใช้ในบริบทของการทำงาน เช่น ในบริษัทห้างร้านต่างๆ พนักงานที่เพิ่งเริ่มต้นหรืออยู่ในตำแหน่งที่ไม่ได้เป็นผู้บริหารโดยตรง อาจจะถูกเรียกว่าเป็น “Associate” ของแผนกนั้นๆ หรือเมื่อพูดถึงการทำงานร่วมกับหน่วยงานภายนอก หรือพันธมิตรทางธุรกิจ ก็อาจจะใช้คำว่า “Associate” เพื่อสื่อถึงผู้ที่ทำงานร่วมกันในลักษณะนั้นๆ ก็ได้ เป็นคำที่ค่อนข้างกว้างและครอบคลุมถึงผู้ที่มีความเกี่ยวข้องในแง่ของการทำงานนั่นเอง ความหมายและการใช้งาน “Associate” หมายถึง บุคคลที่ทำงานร่วมกับผู้อื่นในองค์กร หรือมีความเกี่ยวข้องกับองค์กรหรือโครงการใดโครงการหนึ่ง มักใช้ในตำแหน่งที่ไม่ได้เป็นผู้บริหารระดับสูง แต่เป็นส่วนหนึ่งของทีมหรือหน่วยงาน เช่น “Marketing Associate” (ผู้ร่วมงานฝ่ายการตลาด) หรือ “Sales Associate” (ผู้ร่วมงานฝ่ายขาย) นอกจากนี้ยังสามารถหมายถึงผู้ที่ทำงานเป็นพันธมิตรหรือมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจร่วมกันได้ ตัวอย่างการใช้งาน ในบริษัทที่ปรึกษา อาจมีตำแหน่ง “Junior Associate” ซึ่งหมายถึงผู้ช่วยที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน และ “Senior Associate” ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์มากขึ้น หรือในร้านค้าปลีก พนักงานขายอาจถูกเรียกว่า…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *