"Smells” แปลว่า

คำว่า “Smells” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง กลิ่น หรือ การมีกลิ่น ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นที่ดีหรือกลิ่นที่ไม่ดีก็ได้ค่ะ เป็นคำกริยาที่ใช้บอกว่ามีอะไรบางอย่างกำลังปล่อยกลิ่นออกมา หรือเป็นการรับรู้กลิ่นผ่านจมูกของเรานั่นเอง

ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Smells” บ่อยมากเลยค่ะ เช่น เวลาเราได้กลิ่นหอมๆ ของดอกไม้ เราก็อาจจะพูดว่า “It smells so good!” หรือถ้าเจออะไรไม่ค่อยพึงประสงค์ เช่น ขยะเน่า เราก็จะบอกว่า “It smells bad.” บางทีเราก็ใช้ในเชิงเปรียบเทียบด้วยนะคะ เช่น ถ้าเราสงสัยว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล เราอาจจะพูดว่า “Something smells fishy.” ซึ่งไม่ได้หมายความว่ามีกลิ่นคาวปลาจริงๆ แต่อาจจะหมายถึงมีบางอย่างน่าสงสัย หรือมีแผนการอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ค่ะ

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Smells” เป็นได้ทั้งคำกริยา (verb) และคำนาม (noun) ค่ะ ในฐานะคำกริยา หมายถึง การปล่อยกลิ่นออกมา หรือการรับรู้กลิ่น ส่วนในฐานะคำนาม หมายถึง ตัวกลิ่นเอง

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “The food smells delicious.” (อาหารกลิ่นหอมน่าอร่อย)
  • “What is that strange smell?” (นั่นกลิ่นแปลกๆ อะไรน่ะ?)
  • “This perfume smells wonderful.” (น้ำหอมนี้กลิ่นหอมมาก)
  • “The room smells musty.” (ห้องมีกลิ่นอับ)

บริบทที่ใช้บ่อย

เรามักจะใช้คำว่า “Smells” เมื่อพูดถึงประสาทสัมผัสในการรับกลิ่น ไม่ว่าจะเป็นการบรรยายกลิ่นของอาหาร, ดอกไม้, น้ำหอม, หรือแม้กระทั่งกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆ นอกจากนี้ยังใช้ในสำนวนเปรียบเทียบเพื่อบอกถึงความสงสัยหรือไม่ชอบมาพากลได้อีกด้วย


คำถามที่พบบ่อย

“Smells” กับ “Odor” ต่างกันอย่างไร?

“Smells” เป็นคำทั่วไปที่ใช้ได้กับทั้งกลิ่นดีและกลิ่นไม่ดี ส่วน “Odor” มักจะหมายถึงกลิ่นที่ค่อนข้างแรงหรือไม่ค่อยพึงประสงค์นัก

“Smells” สามารถใช้กับคนได้หรือไม่?

ได้ค่ะ เช่น “He smells bad.” หมายถึง เขาตัวเหม็น หรือ “She smells nice.” หมายถึง เธอมีกลิ่นตัวหอม

Similar Posts

  • "Days” แปลว่า

    คำว่า “Days” เป็นคำนามในภาษาอังกฤษที่มีความหมายหลักๆ คือ “วัน” หรือ “หลายวัน” โดยเป็นรูปพหูพจน์ของคำว่า “day” ซึ่งหมายถึงช่วงเวลา 24 ชั่วโมง หรือช่วงเวลากลางวัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Days” ในหลากหลายบริบท เช่น การนับจำนวนวัน การพูดถึงช่วงเวลาในอดีตหรืออนาคต หรือแม้แต่ในการแสดงความรู้สึกเกี่ยวกับระยะเวลาที่ผ่านไป ตัวอย่างเช่น เมื่อพูดถึงการรอคอยอะไรบางอย่างเป็นเวลานาน อาจจะพูดว่า “It’s been days!” หรือเมื่อพูดถึงแผนการในอนาคต อาจจะบอกว่า “We have a few more days to go.” ความหมายและการใช้งาน “Days” หมายถึง “วัน” หรือ “หลายวัน” ใช้เพื่อระบุจำนวนวัน หรือช่วงเวลาที่มีมากกว่าหนึ่งวันขึ้นไป ตัวอย่างการใช้งาน “I haven’t seen him for days.” (ฉันไม่ได้เจอเขามาหลายวันแล้ว) “We have…

  • "Bad” แปลว่า

    คำว่า “Bad” ในภาษาอังกฤษมีความหมายตรงตัวว่า “ไม่ดี” หรือ “แย่” ครับ เป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่ไม่เป็นที่พอใจ ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม หรือมีคุณภาพต่ำ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Bad” บ่อยครั้งในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อพูดถึงสภาพอากาศที่เลวร้าย (bad weather) อาหารที่เสีย (bad food) หรือแม้กระทั่งการกระทำที่ไม่ถูกต้อง (bad behavior) บางครั้งก็ใช้เพื่อแสดงความรู้สึกไม่พอใจ หรือเมื่อผลลัพธ์บางอย่างไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เช่น “That’s too bad” ที่แปลว่า “แย่จัง” หรือ “เสียใจด้วยนะ” ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Bad” ใช้เพื่อบ่งบอกถึงสิ่งที่ไม่ดีในหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพที่ไม่ดี (เช่น bad quality) สภาพที่ไม่น่าพึงพอใจ (เช่น bad situation) หรือการกระทำที่ผิดศีลธรรม (เช่น bad deed) นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่อแสดงถึงความเจ็บปวดหรือความเสียหายได้เช่นกัน (เช่น a bad…

  • "ไบแอส” แปลว่า

    คำว่า “ไบแอส” (Bias) เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่หมายถึง ความโน้มเอียง ความลำเอียง หรือการตัดสินใจโดยมีอคติ ซึ่งอาจเกิดจากประสบการณ์ ความเชื่อส่วนบุคคล หรือปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้มุมมองของเราเอนเอียงไปทางใดทางหนึ่ง ไม่ได้มองความเป็นจริงอย่างเป็นกลาง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือพบเจอคำว่า “ไบแอส” ในหลากหลายบริบท เช่น เวลาที่เราพูดถึงการตัดสินใจของคน หรือการนำเสนอข้อมูลที่อาจจะไม่ได้รอบด้านเสมอไป เราอาจจะบอกว่า “ข่าวนี้ดูมีไบแอสไปทางฝั่งรัฐบาลนะ” หรือ “การเลือกปฏิบัติแบบนี้เกิดจากไบแอสทางเพศ” เป็นต้น ซึ่งก็คือการบอกว่าการกระทำหรือการตัดสินใจนั้นๆ ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นกลางอย่างแท้จริง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “ไบแอส” หมายถึง ความเอนเอียง หรืออคติ ที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยอาจส่งผลต่อการตัดสินใจ การมองเห็น หรือการกระทำของเรา ทำให้ไม่ได้พิจารณาจากข้อเท็จจริงทั้งหมดอย่างเท่าเทียมกัน ตัวอย่างการใช้งาน 1. “นักข่าวคนนี้มีไบแอสในการรายงานข่าวการเมืองอย่างชัดเจน” (หมายถึง นักข่าวคนนี้อาจจะนำเสนอข่าวโดยเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง) 2. “การตัดสินใจของผู้จัดการฝ่ายบุคคลดูเหมือนจะมีไบแอสเรื่องอายุในการรับสมัครงาน” (หมายถึง ผู้จัดการอาจจะเลือกผู้สมัครที่มีอายุน้อยกว่า โดยไม่ได้พิจารณาจากคุณสมบัติและความสามารถอย่างเต็มที่) 3. “เราต้องระวังไบแอสของตัวเองเวลาประเมินผลงานลูกน้อง” (หมายถึง ต้องพยายามตัดสินผลงานอย่างเป็นกลาง ไม่ใช้อารมณ์หรือความรู้สึกส่วนตัวมาเกี่ยวข้อง) บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “ไบแอส”…

  • "Week” แปลว่า

    คำว่า “Week” เป็นคำภาษาอังกฤษ หมายถึง “สัปดาห์” ซึ่งเป็นหน่วยนับเวลาที่ประกอบด้วย 7 วัน โดยทั่วไปเราจะนับตั้งแต่ วันอาทิตย์ หรือ วันจันทร์ ไปจนถึงวันสุดท้ายของสัปดาห์ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Week” เพื่ออ้างอิงถึงช่วงเวลา 7 วันที่กำลังจะมาถึง หรือที่เพิ่งผ่านไป เช่น การวางแผนกิจกรรมในช่วงสุดสัปดาห์ (weekend) การพูดถึงความคืบหน้าของงานที่ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ หรือการนัดหมายต่างๆ ที่กำหนดเป็นรายสัปดาห์ การเข้าใจความหมายของ “Week” ช่วยให้เราสื่อสารและจัดการเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Week” หมายถึงช่วงเวลา 7 วัน โดยทั่วไปจะเริ่มต้นนับจากวันใดวันหนึ่ง เช่น วันจันทร์ หรือ วันอาทิตย์ และสิ้นสุดในวันสุดท้ายของสัปดาห์นั้น เราใช้คำนี้ในการกล่าวถึงตารางเวลา กิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นประจำ หรือระยะเวลาที่ต้องใช้ในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ตัวอย่างการใช้งาน ประโยคตัวอย่าง เช่น: “I will see you next week.” (ฉันจะเจอคุณในสัปดาห์หน้า) “This…

  • "Have” แปลว่า

    คำว่า “Have” เป็นคำกริยาภาษาอังกฤษที่มีความหมายหลักๆ คือ “มี” หรือ “ครอบครอง” เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวัน เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ การมีอยู่ หรือการได้รับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เราใช้ “Have” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อต้องการบอกว่าเรามีสิ่งของอะไร เช่น “I have a car” (ฉันมีรถ) หรือเมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ เช่น “She has two brothers” (เธอมีพี่น้องชายสองคน) นอกจากนี้ยังใช้เพื่อแสดงถึงประสบการณ์ เช่น “We have a good time” (เรามีช่วงเวลาที่ดี) หรือเมื่อพูดถึงอาการเจ็บป่วย เช่น “He has a headache” (เขามีอาการปวดหัว) เป็นต้น Meaning & Usage “Have” หมายถึง การมี การครอบครอง หรือการได้รับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ใช้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ…

  • "No Manner” แปลว่า

    คำว่า “No Manner” เป็นวลีภาษาอังกฤษที่ใช้พูดเมื่อต้องการบอกว่าการกระทำหรือไม่แสดงออกของใครบางคนนั้น “ไม่มีมารยาท” หรือ “ไม่สุภาพ” โดยทั่วไปแล้วใช้เพื่อวิจารณ์พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือไม่น่าพอใจในสถานการณ์ทางสังคม ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินหรือเห็นคนใช้คำว่า “No Manner” ในหลายบริบท เช่น เมื่อมีคนพูดจาหยาบคายโดยไม่คิดถึงความรู้สึกของผู้อื่น การแซงคิว การไม่กล่าวคำขอบคุณ หรือการทำอะไรบางอย่างที่ขัดต่อธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไป การใช้คำนี้เป็นการบอกเป็นนัยว่าการกระทำนั้นๆ บ่งบอกถึงการขาดการอบรมที่ดีหรือไม่ใส่ใจต่อความรู้สึกของคนรอบข้าง ความหมายและการใช้งาน “No Manner” หมายถึง การขาดมารยาท ความสุภาพ หรือการประพฤติตนที่ไม่เหมาะสมในสังคม เป็นการแสดงออกถึงการไม่เคารพต่อผู้อื่นหรือไม่ใส่ใจต่อกฎเกณฑ์ทางสังคมที่ควรปฏิบัติ ตัวอย่างการใช้งาน หากมีคนผลักคุณเพื่อให้ได้ที่นั่งที่ดีกว่าในรถสาธารณะ คุณอาจคิดในใจว่า “That’s no manner!” หรือหากเพื่อนของคุณพูดจาดูถูกคนอื่นอย่างเปิดเผย คุณอาจบอกกับเขาว่า “You have no manner.” บริบท / การใช้ทั่วไป วลีนี้มักใช้ในการสนทนาที่ไม่เป็นทางการ เพื่อแสดงความไม่พอใจหรือตำหนิพฤติกรรมที่ขาดความสุภาพ การใช้ “No Manner” เป็นวิธีที่ตรงไปตรงมาในการชี้ให้เห็นว่าการกระทำของบุคคลนั้นไม่เป็นที่ยอมรับในสายตาของคนทั่วไป คำถามที่พบบ่อย “No Manner” ใช้ในสถานการณ์แบบไหนได้บ้าง? “No Manner”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *