"Scolding” แปลว่า

คำว่า “Scolding” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การตำหนิ การดุด่า หรือการว่ากล่าวตักเตือนด้วยความไม่พอใจ มักใช้เมื่อมีคนทำผิด ทำผิดพลาด หรือประพฤติตัวไม่เหมาะสม ผู้ใหญ่หรือผู้ที่มีอำนาจสูงกว่ามักจะเป็นฝ่าย “scold” ผู้ที่มีอายุน้อยกว่า หรือผู้ใต้บังคับบัญชา

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือพบเห็นสถานการณ์ที่คน “scold” กันอยู่บ่อยๆ เช่น คุณพ่อคุณแม่ “scold” ลูกที่ทำการบ้านไม่เสร็จ หรือคุณครูดุนักเรียนที่ส่งเสียงดังในห้องเรียน เจ้านายอาจจะ “scold” ลูกน้องที่ทำงานผิดพลาด หรือแม้แต่เพื่อนสนิทอาจจะ “scold” กันเมื่ออีกฝ่ายทำอะไรที่ทำให้ไม่พอใจ การ “scold” ไม่จำเป็นต้องรุนแรงเสมอไป แต่อาจเป็นการพูดด้วยน้ำเสียงตำหนิ หรือแสดงความผิดหวัง

ความหมายและการใช้งาน

“Scolding” คือการพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเพื่อตำหนิการกระทำผิด หรือการกระทำที่ไม่เหมาะสมของใครบางคน เป็นการแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วย หรือความผิดหวังต่อพฤติกรรมนั้นๆ

ตัวอย่าง

  • คุณแม่กำลัง scold ลูกชายที่เล่นซนจนทำแจกันแตก
  • ครูscold นักเรียนที่มาโรงเรียนสาย
  • หัวหน้าscold พนักงานที่ส่งรายงานผิดพลาด

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “scolding” มักถูกใช้ในบริบทที่ต้องการแสดงออกถึงการตำหนิ หรือการตักเตือนอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นในครอบครัว ที่ทำงาน หรือในโรงเรียน

FAQ SECTION

“Scolding” ต่างจาก “Criticism” อย่างไร?

“Scolding” มักจะมีความรู้สึกไม่พอใจ หรือใช้น้ำเสียงที่แสดงอารมณ์มากกว่า “Criticism” ซึ่งเป็นการให้ความเห็นเกี่ยวกับข้อดีข้อเสียอย่างมีเหตุผลมากกว่า

มีคำไทยคำไหนที่ใกล้เคียงกับ “Scolding” บ้าง?

คำไทยที่ใกล้เคียง ได้แก่ การตำหนิ, การดุด่า, การว่ากล่าว, การต่อว่า

Similar Posts

  • "Tem” แปลว่า

    “Tem” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่มักใช้ในบริบทของการสื่อสารและการทำงาน หมายถึง “ทีม” ซึ่งหมายถึงกลุ่มบุคคลที่ทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นในโปรเจกต์งาน กิจกรรม หรือแม้แต่กลุ่มเพื่อนที่ทำกิจกรรมเดียวกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Tem” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อหัวหน้างานเรียกประชุม “Tem” เพื่อวางแผนงาน หรือเมื่อเพื่อนชวนไปเล่นกีฬา “Tem” เดียวกัน การใช้คำนี้แสดงถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Tem” มาจากภาษาอังกฤษว่า “Team” ซึ่งแปลว่า “ทีม” หรือ “คณะ” ในภาษาไทย ใช้เรียกกลุ่มคนที่รวมตัวกันเพื่อทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี โดยอาศัยความร่วมมือและความสามารถของสมาชิกทุกคนในทีม ตัวอย่าง “พรุ่งนี้เรามีประชุม Tem เพื่อสรุปงาน” “เขาเป็นคนเก่งมาก อยู่ใน Tem ของเราแล้วงานจะเดินเร็วขึ้น” “มาจัด Tem กันใหม่ เพื่อให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น” บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “Tem” มักถูกใช้ในแวดวงการทำงาน องค์กร การศึกษา หรือแม้แต่ในกลุ่มเพื่อนที่ทำกิจกรรมร่วมกัน บ่งบอกถึงการทำงานเป็นกลุ่ม การแบ่งปันหน้าที่ และการช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อเป้าหมายของกลุ่ม 🔷…

  • "Often” แปลว่า

    คำว่า “Often” เป็นคำในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อบอกถึงความถี่ในการเกิดเหตุการณ์ หรือการกระทำบางสิ่งบางอย่าง โดยทั่วไปแล้วหมายถึง “บ่อยครั้ง” หรือ “เป็นประจำ” เป็นการบ่งชี้ว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งครั้ง แต่ไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลาหรือทุกครั้ง ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Often” เพื่ออธิบายพฤติกรรม กิจวัตร หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ตัวอย่างเช่น คุณอาจจะบอกว่า “I often go to the park on weekends” ซึ่งหมายความว่าคุณไปสวนสาธารณะเป็นประจำในช่วงสุดสัปดาห์ หรือถ้าเพื่อนถามว่าคุณอ่านหนังสือบ่อยแค่ไหน คุณอาจตอบว่า “I don’t read often” ซึ่งหมายถึงคุณไม่ได้อ่านหนังสือบ่อยนัก หรืออาจจะบอกว่า “She often calls me after work” เพื่อบอกว่าเธอโทรหาคุณเป็นประจำหลังเลิกงาน เป็นการสื่อสารให้ผู้ฟังเข้าใจถึงความถี่ในการเกิดสิ่งนั้นๆ ได้อย่างชัดเจน ความหมายและการใช้งาน “Often” ใช้เพื่อแสดงถึงความถี่ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ หรือบ่อยครั้ง แต่ไม่ถึงกับตลอดเวลา สามารถวางไว้หน้ากริยาหลัก หรือหลังกริยาช่วย (เช่น is, am, are,…

  • "Struggle” แปลว่า

    คำว่า “Struggle” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การดิ้นรน การต่อสู้ หรือความพยายามอย่างหนักเพื่อเอาชนะอุปสรรค ความยากลำบาก หรือเพื่อบรรลุเป้าหมายบางอย่าง เป็นคำที่สื่อถึงการเผชิญหน้ากับความท้าทายและต้องใช้กำลังกาย กำลังใจ หรือสติปัญญาอย่างเต็มที่เพื่อก้าวผ่านไปให้ได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Struggle” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การดิ้นรนเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ การต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ การพยายามอย่างหนักเพื่อเรียนให้จบ หรือแม้แต่การพยายามปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ มันสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามที่ไม่ยอมแพ้ต่อความยากลำบาก และมุ่งมั่นที่จะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความหมายและการใช้งาน “Struggle” สามารถใช้ได้ทั้งในฐานะคำกริยา (verb) หมายถึง การดิ้นรน ต่อสู้ หรือพยายามอย่างหนัก และในฐานะคำนาม (noun) หมายถึง การดิ้นรน การต่อสู้ หรือความยากลำบากนั้นๆ เอง ตัวอย่างการใช้งาน He is struggling to make ends meet. (เขากำลังดิ้นรนเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายให้พอเพียง) The company is facing a financial struggle. (บริษัทกำลังเผชิญกับการต่อสู้ทางการเงิน)…

  • "Buffered” แปลว่า

    คำว่า “Buffered” โดยทั่วไปแล้วหมายถึง การสำรองข้อมูลหรือการเตรียมข้อมูลไว้ล่วงหน้า เพื่อให้การทำงานหรือการแสดงผลเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ติดขัด หรือเกิดการหน่วงช้า ในการใช้งานจริง เรามักจะเจอคำว่า “Buffered” ในบริบทของการดูวิดีโอออนไลน์ หรือการฟังเพลงสตรีมมิ่ง เมื่อเรากดเล่นวิดีโอหรือเพลง ระบบจะทำการดาวน์โหลดข้อมูลส่วนหนึ่งมาเก็บไว้ชั่วคราวก่อนที่จะเล่นจริง เพื่อให้เราสามารถรับชมหรือรับฟังได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าความเร็วอินเทอร์เน็ตจะมีการแกว่งไปมาบ้างก็ตาม หากข้อมูลที่ถูกบัฟเฟอร์ไว้หมดก่อนที่อินเทอร์เน็ตจะโหลดข้อมูลส่วนต่อไปมาทัน เราก็จะเห็นสัญลักษณ์หมุนๆ หรือวิดีโอหยุดค้าง ซึ่งนั่นคืออาการที่เรียกว่า “Buffering” นั่นเอง ความหมายและการใช้งาน Buffered มาจากคำว่า “Buffer” ซึ่งแปลว่า “ตัวกันชน” หรือ “อุปกรณ์ที่ช่วยลดแรงกระแทก” ในทางคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี จึงหมายถึงการสร้างพื้นที่พักข้อมูลชั่วคราว เพื่อรอการประมวลผล หรือรอการส่งข้อมูลต่อไป การบัฟเฟอร์ช่วยให้ระบบสามารถจัดการกับข้อมูลที่มีปริมาณมาก หรือข้อมูลที่ส่งมาด้วยความเร็วไม่สม่ำเสมอได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อคุณกำลังดูวิดีโอ YouTube และเห็นแถบสีเทากำลังโหลดไปข้างหน้า นั่นคือการบัฟเฟอร์วิดีโอ หากอินเทอร์เน็ตของคุณช้า วิดีโออาจจะหยุดเป็นระยะๆ เพื่อรอให้ข้อมูลถูกบัฟเฟอร์เข้ามาเพียงพอสำหรับการเล่นต่อไป บริบทที่พบบ่อย คำว่า Buffered มักใช้ในบริบทของการสตรีมมิ่งสื่อต่างๆ เช่น การดูวิดีโอออนไลน์ (YouTube, Netflix), การฟังเพลงออนไลน์ (Spotify, Apple…

  • "Was” แปลว่า

    คำว่า “Was” ในภาษาอังกฤษเป็นรูปอดีต (Past Tense) ของกริยา “to be” ซึ่งมีความหมายหลักๆ คือ “เป็นอยู่คือ” หรือ “เคยเป็น” โดยจะใช้กับประธานที่เป็นเอกพจน์บุรุษที่ 1 (I) และบุรุษที่ 3 (He, She, It) รวมถึงคำนามเอกพจน์อื่นๆ ในอดีต ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Was” ในประโยคที่เล่าถึงเหตุการณ์หรือสภาวะที่เกิดขึ้นและสิ้นสุดไปแล้ว เช่น การบอกเล่าเรื่องราวในอดีต การอธิบายสถานการณ์ที่เคยเป็น หรือการพูดถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้า เป็นต้น เป็นคำที่ใช้บ่อยมากในการสนทนาทั่วไปเพื่อสื่อสารเกี่ยวกับเวลาที่ผ่านไปแล้ว ความหมายและการใช้งาน “Was” เป็นกริยาช่วยในรูปอดีตของ “to be” ใช้กับประธานเอกพจน์ เช่น I, He, She, It และคำนามเอกพจน์ เพื่อบอกถึงสภาพหรือการดำรงอยู่ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งในอดีต ตัวอย่างการใช้งาน ประโยคบอกเล่า: I was happy yesterday. (เมื่อวานฉันมีความสุข)…

  • "Valley” แปลว่า

    คำว่า “Valley” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง หุบเขา ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำที่อยู่ระหว่างภูเขาสองลูกหรือเนินเขา โดยทั่วไปจะมีแม่น้ำหรือลำธารไหลผ่านกลาง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Valley” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ หรือในบริบทของการบอกทิศทาง เช่น “เรากำลังจะเดินทางผ่านหุบเขา” หรือ “หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ในหุบเขาที่สวยงาม” นอกจากนี้ ในบางครั้ง คำว่า “Valley” อาจถูกนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของชื่อสถานที่ เช่น “Silicon Valley” ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในสหรัฐอเมริกา ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Valley” หมายถึง ที่ราบต่ำที่อยู่ระหว่างภูเขาหรือเนินเขา ซึ่งมักจะมีแม่น้ำหรือลำธารไหลผ่าน ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น “เราขับรถชมวิวทิวทัศน์ในหุบเขา” หรือ “ผลผลิตทางการเกษตรในหุบเขานี้อุดมสมบูรณ์มาก” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Valley” มักถูกใช้ในบริบทของการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ การอธิบายภูมิประเทศ หรือการกล่าวถึงชื่อเฉพาะของสถานที่ที่มีลักษณะเป็นหุบเขา 🔷 FAQ SECTION “Valley” กับ “Mountain” ต่างกันอย่างไร? คำว่า “Valley” หมายถึงหุบเขา ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำระหว่างภูเขา ในขณะที่…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *