"Subtracting” แปลว่า

“Subtracting” เป็นคำภาษาอังกฤษที่แปลว่า “การลบ” หรือ “การหักออก” ในภาษาไทย หมายถึง กระบวนการนำจำนวนหนึ่งออกจากอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อหาผลลัพธ์ที่น้อยลง หรือส่วนที่เหลือ

ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “subtracting” หรือการลบในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เมื่อเราไปซื้อของแล้วต้องการรู้ว่าต้องจ่ายเงินเท่าไหร่หลังจากหักส่วนลด หรือเมื่อเราคำนวณว่ามีเงินเหลือเท่าไหร่หลังจากใช้จ่ายไปแล้ว นอกจากนี้ยังใช้ในการวัดปริมาณต่างๆ เช่น การลบส่วนที่เสียไปออกจากปริมาณทั้งหมดเพื่อให้ได้ส่วนที่ยังคงเหลืออยู่

ความหมายและการใช้งาน

“Subtracting” คือการกระทำของการลบ ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่การดำเนินการทางคณิตศาสตร์พื้นฐาน (บวก ลบ คูณ หาร) โดยมีสัญลักษณ์คือเครื่องหมายลบ (-) เมื่อเราทำการ subtracting เรากำลังลดค่าของจำนวนตั้งต้นลงตามจำนวนที่นำมาลบออก

ตัวอย่างการใช้งาน

สมมติว่าคุณมีเงิน 100 บาท แล้วคุณซื้อขนมไป 20 บาท การ subtracting ในที่นี้คือการนำ 20 บาทออกจาก 100 บาท ซึ่งจะได้ผลลัพธ์คือ 80 บาท นี่คือตัวอย่างง่ายๆ ของการ subtracting ในชีวิตจริง

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “subtracting” มักถูกใช้ในบริบทของการคำนวณตัวเลข การจัดการทางการเงิน การแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ และการวัดปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลดลงหรือการหักออก

“Subtracting” ต่างจาก “Subtract” อย่างไร?

“Subtract” เป็นคำกริยา (verb) หมายถึง “ลบ” ในขณะที่ “Subtracting” เป็นรูป Gerund หรือ Present Participle ของคำว่า “subtract” ซึ่งมักใช้เป็นคำนาม (noun) หมายถึง “การลบ” หรือใช้ในรูปของกริยาที่กำลังกระทำอยู่

มีคำอื่นที่ใช้แทน “Subtracting” ได้หรือไม่?

ในภาษาไทย เราสามารถใช้คำว่า “การลบ” หรือ “การหักออก” เพื่อสื่อความหมายเดียวกันได้

Similar Posts

  • "Flowed” แปลว่า

    คำว่า “Flowed” ในภาษาอังกฤษ เมื่อแปลเป็นภาษาไทยและใช้ในบริบททั่วไป มีความหมายถึง “ไหล” หรือ “เคลื่อนที่ไปอย่างต่อเนื่อง” โดยไม่ติดขัด เป็นการบ่งบอกถึงการเคลื่อนไหวที่ราบรื่น เป็นธรรมชาติ และต่อเนื่อง ไม่มีอุปสรรคขัดขวาง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Flowed” เพื่ออธิบายสถานการณ์ที่สิ่งต่างๆ ดำเนินไปอย่างราบรื่น เช่น การพูดคุยที่เข้าอกเข้าใจกัน การทำงานที่ไม่มีปัญหาติดขัด หรือแม้กระทั่งการเคลื่อนไหวของร่างกายที่ดูพริ้วไหว เช่น นักเต้นที่เต้นได้อย่าง “flowed” หรือการไหลของข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ที่ทำงานได้ดี ไม่สะดุด ความหมายและการใช้งาน “Flowed” มาจากกริยา “flow” ในรูปอดีต (past tense) ซึ่งแปลว่า ไหล หรือ เคลื่อนที่ไปอย่างต่อเนื่อง การใช้คำนี้จึงเป็นการบอกเล่าถึงเหตุการณ์หรือสภาวะที่ได้เกิดขึ้นแล้วและดำเนินไปอย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนามธรรม เช่น ความคิด หรือรูปธรรม เช่น น้ำ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่ 1: “The conversation between them flowed easily.” (บทสนทนาระหว่างพวกเขาทั้งสองไหลลื่นไปอย่างง่ายดาย)…

  • "Reimbursement” แปลว่า

    คำว่า “Reimbursement” เป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไป หมายถึง การชดเชยหรือการคืนเงินค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง โดยปกติแล้วมักจะเกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินทดแทนให้กับบุคคลหรือองค์กรที่ได้สำรองจ่ายเงินออกไปก่อนสำหรับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการทำงานหรือธุรกิจ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Reimbursement” ในบริบทของการทำงาน หรือเมื่อเราต้องจ่ายเงินบางอย่างไปก่อน แล้วบริษัทหรือองค์กรจะคืนเงินส่วนนั้นให้เรา เช่น ค่าเดินทางไปประชุม ค่าอาหารกลางวัน (ตามนโยบายของบริษัท) หรือค่าอุปกรณ์ที่ต้องซื้อมาทำงาน การยื่นเรื่องขอ “Reimbursement” ก็คือการที่เราส่งเอกสารหลักฐานการจ่ายเงิน เช่น ใบเสร็จ เพื่อให้ผู้มีอำนาจอนุมัติและดำเนินการคืนเงินให้กับเรานั่นเอง ความหมายและการใช้งาน “Reimbursement” หมายถึง การชดเชยหรือการคืนเงินค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายไปแล้ว โดยทั่วไปจะใช้ในสถานการณ์ที่บุคคลหรือหน่วยงานได้สำรองจ่ายเงินออกไปก่อนสำหรับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางธุรกิจ การทำงาน หรือโครงการต่างๆ และคาดหวังว่าจะได้รับการคืนเงินเต็มจำนวนตามที่ได้จ่ายไปจริง ตัวอย่างการใช้งาน พนักงานยื่นเรื่องขอ Reimbursement ค่าเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อประชุม บริษัทมีนโยบาย Reimbursement สำหรับค่าอาหารกลางวันของพนักงานในวันทำงาน นักวิจัยสามารถขอ Reimbursement ค่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการทดลองได้ บริบทและการใช้งานทั่วไป คำว่า “Reimbursement” มักพบได้ในระบบการจัดการค่าใช้จ่ายขององค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเอกชน หน่วยงานราชการ หรือสถาบันการศึกษา เป็นกระบวนการที่สำคัญในการบริหารการเงิน เพื่อให้แน่ใจว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นนั้นถูกต้องตามนโยบายและได้รับการอนุมัติอย่างเหมาะสม 🔷 FAQ SECTION Reimbursement ต่างจาก…

  • "May Be” แปลว่า

    “May be” เป็นวลีภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อแสดงถึงความเป็นไปได้ ความไม่แน่นอน หรือการคาดเดา มีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า “อาจจะ” “บางที” หรือ “ไม่แน่” ในภาษาไทย ใช้เพื่อบอกว่าบางสิ่งบางอย่างอาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ หรืออาจจะเป็นความจริงหรือไม่เป็นความจริงก็ได้ โดยผู้พูดเองก็ยังไม่แน่ใจ 100% ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้ “may be” ในการสนทนาทั่วไป เมื่อเราต้องการแสดงความเห็นที่ไม่หนักแน่น หรือเมื่อเรากำลังคาดเดาสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อมีคนถามว่า “เขาจะมาประชุมไหม?” เราอาจจะตอบว่า “May be, I’m not sure.” (อาจจะนะ ฉันก็ไม่แน่ใจ) หรือเมื่อเราวางแผนอะไรบางอย่างแต่ยังไม่แน่นอน ก็สามารถใช้ “may be” เพื่อบอกถึงความไม่แน่นอนนั้นได้ เช่น “We may be going to the beach this weekend, but it depends on the weather.” (เราอาจจะไปทะเลสุดสัปดาห์นี้…

  • "Canteen” แปลว่า

    “Canteen” (แคนทีน) ในภาษาไทย หมายถึง โรงอาหาร หรือ ห้องอาหารขนาดใหญ่ที่มักพบในสถานที่ทำงาน โรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือโรงพยาบาล เพื่อให้บริการอาหารแก่พนักงาน นักเรียน นักศึกษา หรือบุคลากรในองค์กรนั้นๆ โดยทั่วไปแล้ว แคนทีนจะให้บริการอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ราคาไม่แพง และมีความหลากหลายพอสมควร เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนจำนวนมาก ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Canteen” หรือ “โรงอาหาร” ถูกใช้เรียกสถานที่ที่คนจำนวนมากไปรับประทานอาหารร่วมกัน เช่น “วันนี้ไปกินข้าวที่แคนทีนกันไหม?” หรือ “แคนทีนของบริษัทนี้มีเมนูอร่อยหลายอย่างนะ” การใช้คำว่า Canteen จึงเป็นเรื่องปกติและเข้าใจได้ง่ายในบริบทของการหาอาหารในสถานที่ต่างๆ ที่ไม่ใช่ร้านอาหารทั่วไป ความหมายและการใช้งาน Canteen คือสถานที่ที่จัดเตรียมไว้สำหรับให้บริการอาหารแก่กลุ่มคนจำนวนมากในองค์กรหรือสถาบันต่างๆ โดยมีลักษณะเป็นโรงอาหารขนาดใหญ่ มีโต๊ะ เก้าอี้ และเคาน์เตอร์บริการอาหาร มักจะตั้งอยู่ในบริเวณที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้ใช้งาน ตัวอย่างการใช้งาน “นักเรียนมารวมตัวกันที่ Canteen เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน” “พนักงานออฟฟิศนิยมไปทานอาหารที่ Canteen ของตึก เพราะสะดวกและราคาถูก” “โรงพยาบาลมี Canteen สำหรับเจ้าหน้าที่และผู้ป่วยที่ต้องการอาหาร” บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า Canteen…

  • "Coat” แปลว่า

    คำว่า “Coat” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง เสื้อคลุม หรือเสื้อกันหนาว เป็นเครื่องแต่งกายที่สวมทับเสื้อผ้าปกติอีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้ความอบอุ่น ป้องกันลม หรือใช้เพื่อความสวยงาม มักจะมีความยาวตั้งแต่ช่วงเอวไปจนถึงเข่า หรือยาวกว่านั้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Coat” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่ออากาศหนาวเย็น เราก็จะพูดว่า “I need to wear a coat.” (ฉันต้องใส่เสื้อโค้ท) หรือเมื่อต้องการเสื้อที่ดูดีสำหรับออกงาน ก็อาจจะเลือกเสื้อโค้ทที่มีดีไซน์สวยงาม หรือเมื่อไปเที่ยวในที่ที่มีอากาศเย็น ก็ต้องเตรียมเสื้อโค้ทไปด้วย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Coat” หมายถึง เสื้อผ้าที่สวมทับภายนอก มีหลายประเภท เช่น เสื้อโค้ทกันหนาว (winter coat) เสื้อคลุมยาว (long coat) เสื้อกันฝน (raincoat) หรือเสื้อแจ็คเก็ต (jacket) ซึ่งบางครั้งก็จัดอยู่ในหมวดหมู่ของ coat ได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับดีไซน์และความหนาของเนื้อผ้า การใช้งานหลักๆ คือเพื่อเพิ่มความอบอุ่น ป้องกันสภาพอากาศ และเสริมบุคลิกภาพ…

  • "Waiter” แปลว่า

    คำว่า “Waiter” ในภาษาไทยมีความหมายตรงตัวว่า “พนักงานเสิร์ฟ” ซึ่งหมายถึง บุคคลที่ทำหน้าที่ให้บริการลูกค้าในร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือสถานประกอบการที่ให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม โดยทั่วไปแล้ว พนักงานเสิร์ฟจะมีหน้าที่รับออเดอร์จากลูกค้า นำอาหารและเครื่องดื่มไปเสิร์ฟที่โต๊ะ เก็บจานชามที่ใช้แล้ว และดูแลความเรียบร้อยของโต๊ะอาหาร รวมถึงการตอบคำถามเกี่ยวกับเมนูและการให้บริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเห็นและใช้คำว่า “Waiter” หรือ “พนักงานเสิร์ฟ” ในบริบทของการไปรับประทานอาหารนอกบ้าน เช่น เมื่อเราเข้าไปในร้านอาหาร เราอาจจะเห็นพนักงานเสิร์ฟเดินไปมาเพื่อให้บริการลูกค้าคนอื่นๆ หรือเมื่อเราต้องการสั่งอาหาร เราก็จะเรียกพนักงานเสิร์ฟมาที่โต๊ะ นอกจากนี้ ในบางครั้ง เมื่อเราพูดถึงประสบการณ์การรับประทานอาหาร เราอาจจะกล่าวถึงการบริการของ “Waiter” ด้วย เช่น “Waiter ที่นี่บริการดีมาก” หรือ “เราต้องรอ Waiter นานพอสมควร” ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคำนี้ถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารในชีวิตประจำวันอย่างแพร่หลาย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Waiter” หมายถึง บุคคลที่ทำหน้าที่ให้บริการลูกค้าในร้านอาหาร โดยมีหน้าที่หลักคือการรับออเดอร์ นำอาหารและเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ และดูแลความพึงพอใจของลูกค้าตลอดมื้ออาหาร ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อคุณไปร้านอาหาร คุณจะพบกับ “Waiter” ที่จะเข้ามาสอบถามว่าต้องการสั่งอะไร หากคุณต้องการเรียกพนักงานเสิร์ฟ คุณสามารถพูดว่า…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *