"Make Sense” แปลว่า

“Make Sense” เป็นสำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้กันบ่อยมากค่ะ ความหมายหลักๆ คือ “สมเหตุสมผล”, “เข้าท่า”, “มีเหตุผลรองรับ” หรือ “เข้าใจได้” ค่ะ เมื่อเราพูดว่าอะไรบางอย่าง “makes sense” หมายความว่าสิ่งนั้นมีความเป็นไปได้ มีตรรกะ หรือมีความเชื่อมโยงที่ทำให้เราเข้าใจได้ ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดหรือไร้สาระค่ะ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Make Sense” ในสถานการณ์ต่างๆ ค่ะ เช่น เวลาที่เพื่อนเล่าเรื่องอะไรให้ฟังแล้วเรารู้สึกว่ามันฟังขึ้น เข้าใจได้ ก็จะบอกว่า “That makes sense.” หรือเวลาที่เรากำลังอธิบายแผนงานอะไรบางอย่าง แล้วอยากให้คนอื่นเข้าใจว่าทำไมเราถึงทำแบบนั้น เราก็อาจจะบอกว่า “Here’s why this plan makes sense…” เพื่ออธิบายเหตุผลเบื้องหลังค่ะ บางทีก็ใช้ในเชิงคำถาม เช่น “Does this make sense?” เพื่อถามว่าสิ่งที่อธิบายไปนั้นอีกฝ่ายเข้าใจหรือไม่ค่ะ

ความหมายและการใช้งาน

“Make Sense” หมายถึง การมีเหตุผลที่ชัดเจน เข้าใจได้ หรือเป็นไปตามตรรกะค่ะ สามารถใช้ได้ทั้งกับความคิด, การกระทำ, คำอธิบาย, หรือสถานการณ์ต่างๆ

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “If you’re tired, staying home makes sense.” (ถ้าคุณเหนื่อย การอยู่บ้านก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล)
  • “Her explanation about the project delay really makes sense.” (คำอธิบายของเธอเกี่ยวกับความล่าช้าของโครงการนั้นสมเหตุสมผลจริงๆ)
  • “I don’t think this idea makes sense at all.” (ฉันไม่คิดว่าไอเดียนี้จะสมเหตุสมผลเลย)

บริบทที่ใช้บ่อย

สำนวนนี้มักใช้ในการสนทนาทั่วไป การอธิบาย การให้เหตุผล หรือเมื่อต้องการยืนยันว่าสิ่งที่กำลังพูดถึงนั้นมีความเป็นไปได้และเข้าใจได้ค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

“Make Sense” ใช้ในสถานการณ์แบบไหนได้บ้าง?

สามารถใช้ได้ในหลากหลายสถานการณ์ค่ะ ตั้งแต่การตัดสินใจในชีวิตประจำวัน (เช่น การเลือกซื้อของ การวางแผนการเดินทาง) การอธิบายเหตุผลของพฤติกรรมต่างๆ ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลหรือสถานการณ์ที่ซับซ้อน เพื่อบอกว่าสิ่งนั้นมีความสมเหตุสมผลหรือไม่

ถ้ามีคนพูดว่า “It doesn’t make sense” หมายถึงอะไร?

หมายถึง สิ่งนั้นไม่สมเหตุสมผล ไม่เข้าท่า ไม่มีเหตุผลรองรับ หรือไม่สามารถเข้าใจได้ค่ะ อาจจะเพราะข้อมูลไม่เพียงพอ ขัดแย้งกันเอง หรือดูไม่มีความเป็นไปได้เลย

Similar Posts

  • "Leaking” แปลว่า

    คำว่า “Leaking” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การรั่วไหล หรือการหลุดรอดออกมา โดยปกติแล้วมักจะใช้กับการที่ของเหลว เช่น น้ำ น้ำมัน หรือแก๊ส ไหลออกมาจากภาชนะหรือท่อที่ควรจะกักเก็บไว้ได้ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Leaking” บ่อยครั้งในบริบทที่เกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูลที่สำคัญหรือเป็นความลับ เช่น ข้อมูลบริษัท หรือข่าวสารบางอย่างที่ยังไม่เปิดเผยอย่างเป็นทางการ การที่ข้อมูลเหล่านี้ “รั่วไหล” ออกไปสู่สาธารณะก่อนเวลาอันควร ก็จะใช้คำว่า “Leaking” ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล หรือการที่อุปกรณ์บางอย่างทำงานผิดปกติจนมีของเหลวไหลออกมา ความหมายและการใช้งาน โดยทั่วไป “Leaking” หมายถึง การรั่วไหลของสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นของเหลว การซึมผ่าน หรือแม้กระทั่งการหลุดรอดของข้อมูลที่ไม่ควรจะเปิดเผยออกมา ตัวอย่างการใช้งาน เราอาจจะพูดว่า “The pipe is leaking water.” (ท่อกำลังรั่ว) หรือ “There was a leak of confidential documents.” (มีการรั่วไหลของเอกสารลับ) บริบทที่ใช้บ่อย คำนี้มักถูกใช้ในข่าวสารที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูล การทำงานผิดปกติของอุปกรณ์…

  • "Prep” แปลว่า

    คำว่า “Prep” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่นิยมใช้กันในหลากหลายบริบท โดยมีความหมายหลักๆ คือ การเตรียมการ การเตรียมพร้อม หรือการจัดเตรียมสิ่งต่างๆ ล่วงหน้า เพื่อให้พร้อมสำหรับเหตุการณ์ กิจกรรม หรือสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Prep” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การเตรียมตัวก่อนไปเที่ยว การเตรียมอาหารล่วงหน้า หรือแม้แต่การเตรียมข้อมูลสำหรับการประชุม การใช้คำนี้จะให้ความรู้สึกที่กระชับและเข้าใจง่ายในหมู่ผู้ที่คุ้นเคยกับภาษาอังกฤษ ความหมายและการใช้งาน “Prep” ย่อมาจากคำว่า “Preparation” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งแปลว่า “การเตรียมการ” หรือ “การเตรียมพร้อม” โดยทั่วไปแล้ว การใช้คำว่า “Prep” จะเน้นไปที่กระบวนการของการลงมือทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อให้อีกสิ่งหนึ่งพร้อมใช้งาน หรือพร้อมที่จะดำเนินการต่อไป ตัวอย่างการใช้งาน Prep อาหารเย็น: หมายถึง การเตรียมวัตถุดิบ หรือปรุงอาหารบางส่วนไว้ล่วงหน้าก่อนถึงเวลารับประทานอาหารเย็น Prep ตัวก่อนสอบ: หมายถึง การทบทวนบทเรียน หรืออ่านหนังสือเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบ Prep งานนำเสนอ: หมายถึง การรวบรวมข้อมูล จัดทำสไลด์ และฝึกซ้อมการนำเสนอ Prep สำหรับปาร์ตี้: หมายถึง…

  • "Wounds” แปลว่า

    คำว่า “Wounds” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง บาดแผล ซึ่งอาจเป็นบาดแผลทางกายภาพที่เกิดจากการบาดเจ็บ หรืออาจหมายถึงบาดแผลทางใจ ความรู้สึกเจ็บปวด หรือความบอบช้ำทางอารมณ์ก็ได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Wounds” เพื่ออธิบายเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นการหกล้มจนมีแผลถลอก การถูกของมีคมบาด หรือแม้แต่การถูกคำพูดที่ทำให้เสียใจจนรู้สึกเจ็บปวด คำนี้สามารถใช้ได้ทั้งในบริบทที่เห็นได้ชัดเจน เช่น แผลบนร่างกาย และในบริบทที่จับต้องไม่ได้ เช่น ความรู้สึกที่ถูกทำร้าย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Wounds” ครอบคลุมความหมายที่กว้างขวาง ตั้งแต่บาดแผลที่มองเห็นได้ เช่น แผลฟกช้ำ แผลฉีกขาด แผลไฟไหม้ ไปจนถึงบาดแผลที่มองไม่เห็น เช่น ความรู้สึกเสียใจ ความผิดหวัง หรือความเจ็บปวดทางจิตใจที่เกิดจากการกระทำหรือคำพูดของผู้อื่น ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างการใช้ “Wounds” ในประโยค: “The accident left him with several deep wounds on his leg.” (อุบัติเหตุทำให้เขามี บาดแผล ลึกหลายแห่งที่ขา) “Her…

  • "dismissed” แปลว่า

    คำว่า “dismissed” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ การปลดออก การยกเลิก หรือการปัดตก ในบริบทที่แตกต่างกันก็จะมีความหมายที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น การปลดพนักงานออกจากงาน การยกเลิกคำสั่ง หรือการปฏิเสธคำร้องต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “dismissed” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อหัวหน้างานแจ้งให้พนักงานทราบว่าถูกเลิกจ้าง หรือเมื่อศาลมีคำสั่งยกฟ้องคดี หรือแม้แต่เวลาที่เราเสนอไอเดียแล้วถูกเพื่อนร่วมงานปัดตกไปโดยไม่สนใจ ก็อาจจะรู้สึกว่าไอเดียของเราถูก “dismissed” ไป ความหมายและการใช้งาน คำว่า “dismissed” สามารถแปลได้หลายอย่าง ขึ้นอยู่กับบริบท: การปลดออก/เลิกจ้าง: ใช้เมื่อพูดถึงการสิ้นสุดการจ้างงาน เช่น “He was dismissed from his job for misconduct.” (เขาถูกปลดออกจากงานเนื่องจากประพฤติมิชอบ) การยกเลิก/ปัดตก: ใช้เมื่อพูดถึงการไม่ยอมรับ หรือการยกเลิกคำร้อง ข้อเสนอ หรือความคิดเห็น เช่น “The judge dismissed the case due to lack of…

  • "Targeted” แปลว่า

    คำว่า “Targeted” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การกำหนดเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง หรือการพุ่งเป้าไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการสื่อสารหรือนำเสนอสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะ ในการใช้งานจริง เรามักจะเห็นคำว่า “Targeted” ในบริบทของการตลาดและการโฆษณา เช่น การลงโฆษณาแบบ Targeted Ads ที่จะแสดงโฆษณาให้กับกลุ่มคนที่มีความสนใจ พฤติกรรม หรือข้อมูลประชากรตรงกับที่เราตั้งเป้าไว้เท่านั้น ไม่ใช่การแสดงโฆษณาแบบสุ่มไปให้ทุกคน นอกจากนี้ ยังอาจใช้ในความหมายของการสื่อสารที่เน้นเจาะจงไปยังบุคคลหรือกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่ง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ต้องการ เช่น การส่งอีเมลแบบ Targeted Email เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการที่ตรงกับความสนใจของแต่ละบุคคล ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Targeted” มาจากคำกริยา “target” ที่แปลว่า “ตั้งเป้า” เมื่อเติม “-ed” เข้าไป จะกลายเป็นคำคุณศัพท์ (adjective) ที่ขยายความหมายว่า “ที่ถูกกำหนดเป้าหมายไว้แล้ว” หรือ “ที่มุ่งตรงไปยังเป้าหมาย” โดยเน้นถึงความเฉพาะเจาะจงและมีจุดประสงค์ที่ชัดเจน ตัวอย่างการใช้งาน การตลาด: “บริษัทใช้ Targeted Marketing เพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นที่สนใจแฟชั่น” (บริษัทใช้การตลาดแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมายเพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นที่สนใจแฟชั่น) การโฆษณา: “โฆษณานี้เป็น Targeted Ad ที่แสดงเฉพาะผู้ที่เคยเข้าชมเว็บไซต์ของเรา”…

  • "Tap” แปลว่า

    คำว่า “Tap” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ การแตะ หรือ การเคาะเบาๆ ครับ เป็นการกระทำที่ใช้ปลายนิ้วสัมผัสกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างรวดเร็วและนุ่มนวล ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Tap” ในบริบทของการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น การแตะหน้าจอโทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต เพื่อเปิดแอปพลิเคชัน เลือกเมนู หรือทำรายการต่างๆ นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงการแตะเบาๆ เพื่อเรียกความสนใจ หรือการเคาะประตูเบาๆ ก็ได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน “Tap” หมายถึง การแตะ หรือ การเคาะเบาๆ ด้วยปลายนิ้ว หรือวัตถุอื่นอย่างรวดเร็ว มักใช้ในการสื่อสารเกี่ยวกับการโต้ตอบกับหน้าจอสัมผัส (touchscreen) ของอุปกรณ์ต่างๆ เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ รวมถึงการกระทำอื่นๆ ที่เป็นการสัมผัสเบาๆ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น เวลาเราจะเปิดแอปฯ บนมือถือ เราก็จะ “tap” ที่ไอคอนแอปฯ นั้นๆ หรือเวลาต้องการเลือกอะไรบนหน้าจอ ก็จะ “tap” ที่ตรงนั้น หรือบางครั้งอาจได้ยินคำว่า “tap to…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *